LASTEST NEWS

22 ส.ค. 2560โรงเรียนในเครืออักษรกรุ๊ป (สายสามัญ) จังหวัดชลบุรี รับสมัครครูผู้สอน จำนวนมาก 22 ส.ค. 2560โรงเรียนสตรีภูเก็ต รับสมัครครูอัตราจ้าง 9 อัตรา วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 30,000 บาท 22 ส.ค. 2560ปฏิรูป..หรือปฏิสังขรณ์ 22 ส.ค. 2560จัดเคาน์เตอร์เซอร์วิสต่อตั๋วครู 22 ส.ค. 2560"หมอธี"ให้ สพฐ.ช่วยจ่ายค่าน้ำ-ไฟสถานศึกษา 22 ส.ค. 2560สมศ.ย้ำชัดไม่ประเมินโรงเรียนจัดฉาก 21 ส.ค. 2560ศธ.ปลดล็อกโยกย้าย ขรก.ไม่ต้องถึงมือกศจ. 21 ส.ค. 2560เตรียมให้อำนาจเบ็ดเสร็จอกศจ.โยกย้ายในจังหวัด 21 ส.ค. 2560ด่วนเลย! สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เปิดสอบรับราชการ 715อัตรา สมัคร28ส.ค.-15ก.ย.60 21 ส.ค. 2560‘กยศ.-กรอ.’ ฟ้องลูกหนี้เพิ่ม 1.4 แสน ค้างจ่าย 1.5 หมื่นล.เผยผู้กู้ผิดนัดพุ่ง 2.1 ล้านราย

ศธ.พบความไม่ชอบมาพากลโครงการ สกสค.บิ๊กตู่สั่งดำเนินการเข้ม 3 ข้อ

  • 08 พ.ค. 2558 เวลา 13:26 น.
  • 2,676 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ศธ.พบความไม่ชอบมาพากลโครงการ สกสค.บิ๊กตู่สั่งดำเนินการเข้ม 3 ข้อ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้เข้ามาตรวจสอบความไม่โปร่งใสภายในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) องค์การค้าของ สกสค. และคุรุสภา ว่า คตร.ได้แจ้งผลการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภายในสำนักงาน สกสค.และได้แจ้งให้ผู้บริหารศธ. และผู้บริหารสกสค. รับทราบ

          เบื้องต้นพบความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินโครงการต่างๆของสำนักงานสกสค. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่อ.หนองหญาปล้อง จ.เพชรบุรี วงเงิน 2,100 ล้านบาทและทางคตร.ได้ทำหนังสือรายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงผลการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการ 3 ข้อ คือ

          1.ให้สำนักงานสกสค.ยกเลิกการทำธุรกรรมกับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ตกรุ๊ป จำกัด ในทุกประเภท

          2.ให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมเป็นคณะกรรมการอยู่ด้วย เข้าไปดำเนินการควบคุมและจัดการกองทุนทั้งหมดของสกสค.รวมถึงตรวจสอบว่าปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง

          3.ให้นำหลักทรัพย์ที่บริษัทบิลเลี่ยนฯใช้ในการค้ำประกันสัญญาและหลักทรัพย์กองทุนอื่นๆมาเก็บรักษารวมไว้ที่ห้องมั่นคงที่ ศธ.ทั้งหมด ได้กำชับให้ นายวัชรินทร์ จำปี รองปลัด ศธ. จัดเวรยามพร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดดูแลตลอด 24 ชม.

          “ผมได้กำชับให้นายวัชรรินทร์ดูแลทรัพย์สินและเอกสารต่างๆไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด รวมถึงให้ตรวจนับจำนวนทรัพย์สิน และรายงานให้ คตร.รับทราบ เท่าที่ทราบเบื้องต้นทรัพย์สินที่บริษัท บิลเลี่ยนฯ นำมาประกันไว้กับสกสค.น่าจะมีมากกว่าวงเงินที่กู้ไป และจากนี้ คตร.ก็จะเข้าไปตรวจสอบโครงการอื่นๆต่อไป เช่น โครงการก่อสร้างอาคารพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 360 ล้านบาท รวมถึงโครงการต่างๆที่อยู่ในดำเนินการของคุรุสภา และองค์การค้าฯด้วย”

          ส่วนการดำเนินการกับนายสมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการ สกสค.นั้น เบื้องต้นกำลังพิจารณาข้อกฎหมายว่าจะยกเลิกสัญญาจ้างได้หรือไม่ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน ซึ่งนายกฯให้ความสำคัญกับปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ วันที่ 8 พฤษภาคม 2558
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^