LASTEST NEWS

22 ส.ค. 2560สมศ.ย้ำชัดไม่ประเมินโรงเรียนจัดฉาก 21 ส.ค. 2560ศธ.ปลดล็อกโยกย้าย ขรก.ไม่ต้องถึงมือกศจ. 21 ส.ค. 2560เตรียมให้อำนาจเบ็ดเสร็จอกศจ.โยกย้ายในจังหวัด 21 ส.ค. 2560ด่วนเลย! สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เปิดสอบรับราชการ 715อัตรา สมัคร28ส.ค.-15ก.ย.60 21 ส.ค. 2560‘กยศ.-กรอ.’ ฟ้องลูกหนี้เพิ่ม 1.4 แสน ค้างจ่าย 1.5 หมื่นล.เผยผู้กู้ผิดนัดพุ่ง 2.1 ล้านราย 21 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว5151 ซักซ้อมการเลื่อนเงินเดือน/ค่าจ้าง/ค่าตอบแทน ครั้งที่ 2 (1ตุลาคม 2560) 21 ส.ค. 2560บรรจุครั้งแรก 100 อัตรา กรมทางหลวง เปิดสอบแข่งขันบรรจุเข้ารับราชการ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 21 ส.ค. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก 85 อัตรา มหาวิทยาลัยนครพนม เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย 21 ส.ค. 2560กรมการขนส่งทหารบก เปิดสอบพนักงานราชการ 40 อัตรา (สมัคร28-31ส.ค.60) 20 ส.ค. 2560ทปอ.ยื้อสรุปเปิด-ปิดตามอาเซียน

ระบบใหม่จัดสรรงบตรงสู่โรงเรียน-ครูแค่ลูกจ้าง

  • 23 มี.ค. 2558 เวลา 11:24 น.
  • 12,475 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ระบบใหม่จัดสรรงบตรงสู่โรงเรียน-ครูแค่ลูกจ้าง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ระบบใหม่จัดสรรงบตรงสู่โรงเรียน-ครูแค่ลูกจ้าง
 
สปสช.การศึกษาวางแผนจัดสรรงบสู่โรงเรียนโดยตรงหวังระบบใหม่ดึงเม็ดเงินสู่ตัวเด็กมากขึ้น จากปัจจุบันงบส่วนใหญ่ 80% ไปกระจุกที่เงินเดือนข้าราชการ เผยแผนกระจายอำนาจให้โรงเรียน อนาคตครูจะเป็นเพียงพนักงานที่โรงเรียนว่าจ้าง ส่วนเงินอุดหนุนให้โรงเรียนรัฐ-เอกชนมีจำนวนใกล้เคียงกัน
 
นางประภาภัทร นิยม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) กล่าวถึงบทบาทและหน้าที่ของสำนักงานหลักประกันการศึกษาแห่งชาติ (สปสช.การศึกษา) ที่เป็น 1 ใน 4 องค์กรที่ตั้งใหม่ตามแผนการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2558 ว่าสำนักงานหลักประกันการศึกษาแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่จะเข้ามาวางแผนวิเคราะห์ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และมุ่งตรงสู่โรงเรียนมากขึ้น โดยจะเป็นผู้ทำนโยบายการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรด้านการศึกษาให้กับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
 
เนื่องจากปัจจุบันงบประมาณด้านการศึกษาถูกแบ่งออกเป็นเงินเดือนข้าราชการสูงถึง 80% ส่วนอีก 20% แบ่งเป็นงบลงทุนงบอุดหนุนรายหัวนักเรียน และงบพัฒนาการศึกษา ซึ่งงบพัฒนาการศึกษาโรงเรียนจะได้รับต่อเมื่อผ่านการพิจารณาจากส่วนกลาง ทำให้โรงเรียนไม่สามารถบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวได้เอง ซึ่งปัญหาดังกล่าวจึงอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การศึกษาไทยไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในเรื่องการพัฒนาคุณภาพ
 
“ทั้งนี้ ในส่วนของวิธีการการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรด้านการศึกษาก็มีได้ในหลายวิธี อาทิ การจัดสรรงบเงินเดือนครูให้ลงไปสู่โรงเรียนไม่ใช่สั่งจ่ายจากส่วนกลาง เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถจ้างครูที่มีความรู้ความสามารถได้ เป็นต้น” ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าว
 
ด้านนายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย ที่อยู่ภายใต้คณะอำนวยการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ. กล่าวว่า ขณะนี้ทางคณะอนุฯ ได้มีการร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับสำนักงานหลักประกันการศึกษาแห่งชาติ โดยเบื้องต้นสำนักงานหลักประกันการศึกษาแห่งชาติจะต้องมีการศึกษาถึงค่าใช้จ่ายรายหัวออกมาอย่างชัดเจน ทั้งในโรงเรียนของรัฐและเอกชน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 และพยายามทำให้โรงเรียนของรัฐและเอกชนได้รับงบอุดหนุนรายหัวอย่างใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เงินสนับสนุนในส่วนของโรงเรียนรัฐบาลมีจำนวนมาก แต่เงินรายหัวได้น้อย เนื่องจากแบ่งไปเป็นเงินเดือนครูเกินกว่าครึ่ง ทั้งนี้รัฐจะต้องจัดสรรเงินลงสู่โรงเรียน ให้โรงเรียนสามารถจ้างครูได้เอง
 
“จากความเห็นของผมในเรื่องดังกล่าว หากสามารถดำเนินการได้ โรงเรียนก็อาจจะไม่จ้างครูที่เกษียณอายุแล้วให้สอนต่อเนื่อง เงินในการจ้างครูดังกล่าวมีจำนวนสูง สามารถแจ้งครูรุ่นใหม่ได้ถึง 2 คน ซึ่งผมคาดว่าภายใน 5 ปี ครูเกษียณอายุราชการจะหายไปกว่าครึ่ง ซึ่งสามารถคืนเงินให้รัฐได้จำนวนหนึ่ง และจะทำให้เงินรายหัวของเด็กมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นได้พอสมควร และในอนาคตครูที่จะเข้ามาสอนในโรงเรียนอาจจะเป็นแค่พนักงานครูที่โรงเรียนเป็นผู้จ้าง มีการบริหารจัดการรูปแบบคล้ายมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ครูก็ยังจะต้องผ่านการสอบใบประกอบวิชาชีพเพื่อวัดมาตรฐานอยู่ดี แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาและเป็นเรื่องที่ไปได้ยากพอสมควร” ประธานอนุฯ ด้านกฎหมายกล่าว.
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ระบบใหม่จัดสรรงบตรงสู่โรงเรียน-ครูแค่ลูกจ้าง

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^