LASTEST NEWS

29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 28 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 28 เม.ย. 2560กศจ.กรุงเทพ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กปฐมวัย (วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องใช้วุฒิครู) 27 เม.ย. 2560กศจ.นครราชสีมา ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ราชบุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ระนอง ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560

ถกปัญหาค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท (ที่มักไม่เพียงพอ) กระแสเรียกร้องปรับตัวเลขที่กำลังจะมาถึง

  • 17 เม.ย. 2558 เวลา 08:06 น.
  • 760 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ถกปัญหาค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท (ที่มักไม่เพียงพอ) กระแสเรียกร้องปรับตัวเลขที่กำลังจะมาถึง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

งานสัมมนา "รายได้เท่าไหร่ที่เพียงพอต่อการครองชีพ" ที่ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา ในวันที่ 5 เมษายน จัดโดยโครงการเครือข่ายผู้นำแรงงานเข้มแข็ง สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์เครื่องหนังแห่งประเทศไทย (สพท.) ร่วมกับกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง มีอ.แล ดิลกวิทยรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, อ.วิภา ดาวมณี นักวิชาการอิสระ และรศ.ดร.นภาพร อติวานิชพงศ์ สำนักบัณฑิตย์อาสา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเสวนา
 


ก่อนเริ่มงาน นายสมัย ภู แผนนา ประธานสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง กล่าวว่า มติของกลุ่มอยากได้ค่าแรง 421 บาท และอยากให้ยกเลิกคณะกรรมการค่าจ้างระดับชาติ และอนุกรรมการค่าจ้างซึ่งเป็นกลุ่มที่ส่งผลต่อการปรับค่าจ้าง เพราะเป็นการทำงานแบบซ้ำซ้อน จากที่ทำงานกันแบบไตรภาคีอยู่แล้ว สำหรับค่าจ้างที่เป็นธรรมต้องแยกแยะตามประเภทอุตสาหกรรมเพราะรัฐบาลลงในลักษณะภาพรวมเชิงพื้นที่ สังเกตได้ว่า ทุกคนทำโอทีเพื่อพยุงตัวเองและครอบครัว แต่ไม่มีค่าจ้างที่เป็นธรรมสำหรับการทำงาน 8 ชั่วโมง
 

ด้านอ.แล วิทยากรในงานกล่าวว่า รายได้ที่พอสำหรับการดำรงชีวิตตามปกติของผู้ใช้แรงงานในแง่รายได้ที่ยุติธรรม รายได้ที่เพียงพอ หรือรายได้ขั้นต่ำ ล้วนแตกต่างกัน แต่ที่เป็นประเด็นเพราะคนเริ่มรู้สึกว่าค่าจ้าง 300 บาทที่ถูกล็อคไว้ชักไม่เพียงพอ ที่ผ่านมาค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ร้านอาหารระดับชนชั้นกลาง ทาน 2 คน อาหาร 2 อย่าง ซัดไป 600 บาท คนรายได้น้อย ข้าวข้างถนน 30 บาทก็แย่แล้ว กล่องเดียวซัดไป 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อวันแล้ว 

อย่างไรก็ตาม นายจ้างหรือรัฐบาลจะบอกว่า ตอนที่ให้ตกลงกันแล้วว่าจะไม่เรียกเพิ่มในระยะเวลาที่กำหนด ปัญหาคือค่าครองชีพไม่ได้ถูกรับประกันว่าจะอยู่นิ่ง ไม่มีใครคุมรายจ่ายได้ การคุมรายได้ไม่เกิน 300 บาทคงไม่ค่อยเป็นเหตุเป็นผล การเตรียมยื่นข้อเรียกร้องในวันแรงงานนี้ ทุกกลุ่มก็เรียกร้องเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่หรือวิธีการคำนวณนับ ถ้าถามนายจ้างว่าสามารถขึ้นได้หรือไม่ นายจ้างจะมีเหตุผลสนับสนุนว่าขายไม่ออก ถ้าดูตามอัตราเงินเฟ้อ เงินเฟ้อติดลบ แต่ก็อาจสวนทางกับความรู้สึกของลูกจ้าง

ถ้าถามเรื่องรายได้ขั้นต่ำว่าควรเป็นเท่าไหร่รายได้ขั้นต่ำอาจไม่ใช่ค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งเข้าใจผิดเยอะอัตราค่าจ้างเป็นสิ่งที่จ่ายให้ลูกจ้างแรกเข้าและไร้ฝีมือคือไม่เคยทำงานที่ไหนมาก่อน หลักของค่าจ้างขั้นต่ำคือเมื่อเป็นลูกจ้างไม่ว่ามีหรือไม่มีฝีมือต้องมีค่าจ้างเพียงพอต่อการค้ำจุนชีวิตตัวเองและความเป็นคนของตัวเองไว้ได้ 

"ค่าจ้างขั้นต่ำไม่ใช่สำหรับต่อลมหายใจแต่ต้องเป็นค่าจ้างที่ทำให้คนเห็นเราเป็นคนด้วยโดยหลักขององค์การแรงงานระหว่างประเทศแต่เดิมค่าจ้างขั้นต่ำต้องเลี้ยงคนได้อีก2คน ไทยเคยใช้โดยยึดหลักตั้งแต่ประกาศเมื่อพ.ศ. 2515 ใช้ในนิยามมาจนถึงปีพ.ศ. 2518  พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำให้เลี้ยงคนได้หนึ่งคน 

ส่วนรายได้ขั้นต่ำสำหรับคนไม่ใช่เริ่มเข้ามาจะเป็นอย่างไรก็ได้แต่ต้องไม่เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำเคยมีการสำรวจว่าลูกจ้างทำมาา5-10ปีก็ยังกินค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ ถามว่าเงินเดือนขึ้นไหม คือขึ้น แต่ไปอยู่ที่ค่าจ้างขั้นต่ำ แม้ไม่มีใครเชื่อแต่ก็เป็นแบบนี้ จะไม่มีการขึ้นเงินเดือนถ้าไม่มีการประกาศขึ้นจากรัฐบาล คือเราไม่มีหลักการการปรับ ถ้าไม่กำหนดระยะเวลา อยู่มากี่ปีก็จะเป็นแบบนี้ คำถามคือ จะพอใช้จ่ายไหมถ้าขนาดครอบครัวขยายขึ้นไปตามเวลา" อ.แล กล่าว

สำหรับอัตราที่เพียงพอ อ.แล มองว่า คนที่ไม่เห็นด้วยจะบอกว่า ไม่จำเป็นต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น เมื่อดูสถิติราคาสินค้าไม่ได้ขึ้นแต่ยังลดลงด้วยซ้ำ เรียกว่าอัตราเงินเฟ้อติดลบ ถ้าดูโดยรวม แต่คำถามคือ ตัวที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อติดลบตัวหลักคือน้ำมัน ถ้าเป็นคนที่เดินทางด้วยรถซิ่ง ก็ประหยัดค่าน้ำมันเยอะ แต่อย่างปกติ เราใช้น้ำมันโดยตรงมากน้อยแค่ไหน เวลาที่พูดว่าลูกจ้างมีรายจ่ายเพิ่มหรือไม่ ต้องแยกการวัดโดยเฉลี่ยไปสู่การวัดเฉพาะของผู้ใช้แรงงาน คือต้องดูค่าครองชีพของผู้มีรายได้ อัตราเงินเฟ้อของผู้มีรายได้น้อย ตอนนี้ของแพงราคาลด มันก็ถูกถ่วงทำให้ดูไม่เพิ่มเยอะ 

ถ้ารัฐบาลไม่ใช้ดัชนีค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อยก็กลายเป็นภาระของกลุ่มพวกเขาที่ต้องไปวัดเอาเองบางแห่งได้360บางแห่งก็ 400 ตัวเลขอาจแตกต่าง ที่เหมือนคือค่าครองชีพไม่ได้ลดแต่เพิ่มขึ้น การที่ถามว่าเท่าไหร่ถึงเพียงพอต้องดูว่าที่ไหน แต่ในทางปฏิบัติรัฐบาลไม่สามารถขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่ได้ ก็ต้องดูว่าตัวเลขเฉลี่ยที่รับได้ประมาณไหน

คิดว่าคนงานทุกคนทำงานเพื่อเลี้ยงครอบครัวการทำงานใดๆที่ต้องทำร้ายตัวเองทำร้ายครอบครัวเป็นงานที่ไม่ดีถ้าถามว่าค่าจ้างแค่ไหนพอหลักการคือต้องเป็นค่าจ้างที่ไม่บังคับให้คนงานเบียดเบียนตัวเองและครอบครัวตามหลักสากล24 ชั่วโมง แบ่งได้ 8 ชั่วโมง สามช่วง วันหนึ่งไม่ควรทำงานเงินหนึ่งในสาม ที่เหลือต้องเอาเวลาให้กับครอบครัวและตัวเองได้พักผ่อน ลูกได้รู้จักพ่อ ถ้าถามว่าลักษณะนี้สำหรับไทย ค่าจ้างที่ได้เป็นแบบนี้หรือเปล่า เป็นการทำร้ายอายุตัวเองหรือเปล่า 

ถ้าโรงงานที่มีโอที กับไม่มีโอทีอยู่ติดกัน คนก็ต้องไปที่มีโอที โอทีคืองานที่ดึงและทำร้ายตัวเอง หลายคนอาจบอกว่ามันจำเป็น เพราะไม่ทำก็ไม่พอ อาจพอแค่ต่อลมหายใจแต่ทำให้เป็นผู้เป็นคนไม่ได้ ถ้าพูดกันถึงที่สุดถามว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ดี ที่เหมาะที่สุด ง่ายๆทำงานแล้วพอกิน พอเลี้ยงลูกเมีย ไม่ต้องทำร้ายตัวเอง และครอบครัว ถามว่าวันนี้แรงงานของเราเท่าไหร่ที่ต้องทำโอที ท่านเหล่านั้นไม่พอกิน ไม่พอเลี้ยงลูก 

ปัญหาต่อมาคือถ้าเอกชนไม่มีปัญญาจ่าย ตรงนี้ต้องเป็นเรื่องที่ต้องเลือก ถ้ารัฐบาลเห็นว่าสำคัญก็มาช่วยต่างๆเช่นลดภาษี รัฐบาลต้องให้สวัสดิการที่เป็นความจำเป็นซึ่งรายได้ของลูกจ้างไม่สามารถไขว่คว้าได้ ถ้าหากจะให้เป็นอย่างนั้น รัฐเองต้องเข้ามาดูแล ซึ่งเรายังไปไม่ถึง 


"ซีแอตเทิล" โมเดล

รศ.ดร.นภาพร มองว่า หลังการควบคุมการปกครองเมื่อปีที่ผ่านมา คนงานย่านรังสิตค่อนข้างสนใจเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำมากกว่าแห่งอื่น ช่วงต้นปีมีการเคลื่อนไหวรณรงค์บ้างแล้ว 

เรื่องคนรายได้ขั้นต่ำของคนงาน กรณีนี้ เห็นว่า มีผู้เสนอตัวเลข ก่อนหน้านี้คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงาน เสนอวันละ 360 บาทโดยอ้างอิงผลการวิจัย ปรากฎว่าตัวเลขค่าใช้จ่ายจะยังขาดค่าใช้จ่ายสำคัญอย่างค่าเช่าบ้านของคนงาน 

รศ.ดร.นภาพรมองว่าค่าแรงขั้นต่ำต้องเป็นค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีกับคนที่ประกอบอาชีพในสังคมคนที่เป็นลูกจ้างต้องอยู่ได้แบบทัดเทียมกับคนที่ไม่ได้เป็นคนงานเพราะในประเทศที่พัฒนาแล้วในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาก็อยู่ได้แบบทัดเทียมกับคนอาชีพอื่น คนงานไทยน่าจะพัฒนาไปถึงจุดนั้น ถ้าพูดให้เป็นรูปธรรม คิดว่าน่าจะเป็นค่าแรงที่พอกับค่าใช้จ่ายรายวัน แต่เพียงพอก็ไม่น่าจะต้องอยู่รอดไปต่อวัน น่าจะต้องมีส่วนเหลือ คนที่ทำงานมีคนที่ต้องเลี้ยงดู นอกจากส่งเสียครอบครัว คนงานต้องมีเงินเพื่อหาความบันเทิง อาจไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่ก็ต้องมีความรื่นเริงบ้าง รวมถึงเรื่องการศึกษา และเงินออม

เมื่อลองสำรวจตัวเลขใกล้ตัว ดูพนักงานมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีลักษณะใช้แรงงาน วุฒิม.3 อายุงาน 4-5 ปี ลูกจ้างม.รับผลพวงจากการปรับเงินเดือนป.ตรี ส่วนที่ต่ำกว่าป.ตรีก็มีส่วน เขาได้เงินเดือน 10,800 บาท ได้หยุดราชการสัปดาห์ละ 2 วัน ตกประมาณวันละ 458 บาท ก็น่าจะพออยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ขับเคลื่อนให้ได้เท่านี้แม้จะถ้าให้เป็นไปได้ก็ควรเป็นแบบนี้

การขับเคลื่อนในสถานการณ์ที่ไม่เป็นปกติคิดว่าองค์กรนำของลูกจ้างต้องพูดให้เป็นเสียงเดียวกันหมดทำอย่างไรให้พลังรวมกันสิ่งสำคัญคือการเคลื่อนในหมู่ลูกจ้างไม่พอ การสร้างความเข้าใจหรือสร้างแนวร่วมอย่างสื่อมวลชน หรือแม้แต่ฝ่ายนายจ้างเอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ค่าจ้างที่ปรับใหม่ส่งผลบวกต่อทุกฝ่าย จากตรงนี้นำมาสู่การศึกษาบทเรียนความสำเร็จปรับค่าจ้างขั้นต่ำของคนงานในฟาสต์ฟูดในสหรัฐอเมริกา 

ผู้เขียนบทเขียนในหนังสือสารคดีในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมาที่น่าสนใจคือบทความสรุปว่าความสำเร็จมีปัจจัยสำคัญ 3 เรื่องคือการรณรงค์ระดับรากหญ้า การสมานฉันท์ และการเลือกตั้ง ซึ่งถ้าเทียบกับไทยอาจมีจุดที่น่าคิด

เมื่อ 2 มิ.ย. ปีที่ผ่านมา เมืองซีแอทเทิล ลงเสียงขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นเอกฉันท์ จาก 7 ดอลลาร์เป็น 15 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อชั่วโมง หรือ 487 บาท ประเด็นแรก การเคลื่อนไหวทำโดยคนงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมฟาสต์ฟูด คนงานกลุ่มนี้เป็นกำลังหลักของการเคลื่อนไหว กลุ่มนี้เป็นระดับรากหญ้าในอเมริกา เดิมคนอาจคิดว่าคนทำงานเป็นนักศึกษา แต่คนงานในอุตฯนี้ทำงานเต็มเวลา และมีครอบครัวซึ่งต้องอาศัยค่าจ้างในการดำรงชีพ 

การเคลื่อนไหวมีสหภาพแรงงานภาคบริการรวมถึงกลุ่มองค์กรหลายกลุ่มร่วมเคลื่อนไหวใช้เวลา2ปีกว่าจะประสบความสำเร็จ ประเด็นนี้คือลักษณะสมานฉันท์ ส่วนปัจจัยด้านการเลือกตั้ง มีนักการเมืองหญิงที่แกเป็นผู้อพยพชาวอินเดียเป็นอ.มหาวิทยาลัยในอเมริกา นักการเมืองคนนี้แกลาออกจากการเป็นอาจารย์ มาสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกเทศบาลซีแอตเทิล พร้อมนโยบายหาเสียงค่าจ้างขั้นต่ำ และชนะเลือกตั้ง เหมือนกับว่าเป็นสิ่งที่แสดงว่าชาวเมืองเห็นด้วยกับนโยบาย องค์กรระดับท้องถิ่น สภาเมืองก็ถือโอกาสเข้ามาในกระแส สนับสนุนลงมติให้ผ่านกฎหมายออกมา นี่คือตัวอย่างที่บอกว่าการเลือกตั้งเกี่ยวโยง นักการเมืองที่ยึดโยงกับการสนับสนุนของประชาชนก็ต้องชูนโยบาย

"เมื่อเปรียบเทียบกับไทยเรื่องสมานฉันท์ในไทยอาจน่าเป็นห่วงส่วนเรื่องการเลือกตั้งไม่อยู่ในเงื่อนไขในปัจจุบันแต่อาจยากนิดหน่อยที่จะหานักการเมืองหรือผู้มีอำนาจที่จะสนับสนุนโดยไม่ยึดโยงกับความนิยมแต่ก็ฝากเอาไว้เป็นแง่คิดเผื่อเป็นประโยชน์"


ส่วนอ.วิภา แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนร่วมในการกำหนดชีวิตตัวเองของคนในสังคมยังมีน้อย รูปแบบการเมืองการปกครองและรายได้มีส่วนเชื่อมโยงกัน ถ้าการเมืองการปกครองเป็นระบอบที่เข้าไปมีส่วนร่วมได้ว่านโยบายเป็นอย่างไร เอาใจนายทุนหรือผู้ใช้แรงงาน กำหนดระยะเวลาทำงาน รายรับต่อวัน และภาษีควรเป็นอย่างไร ถ้ามีส่วนจัดสรรการบริหาร แบ่งรายรับ รายได้ให้พลเมือง น่าจะกำหนดรายรับได้ ถ้าไม่มีสิทธิ์ แต่เป็นคนอื่นที่กำหนดให้ต้องถามต่อว่าอะไรจะเกิดขึ้น 

อ.วิภา ตั้งคำถามต่อว่า ประเด็นค่าจ้างกับรายได้แตกต่างกันอย่างไร สัมพันธ์กับรูปแบบการปกครองอย่างไร ค่าจ้างกับรายได้คนละอย่าง ค่าจ้างเป็นสิ่งที่นายทุนกำหนด เขาดูจากต้นทุน และกำหนดค่าจ้าง รูปแบบของรัฐหรือกรรมการที่บริหารรัฐคือคนส่วนหนึ่งที่ได้เปรียบในสังคมรวมตัวกันและมีความสามารถเข้าไปบริหารรัฐได้เมื่อเขาเป็นผู้กำหนดค่าจ้างจึงเป็นตัวเลขที่เขาบอกคนที่อยากกำหนดตัวเลขเขากำหนดว่าจะได้กำไรเท่าไหร่คุณจึงเอาไปเท่านี้ เช่นเดียวกับบอกว่าค่าจ้างรายวันที่เป็นชั่วโมง เราต้องเชื่อว่าวันหนึ่งเขาได้สี่พันกว่าบาท สำหรับเราค่าจ้างเท่านี้กินข้าววันละเท่าไหร่ ถ้ากินข้าววันละพัน เมื่อค่าข้าวเทียบแล้ว 25 เปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับเราค่าจ้าง 300 ค่าข้าวก็เกือบครึ่งไปแล้ว รวมถึงค่ารถอีก บอกได้ไหมว่ามันไม่พอ และสะสมมาแบบนี้ 

อัตราเพิ่มของค่าครองชีพสูงขึ้นทุกปี อัตราการขึ้นเงินรายวันขึ้นแค่ 1-2 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่อัตราค่าครองชีพขึ้น 3-6 เปอร์เซ็นต์ ถ้าขึ้นค่าจ้างรายวันชะลอ แสดงว่าถูกลดเงินเดือนทุกปี ถูกหลอก ถูกตบตา แม้กระทั่งได้ขึ้นเป็น 300 เทียบกันแล้วกับอัตราค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี ในกระเป๋าถือว่าน้อย และเมื่อดูว่าหลายอาชีพเป็นหนี้แถมถูกด่าว่าเป็นบริโภคนิยมทั้งที่เงินไม่พอ ทุกวันนี้กลายเป็นการโกหกคำโตของระบอบทุนนิยมที่ขูดรีดอย่างหนัก 

"ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับทางออกอยู่ที่เราจะคุยกันเดินกันต่อไปอย่างไรสิ่งที่จะต่อสู้ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่เพื่อสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตัวเอง ในสภาพแบบนี้คน 20 เปอร์เซ็นต์เขารายได้เพิ่มขึ้น รายได้บริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น จะทำอย่างไรที่จะมีเสรีภาพ มีการร่วมมือร่วมใจกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง บอกได้เลยว่าควรมีรายได้ 1500 บาทต่อวันขึ้นไป ไม่อย่างนั้นจะเลี้ยงคนอย่างน้อย 3 คนได้อย่างไร"


เสียงสะท้อนจากแรงงาน

ด้านตัวแทนจากสหภาพไทรอัมพ์ เปิดเผยว่า 421 บาทยังห่างจากความเป็นจริง ที่ประสบทุกวันนี้ กินค่าแรง 475 บาท ไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีพหรือเลี้ยงดูใครอีกสักคน ออกจากบ้านเช้า สิ่งแรกที่ต้องกิน น้ำก็ต้องจ่ายแล้ว กินน้ำก็มีอาหารตามมา อย่างน้อยๆก็ต้องมีขนมปังติดมือ สภาพที่อยู่ในโรงงานก็ไม่ใช่ทำงานตามที่ทั่วไปทำกัน ไม่ได้นั่งในห้องแอร์ มีการเร่งเป้าการผลิต เกิดความเหนื่อยล้า สิ่งที่จะต้องการคือต้องมีสุขภาพที่ต้องบำรุงด้วย 

ค่าแรงขั้นต่ำขึ้นมาก็จริง คนงานที่ทำมาอายุงานมากกว่า 30 ปีแต่ค่าแรงก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นค่าแรงเพิ่มแต่ละปีพวกเราต่อสู้มาตลอด ไม่ใช่เขาหยิบยื่นให้ พนักงานต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากที่เรียกร้องไปหน่วยงานภาครัฐแทบมองไม่เห็นสิ่งที่ต้องการจริงๆคืออะไร ปีหนึ่งแทบไม่เข้ามาดูเลยถ้าไม่มีการร้องขอ ไม่ใช่แค่ 421 บาทเลี้ยงตัวเองได้ ที่มางานเสวนาอย่างน้อยก็ต้องจ่ายค่ารถ ค่าอาหาร ความเป็นมนุษย์ ศักดิ์ศรีแทบไม่ต้องพูดถึง แม้แต่ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์เงินเดือนที่ว่าเยอะๆก็เป็นพวกค่าล่วงเวลามากกว่า

"ถึงรัฐบาลจะให้ 300 แต่มันแทบไม่พอเลยสำหรับคนใช้ชีวิตในการทำงาน" 

 
ที่มาของข่าว : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558 เวลา 14:56:51 น.
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^