LASTEST NEWS

โครงการเตรียมอาชีวศึกษา รุ่นที่ 2

  • 11 พ.ค. 2558 เวลา 10:02 น.
  • 952 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
โครงการเตรียมอาชีวศึกษา รุ่นที่ 2

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 158/2558
โครงการเตรียมอาชีวศึกษา รุ่นที่ 2


จังหวัดชลบุรี - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรเตรียมอาชีวศึกษา (Pre.Voc.Ed) รุ่นที่ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2558 ณ หอประชุมหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ โดยมีนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ผู้บังคับการโรงเรียนชุมพลทหารเรือ กองทัพเรือ ผู้บริหารในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครอง เข้าร่วมพิธีปิดโครงการ

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวรายงานถึงการจัดโครงการฯ ว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมกับกองทัพเรือ ดำเนินการตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการในการจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรเตรียมอาชีวศึกษา ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2557 ณ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ โดยมีนักเรียนเข้าฝึกอบรมจากสถานศึกษาสังกัด สอศ.ในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 3 แห่ง รวมทั้งสิ้น 79 คน ผลจากโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ในปี 2558 สอศ.จึงกำหนดจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรเตรียมอาชีวศึกษา รุ่นที่ 2 ร่วมกับหลายหน่วยงาน ได้แก่  สช. กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และโรงเรียนชุมพลทหารเรือ กองทัพเรือ โดยดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2558 มีนักเรียนเข้าฝึกอบรมจากสถานศึกษาสังกัด สอศ. จำนวน 9 แห่ง คือ วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี วิทยาลัยเทคนิคธัญบุรี วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกสมุทรปราการ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ จำนวนนักศึกษา 466 คน และสังกัด สช. จำนวน 1 แห่ง คือ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค) จำนวนนักเรียน 16 คน รวมสถานศึกษาทั้งสิ้น 10 แห่ง รวมนักเรียนนักศึกษาทั้งสิ้น 482 คน โดยอบรม ณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และโรงเรียนชุมพลทหารเรือ

ผลจากการฝึกอบรมในระยะเวลา 20 วันที่ผ่านมา นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ทักษะพื้นฐานวิชาชีพ ฝึกระเบียบวินัย พัฒนาจิตใจให้มีความเข้มแข็ง อดทนอดกลั้น และเกิดความรักสามัคคีในหมู่คณะ เชื่อมั่นว่าหลักสูตรการฝึกอบรมดังกล่าวจะสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและค่านิยมของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ และทำให้ผู้ปกครองเกิดความภาคภูมิใจต่อบุตรหลานของตนเอง

ต่อจากนี้ คณะทำงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะสรุปบทเรียน ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมให้มีความกระชับและนำไปสู่การฝึกอบรมนักเรียนที่จะเข้าใหม่ในปีการศึกษาต่อๆ ไป
 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวให้โอวาทแก่นักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ ว่า กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่าผู้เรียนสายอาชีวะถือเป็นผู้ที่มีคุณค่า ดังคำกล่าวว่า “อาชีวะสร้างชาติ” เนื่องจากปัจจุบันการอาชีวศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะพัฒนาประเทศ สร้างประเทศให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคหรือในระดับโลกได้ จึงขอยืนยันว่าการที่นักเรียนตัดสินใจเรียนสายอาชีวะเป็นการเลือกที่ถูกต้องแล้ว เพราะหากมีความขยันหมั่นเพียรจนสำเร็จการศึกษาก็จะไม่อยู่ในภาวะตกงาน ทุกคนจะมีงานทำ มีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน สามารถเลี้ยงครอบครัว และเป็นเสาหลักของครอบครัวในอนาคตได้อย่างแน่นอน

สำหรับการจัดทำหลักสูตรเตรียมอาชีวศึกษา มีจุดประสงค์เพื่อสร้างและเตรียมร่างกาย จิตใจให้มีความพร้อมในการเป็นนักศึกษาสายอาชีวะ อีกทั้งต้องการจะปลูกฝังให้นักเรียนมีความรัก ความสามัคคี มีจิตใจที่ดีงาม มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะในการตัดสินใจใช้ชีวิต อยู่ร่วมกับสังคมได้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะเมื่อนักเรียนนักศึกษาสำเร็จการศึกษาจากสถาบันไปแล้ว ก็ต้องไปทำงาน อยู่ในสังคมที่มีเพื่อน มีผู้บังคับบัญชา มีรุ่นพี่รุ่นน้อง และเมื่อไปมีครอบครัว สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถนำพาตนเองและครอบครัวผ่านพ้นอุปสรรคไปได้

 การมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคุณค่าเช่นนี้อาจหาได้ยาก ดังนั้นในช่วงระยะเวลา 20 วันของการฝึกอบรมถือว่าเป็นช่วงชีวิตที่ดีอย่างยิ่งสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ ขอให้ทุกคนจดจำช่วงเวลาของการฝึกอบรมนี้ไว้ ในระหว่างการฝึก อาจจะรู้สึกเหนื่อย หิว ลำบาก หรือเครียดในบางครั้ง แต่เชื่อว่าเมื่อการฝึกอบรมเสร็จสิ้น สิ่งที่จะได้รับซึ่งขณะนี้อาจจะยังไม่เห็นมากนัก แต่เชื่อว่าทุกคนจะได้ความรัก ความสามัคคีในหมู่เพื่อนฝูง ดังนั้นเมื่อกลับไปเรียนในสถาบันของตนเองแล้วมีโอกาสได้เจอเพื่อนต่างสถาบันตามสถานที่ต่างๆ ก็เข้าไปทักทาย พูดคุยกันได้ เชื่อว่าทุกคนได้มาทำความรู้จักกันแล้ว สิ่งที่จะเป็นข้อบาดหมางระหว่างสถาบันน่าจะไม่เกิดขึ้น เรื่องนี้ก็เป็นอีกวัตถุประสงค์ที่สำคัญในการจัดโครงการฯ

โดยส่วนตัว เข้าใจดีว่านักเรียนนักศึกษาอยู่ในช่วงวัยรุ่น พลังในตัวมีมาก ขอให้ใช้พลังและความมุ่งมั่นไปในทางที่ถูกต้อง ใช้ไปในทางที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ในประเทศไทยมีโครงการจิตอาสามากมาย ก็สามารถนำความรู้ที่เรียนไปทำประโยชน์ ช่วยเหลือสังคมในโครงการจิตอาสาต่างๆ ได้ จะทำให้ได้รับคำชื่นชมจากสังคมหรือคนรอบข้าง แต่หากมีเพื่อนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ แล้วชักชวนไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ก็ขอให้ช่วยกันโน้มน้าวเพื่อนๆ ให้กลับเข้ามาสู่ทิศทางที่ถูกต้อง

การบาดหมางกันระหว่างสถาบัน โดยเฉพาะที่เป็นสถาบันอาชีวศึกษาด้วยกันนั้น ขอให้คิดให้ดีว่าผู้ที่เลือกเรียนสายอาชีวะ ต่างก็มีอุดมการณ์เดียวกัน แล้วจะไปทำร้ายกันทำไม ต้องรักกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่เคยฝึกอบรมในโครงการนี้ด้วยกันหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นเมื่อกลับจากกิจกรรมนี้ไปเข้าสู่สถาบันอาชีวศึกษาแล้ว หากมีรุ่นพี่ที่อาจจะให้ข้อมูลหรือความรู้สึกที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องพยายามใช้ความมั่นคงอย่างที่ทหารเรือได้สอนเอาไว้ โดยการเติมเหล็กลงในกระดูกของนักเรียนให้เป็นผู้ที่มีร่างกายที่แข็งแกร่ง และมีจิตใจที่แข็งแรง กล้าที่จะเผชิญกับสิ่งยั่วยุที่ไม่ถูกต้องได้ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ขอฝากให้นักเรียนนักศึกษาเตรียมอาชีวะทุกคนได้นำไปคิดและนำไปปฏิบัติ

ในการนี้ ต้องขอขอบคุณหน่วยงานของกองทัพเรือ ที่ให้การสนับสนุนกระทรวงศึกษาธิการมาโดยตลอด รวมทั้งครูฝึกและผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ กำลังความคิด และสิ่งดีๆ ให้กับนักเรียนนักศึกษาผู้เป็นอนาคตของชาติ ขอขอบคุณผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาที่ให้การสนับสนุนในการส่งนักเรียนนักศึกษามาเข้าร่วมโครงการฯ คาดว่าในหลักสูตรต่อๆ ไปจะมีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการฯ มากขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณพ่อแม่ผู้ปกครองที่ยอมส่งบุตรหลานเข้าร่วมโครงการที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะได้เห็นว่าลูกหลานก่อนที่จะเข้ารับการฝึกอบรมและหลังจากจบการฝึกอบรมไปแล้ว มีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าในช่วงระยะเวลา 20 วันของการฝึกอบรม จะช่วยบ่มเพาะ ปลูกฝังความดีงาม ความมีระเบียบวินัยได้เป็นอย่างดี


 รมว.ศึกษาธิการ มอบโล่เกียรติคุณแก่ผู้แทนจากหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนโครงการฯ และมอบเกียรติบัตรแก่นักเรียนนักศึกษา พร้อมทั้งพูดคุยกับนักเรียนนักศึกษา และผู้ปกครองที่เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

ที่มาของข่าว : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 9 พฤษภาคม 2558

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^