LASTEST NEWS

09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป

เอาไงดี? ...หางานใหม่แล้วค่อยลาออก กับ ลาออกแล้วค่อยหางานใหม่ !!

  • 12 เม.ย. 2558 เวลา 12:40 น.
  • 3,418 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เอาไงดี? ...หางานใหม่แล้วค่อยลาออก กับ ลาออกแล้วค่อยหางานใหม่ !!

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์ โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com  

หางานใหม่ กับ การลาออก 


ผมว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องน่าสนใจ และเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนเลยนะครับ ซึ่งพอพูดกันถึงเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าต่างคนต่างมีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ที่แตกต่างกันออกไป 

เราลองมาดูกันสิครับว่า แต่ละทางเลือกข้างต้นนี้จะมีข้อดี-ข้อเสียยังไงบ้าง 

ก.หางานใหม่ให้ได้ก่อนแล้วค่อยลาออก 

ข้อดีของทางเลือกนี้ 

1.เรายังมีงาน และมีเงินเดือน (จะเรียกว่าของตายก็ได้นะครับ) รองรับอยู่ ถ้ายังไม่ได้งานใหม่ เรายังทำงานที่เดิมไปพลาง ๆ ก่อนได้ ถ้าบริษัทใหม่ที่เราไปสมัครงาน หรือสัมภาษณ์ไว้ เขาตอบรับแล้วเราค่อยมาตัดสินใจอีกทีหนึ่ง 

2.ยิ่งไปสมัครงานไว้หลายแห่ง ยิ่งมีตัวเลือกให้เปรียบเทียบได้แบบไม่ต้องรีบร้อน เพราะยังไงก็มีงานในปัจจุบันรองรับอยู่ 

3.ยังมีอำนาจในการต่อรองตำแหน่ง, เงินเดือน ฯลฯ ดีกว่าไม่มีงานอะไรทำในตอนนี้ แถมภาพลักษณ์จะดูดีกว่าการเป็นคนตกงาน 

ข้อเสียของทางเลือกนี้ 

1.การออกไปหางาน, ไปสัมภาษณ์ หรือติดต่องานกับที่ใหม่ค่อนข้างลำบากสักหน่อย เพราะถ้าลาหยุดไปบ่อยจนผิดสังเกต หัวหน้าจับได้ ข่าวรั่วไหล ฯลฯ อาจจะโดนหัวหน้า หรือฝ่ายบริหารหมายหัวไว้ว่าเป็นคนไม่รักองค์กร คิดหาทางตีจาก ทำให้มีผลต่อการขึ้นเงินเดือน, โบนัส, โอกาสความก้าวหน้า ฯลฯ 

2.ถ้าบริษัทที่ใหม่ต้องการคนที่มาทำงานเร็ว อาจจะไปไม่ได้ เพราะต้องยื่นใบลาออกล่วงหน้าตามระเบียบกับที่ปัจจุบัน ไหนยังต้องรอให้บริษัทหาคนใหม่มาแทน และสอนงานคนใหม่ให้รู้เรื่องแล้วส่งมอบงานกันให้ดีเสียก่อน (นี่ผมพูดถึงคนที่มีความรับผิดชอบที่ทำตามกฎระเบียบของบริษัทและอยากจะลาออกจากกันด้วยดีนะครับ) ซึ่งแน่นอนว่าจะสะบัดก้นไปทันทีก็คงไม่งามแน่ ๆ 

ข.ลาออกแล้วค่อยหางานใหม่ 

ข้อดีของทางเลือกนี้ 

1.มีเวลาหางานใหม่ได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ แอบเจ้านายออกมาหางาน ไม่ว่าบริษัทแห่งใหม่จะนัดทดสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์กี่ครั้ง เมื่อไหร่ พร้อมจะไปตามนัดได้อย่างสบายใจ 

2.ถ้าบริษัทแห่งใหม่ต้องการคนที่พร้อมจะมาเริ่มงานได้เร็ว เราพร้อมจะมาทำงานให้เขาได้อย่างทันใจเช่นเดียวกัน เพราะว่างงานอยู่แล้วตอนนี้ 

3.มีเวลาในการเตรียมตัวสำหรับการไปสมัครงานในที่แห่งใหม่ได้เต็มที่ เช่น หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทแห่งใหม่, การเตรียมทำเรซูเม่ (Resume) ให้ดูดีมีชาติตระกูล ทำให้น่าสนใจ, การเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ในที่ใหม่ ฯลฯ

ข้อเสียของทางเลือกนี้ 

1.อำนาจต่อรองลดลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตำแหน่ง, เงินเดือน ฯลฯ จะลดลง เพราะที่แห่งใหม่มักจะเห็นว่า ตอนนี้ผู้สมัครงานก็ว่างงานอยู่ (พูดภาษาชาวบ้านว่าหลักลอย ไม่มีแบ็กอัพก็ได้มั้งครับ) ก็เลยกดเงินเดือนที่ผู้สมัครต้องการลงได้อีก 

2.ทั้ง HR หรือผู้บริหารที่เป็นกรรมการสัมภาษณ์ในบริษัทแห่งใหม่ที่ไปสมัครงาน เขาคงจะต้องมีคำถามนะครับว่า ทำไมถึงต้องลาออกมาก่อนแล้วค่อยมาหางานใหม่ มีปัญหาอะไรในที่ทำงานเดิมมากมายหรือเปล่า 

เผลอ ๆ กรรมการสัมภาษณ์บางท่านอาจจะมโนไปไกลขนาดว่า ผู้สมัครรายนี้เป็นคนจับจด ไม่อดทน ไม่สู้งาน เอะอะไม่พอใจก็ลาออกมา โดยไม่แคร์ว่าจะมีงานรองรับหรือเปล่า แล้วถ้ามาอยู่กับบริษัทของเราแล้ว เขาทำอย่างนี้กับบริษัทของเรา มิวุ่นวายต้องมาหาคนใหม่กันกะทันหันทำนองนี้อีกหรือ ฯลฯ แล้วแต่จะมโนกันไปนะครับ 

ซึ่งความคิดทำนองนี้คงไม่เป็นผลดีนักกับผู้สมัครงาน แถมถ้าผู้สมัครงานตอบคำถามเหล่านี้ได้ไม่สมเหตุสมผลล่ะก็ โอกาสได้งานยิ่งลดน้อยลงไปอีก เมื่อเปรียบเทียบกับผู้สมัครรายอื่นที่ยังมีงานทำอยู่ในตอนนี้จริงไหมครับ 

เป็นยังไงบ้างครับ กับข้อดี-ข้อเสียของทั้งสองทางเลือกที่ผมยกมาข้างต้น คงจะพอเป็นข้อคิดให้ท่านที่กำลังคิดจะหางานใหม่ได้เอาไว้ตัดสินใจได้ดีขึ้นแล้วนะครับว่า จะเลือกทางไหนถึงจะดีที่สุดสำหรับตัวของท่านเอง 

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้สำหรับท่านที่กำลังคิดที่จะลาออก คือ อะไรคือปัญหา และสาเหตุที่แท้จริงของความคิดที่ท่านอยากจะลาออกจากที่ทำงานปัจจุบัน ซึ่งเราได้ให้เวลา รวมถึงได้อดทนพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง แล้วเราได้คิดตัดสินใจด้วยเหตุและผลอย่างดีแล้ว โดยไม่ใช่ด้วยการตัดสินใจแบบอารมณ์ชั่วแล่น 

เพราะอนาคตย่อมขึ้นอยู่กับปัจจุบันที่ท่านตัดสินใจ...ขอให้ท่านตัดสินใจถูกต้องนะครับ 

ที่มาของข่าว : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2558
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : เอาไงดี? ...หางานใหม่แล้วค่อยลาออก กับ ลาออกแล้วค่อยหางานใหม่ !!

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^