LASTEST NEWS

19 ส.ค. 2560วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน 19 ส.ค. 2560จ่อคลอดคู่มือเลี้ยงเด็กปฐมวัย 19 ส.ค. 2560ครู2.2หมื่นไม่เสียสิทธิคูปองช้อปปิ้งคอร์ส 19 ส.ค. 2560‘คุรุสภา’ เล็งลดมาตรฐานผลิตครูเหลือ 4 ด้าน ถกเรียนครู 4 ปี 5 ปี 25 ส.ค.นี้ 19 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 5117 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา 18 ส.ค. 2560กศจ.พระนครศรีอยุธยา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 39 อัตรา - รายงานตัว 28 ส.ค.2560 18 ส.ค. 2560ร่างกำหนดพัฒนาการเด็กปฐมวัยละเอียดยิบ 17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง

เรียกคืนคลัง..รร.เอกชน รับอุดหนุนซ้ำซ้อน

  • 17 เม.ย. 2558 เวลา 07:50 น.
  • 900 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เรียกคืนคลัง..รร.เอกชน รับอุดหนุนซ้ำซ้อน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สช.เรียกเงินคืนรร.เอกชนรับอุดหนุนซ้ำซ้อน

     นายบัณฑิต ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(กช.) เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556โดยขอให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจสอบฐานข้อมูลด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก พบว่า มีตัวเลขเด็กโรงเรียนเอกชน ซ้ำซ้อนกับสถานศึกษาสังกัดอื่นถึง 40,000 กว่าคน และเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าในจำนวนนี้มีตัวจริงที่เรียนอยู่กับโรงเรียนเอกชนเพียง 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออยู่กับสังกัดอื่น โดยส่วนใหญ่อยู่กับโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เมื่อเป็นเช่นนี้ สช.จึงมีหนังสือแจ้งไปยังโรงเรียนเอกชนที่รับเงินอุดหนุนเกินจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริงให้ส่งเงินคืนมายัง สช.แล้ว

     "จากการตรวจสอบตั้งแต่ปี 2556-2557 พบว่ามีบางโรงเรียนมีชื่อนักเรียนซ้ำกับโรงเรียนสังกัดอื่นเป็นร้อยคน แต่เท่าที่ติดตามส่วนใหญ่ไม่มีเจตนาที่จะแจ้งข้อมูลเท็จ แต่อาจเกิดจากระบบการส่งต่อนักเรียน และฝ่ายทะเบียนไม่มีการอัพเดทข้อมูลนักเรียนให้เป็นปัจจุบัน เช่น เมื่อมีเด็กย้ายออกไปเรียนที่อื่นแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดชื่อออกจากระบบของโรงเรียน หรือเด็กบางคนก็ไม่ได้แจ้งย้ายออกแต่หายไปเฉย ๆ ทำให้มีรายชื่อค้างอยู่ในโรงเรียนเดิม เป็นต้น"

     เลขาธิการ กช.กล่าวและว่า หลังจากนี้ สช.จะเร่งทำความเข้าใจกับโรงเรียนเอกชนและเข้มงวดเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีก สำหรับปีงบประมาณ 2558 นี้ สช.จะให้เริ่มดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่เดือนมิ.ย.นี้เป็นต้นไป ซึ่งเชื่อว่าปัญหาน่าจะลดลงไปมาก 

      เลขาธิการ กช.กล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่เรียกคืนเงินคืนมา 2 ปี โรงเรียนส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี โดยถ้าโรงเรียนไหนต้องส่งเงินคืนจำนวนมากกว่า 1 ล้านบาท สช.ก็อนุโลมให้ผ่อนจ่ายคืนเป็นงวด ๆ ได้ เพื่อไม่ให้กระทบกับการบริหารจัดการ โดยขณะนี้โรงเรียนได้ส่งเงินคืนมารวมแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ซึ่ง สช.ก็จะดำเนินการส่งคืนคลังต่อไป

ที่มาของข่าว : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558 เวลา 12:20 น.
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^