LASTEST NEWS

25 ก.พ. 2560(รับเยอะ 27อัตรา) สพม.4 เปิดสอบพนักงานราชการครู 15 อัตรา ครูอัตราจ้าง/ลูกจ้างชั่วคราว 12 อัตรา 24 ก.พ. 2560ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 24 ก.พ. 2560โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รับสมัครครูอัตราจ้างและบุคลากรทางการศึกษา 11 อัตรา 24 ก.พ. 2560งานดีๆ มาแล้ว! อบจ.อุดรธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 32 อัตรา และบุคลากรสนับสนุนการสอนอีก 15 อัตรา 24 ก.พ. 2560เพิ่งจบหลักสูตรทางการศึกษา มีวิธีไหนบ้างที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพแบบเร่งด่วน ให้ทันสมัครสอบบรรจุ 24 ก.พ. 2560รับสมัครด่วน! ครูขาดแคลนขั้นวิกฤต วุฒิป.ตรีทางการศึกษาทุกสาขา เงินเดือน 15,000.-บาท 24 ก.พ. 2560วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 32 อัตรา บางตำแหน่งไม่ต้องใช้วุฒิครู เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป กศน.นราธิวาส 24 ก.พ. 2560เทศบาลเมืองท่าโขลง เปิดสอบผู้ช่วยครู 7 อัตรา สมัคร 7-17มีนาคม 2560 24 ก.พ. 2560สพป.สงขลา เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครู 4 อัตรา 24 ก.พ. 2560สพฐ.คลอดปฏิทินใหม่รับลูกร่นเวลาสอบครูผู้ช่วย

หมดเงินปีละ8แสนล้านกับคุณภาพการศึกษาห่วย

  • 11 พ.ค. 2558 เวลา 19:17 น.
  • 2,063 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
หมดเงินปีละ8แสนล้านกับคุณภาพการศึกษาห่วย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สสค.เปิดข้อมูลรายจ่ายด้านการศึกษา พบปี 56 ไทยใช้งบฯรวมจากทุกภาคส่วนสูงกว่า 8 แสนล้านบาทในการจัดการศึกษา แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับสวนทางกับคุณภาพ เผยการศึกษาขั้นพื้นฐานใช้งบฯ สูงสุด 5.1 แสนล้านบาท และเพิ่มขึ้นทุกปีทั้งที่จำนวนเด็กลดลง “ยงยุทธ” จี้หาจุดรั่ว ข้องใจรัฐลงทุนด้านการศึกษาสูงถึง 20%ของงบฯแต่ละปี แต่กลับผิดหวังคุณภาพ

วันนี้ (11พ.ค) ที่โรงแรมพูลแมนบางกอก คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคเรื่อง “การจัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติหรือเอ็นอีเอ ซึ่ง รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ หัวหน้าโครงการบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติของไทย กล่าวว่า ประเทศไทยโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)ได้ร่วมกับสถาบันสถิติแห่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (ยูไอเอส)ในโครงการจัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ โดยมีอีก7ประเทศเข้าร่วมโครงการด้วยคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐยูกันดา สาธารณรัฐเซเนกัลสาธารณรัฐโกตดิวัวร์ สาธารณรัฐกานา และสาธารณรัฐซิมบับเวทั้งนี้เอ็นอีเอเป็นกรอบสำหรับการวัดรายจ่ายด้านการศึกษาจากทุกแหล่งในประเทศทั้งส่วนที่เป็นงบประมาณแผ่นดินจากรัฐบาล ส่วนท้องถิ่น รายจ่ายจากภาคธุรกิจ เอกชนครัวเรือน และองค์กรไม่แสวงหากำไร

รศ.ดร.ชัยยุทธ กล่าวต่อไปว่า ผลจากการเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยตั้งแต่ปี2551-2556ในเบื้องต้นพบว่า รายจ่ายรวมด้านการศึกษาของไทยอยู่ในระดับที่สูงมากโดยในปี 2556 รวมรายจ่ายจากทุกแห่งคิดเป็นมูลค่าถึงกว่า8แสนล้านบาทซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่างบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาที่เคยปรากฏตามสื่อต่างๆเกือบเท่าตัว ทั้งนี้รายจ่ายด้านการศึกษาของไทยเพิ่มขึ้นสูงมาตลอด จากตัวเลข5.6แสนล้านบาทในปี2551เพิ่มมาเป็นกว่า8แสนล้านบาทในปี2556ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปฏิรูปการศึกษาของไทยเมื่อปี2542ซึ่งเป็นผลให้มีการลงทุนด้านการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ยแล้วประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษาในระดับกว่า6%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีมาโดยตลอด โดย 5% เป็นส่วนที่ใช้จ่ายโดยรัฐบาลกลาง และท้องถิ่นประมาณ อย่างไรก็ตามในตัวเลขเม็ดเงินกว่า8แสนล้านบาทนั้นเป็นรายจ่ายด้านการศึกษาของภาครัฐถึง6.4แสนล้านบาทหรือประมาณ80.25%และถ้าแยกเฉพาะการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใช้งบฯ สูงถึง5.1แสนล้านบาท คิดเป็น71%ของรายจ่ายรวมในปี2556โดยมีอัตราการเพิ่มเฉลี่ยต่อปี7.4%ขณะที่จำนวนนักเรียนลดลงจาก13.1ล้านคนในปี2551เหลือ12.4ล้านคนในปี2556เฉลี่ยลดลงปีละเกือบ2แสนคน

“ประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษาในระดับสูงแต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เช่นคุณภาพโดยเฉลี่ยที่วัดจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หรือผลการประเมินทั้งในและระหว่างประเทศ คุณภาพการจัดการศึกษาที่ยังแตกต่างกันมากระหว่างเมืองและชนบทความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาของนักเรียนที่มาจากครอบครัวยากจนการผลิตบัณฑิตที่ไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน เป็นต้นปัญหาเหล่านี้สะท้อนว่านโยบายด้านการเงินเพื่อการศึกษาที่ดำเนินมาตั้งแต่การปฏิรูปการศึกษาปี2542ไม่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ตามเป้าหมายจึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูประบบทรัพยากร และการเงินเพื่อการศึกษา” รศ.ดร.ชัยยุทธ กล่าวและว่า เอ็นอีเอจะทำให้เราเห็นภาพรวมของรายจ่ายด้านการศึกษาทั้งหมดซึ่งที่ผ่านมาเมื่อมีปัญหาคุณภาพการศึกษาตกต่ำก็มักจะพูดว่าต้องการเงินเพิ่มเพื่อไปแก้ไขปัญหาคุณภาพแต่เอ็นอีเอแสดงให้เห็นว่าไม่ได้สำคัญเฉพาะตัวเงิน แต่สำคัญที่วิธีการใช้เงินด้วยบางครั้งเงินก็ถูกใช้ไปอย่างสูญเปล่า บางครั้งเงินก็ไปไม่ถึงโรงเรียนนอกจากนี้ยังพบด้วยว่าการใช้จ่ายเงินของโรงเรียนเอกชนมีประสิทธิภาพมากกว่าโรงเรียนของรัฐ

ด้าน ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเอ็นอีเอทำให้เราได้เห็นว่าไทยลงทุนด้านการศึกษาถึงปีละกว่า8แสนล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากสำหรับประเทศที่ไม่ได้ร่ำรวยและคิดเป็นสัดส่วนถึง20%ของงบประมาณแผ่นดินแต่กลับยังมีปัญหาคุณภาพการศึกษา ซึ่งเราต้องมาตรวจสอบหาว่าจุดรั่วหรือจุดอ่อนอยู่ตรงไหน เพื่อวิเคราะห์ออกมาว่าเราจะใช้งบฯอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่ากับการลงทุน เพราะขณะนี้เรายังผิดหวังอยู่มากกับคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย

" งบฯ ที่ลงทุนด้านการศึกษานั้นกว่า80%เป็นเงินเดือนครู และบุคลากร โดยมีงบฯเพียงแค่5%เท่านั้นที่ใช้สำหรับลงทุนเกี่ยวกับการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนดังนั้นต้องมาทบทวนดูว่าเรามีจำนวนครูที่เหมาะสมหรือไม่และเงินถูกใช้ไปที่ไหนอย่างไร ทำไมถึงเหลือแค่5%สำหรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน"รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2558 เวลา 17:53 น.

 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^