LASTEST NEWS

24 ส.ค. 2560ดาวน์โหลด!! หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 23 ส.ค. 2560สพป.ตาก เขต 2 เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราวและครูอัตราจ้าง 8 อัตรา 23 ส.ค. 2560ครูธุรการ สพฐ ยื่นหนังสือ ครม สัญจร ที่โคราช ทวงถามความมั่นคงในอาชีพ 23 ส.ค. 2560โอกาสดีๆ มีไม่มากนัก เปิดสอบรับราชการ 22,602 อัตรา รับทั่วประเทศ คลิกดูรายละเอียด 23 ส.ค. 2560รับสมัครสอบตำรวจ 790 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต 1-22ก.ย.2560 นี้ 22 ส.ค. 2560โรงเรียนในเครืออักษรกรุ๊ป (สายสามัญ) จังหวัดชลบุรี รับสมัครครูผู้สอน จำนวนมาก 22 ส.ค. 2560โรงเรียนสตรีภูเก็ต รับสมัครครูอัตราจ้าง 9 อัตรา วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 30,000 บาท 22 ส.ค. 2560ปฏิรูป..หรือปฏิสังขรณ์ 22 ส.ค. 2560จัดเคาน์เตอร์เซอร์วิสต่อตั๋วครู 22 ส.ค. 2560"หมอธี"ให้ สพฐ.ช่วยจ่ายค่าน้ำ-ไฟสถานศึกษา

ศธ.ลดสอบโอเน็ต 5 สาระเริ่มปี 58 รมช.ศึกษาธิการเชื่อช่วยลดกวดวิชา

  • 26 ก.พ. 2558 เวลา 09:54 น.
  • 575 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ศธ.ลดสอบโอเน็ต 5 สาระเริ่มปี 58 รมช.ศึกษาธิการเชื่อช่วยลดกวดวิชา

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ศธ.ลดสอบโอเน็ต 5 สาระเริ่มปี 58 รมช.ศึกษาธิการเชื่อช่วยลดกวดวิชา 
 
          "ณรงค์" ยันลดสอบโอเน็ตเหลือ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เริ่มปีการศึกษา 2558 ด้าน รมช.ศึกษาธิการเชื่อลดสอบโอเน็ต ลดกวดวิชา แก้ข้อโต้แย้งของข้อสอบ ย้ำอีก 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ไม่มีในโอเน็ต แต่ยังคงต้องจัดทดสอบ
 
          เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่อาคารพญาไท พลาซ่า พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ว่า ที่ประชุมได้มีมติยืนยันลดการสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) จาก 8 กลุ่มสาระวิชา เหลือเพียง 5 สาระวิชา คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา โดย สทศ.เป็นผู้จัดสอบ ส่วน 3 กลุ่มสาระที่เหลือ คือ สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ และการงานอาชีพและเทคโนโลยีนั้น ให้สถาน ศึกษาเป็นผู้จัดสอบ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ สำหรับการจัดสอบนั้น จะเริ่มปรับทันทีในปีการศึกษา 2558 ที่จะจัดสอบช่วงต้นปี 2559 โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า 3 ปี
 
          เพราะตามกฎหมาย ระเบียบต่างๆ ก็ไม่มีกำหนดว่าต้องแจ้งล้วงหน้า 3 ปี และไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องแจ้งล่วงหน้า 3 ปี
 
          สำหรับกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติว่าจะใช้คะแนนโอเน็ต 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ หากเหลือ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้อาจจะไม่ใช้ เป็นเรื่องของ ทปอ. ซึ่ง สทศ.เป็นเพียงผู้จัดสอบและยืนยันจะจัดสอบเพียง 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้เท่านั้น การจัดสอบ 3 กลุ่มสาระที่เหลือทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ยืนยันว่าทำได้ ไม่มีปัญหา และพร้อมรับไปดำเนินการในโรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ ส่วนการนำคะแนนโอเน็ตไปใช้ในการรับนักเรียนนั้น ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือถึงเรื่องนี้ สพฐ.คงต้องไปหารือกันต่อไป นอกจากนั้น ในส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่านักเรียนไปยื่นฟ้อง รมว.ศึกษาธิการในการนำคะแนนโอเน็ตไปใช้ในการจบช่วงชั้นต่อศาลปกครองนั้น เป็นสิทธิ์ของเด็กที่สามารถกระทำได้ ซึ่งพร้อมไปชี้แจง
 
          ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า โดยส่วนตัว การลดสอบโอเน็ตเหลือเพียง 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ไม่ได้หมายความว่าอีก 3 กลุ่มสาระที่เหลือจะไม่มีการทดสอบ ยังมีการจัดทดสอบอยู่ เพียงแต่ไม่ได้สอบวัดจากส่วนกลาง แต่เป็นหน้าที่ของสถานศึกษาในการจัดสอบ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากจะช่วยลดแรงกดดันจากการกวดวิชาแล้ว ยังแก้ปัญหาเรื่องข้อสอบที่มีข้อโต้แย้ง สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบอยู่
 
 
          อีกทั้งสถานศึกษาก็สามารถไปจัดสอบจะได้ออกแบบกิจกรรมและการวัดผลที่สอดคล้องกับบริบทแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างเด็กให้มีทักษะทางสังคม การทำงานเป็นทีม การคิดแบบมีเหตุผล สร้างสรรค์ เป็นโอกาสในการสร้างคนที่ไม่ใช่เป็นหุ่นยนต์อย่างเดียว แต่รู้จักทำงานเพื่อส่วนรวมอีกด้วย  หาก ทปอ.ยืนยันจะใช้โอเน็ต 8 กลุ่มสาระการ เรียนรู้ หรือไม่นั้น คงต้องแล้วแต่ ทปอ. ซึ่งถ้า ทปอ. ใช้คะแนนโอเน็ต 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้อาจดูจากแฟ้มสะสมผลงาน เพราะการวัด 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ จริงๆ วัดจากคะแนนคงไม่ได้ ต้องดูจากความสามารถของเด็ก
 
ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ศธ.ลดสอบโอเน็ต 5 สาระเริ่มปี 58 รมช.ศึกษาธิการเชื่อช่วยลดกวดวิชา

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^