LASTEST NEWS

22 พ.ย. 2560สพฐ.ย้ำเลิก"ไอซียู"เหตุ รร.พ้นวิกฤต 22 พ.ย. 2560สพม.36 เปิดรับสมัครครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 14 อัตรา สมัคร24-30พ.ย.60 22 พ.ย. 2560สอบสวน2ครูสาวพุ่งเป้าสพม.38 เรียกผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ 21 พ.ย. 2560เช็คคุณสมบัติ ปี1-5 ปีการศึกษา 2560 ที่มีสิทธิ์สมัครทุนครูคืนถิ่น 26,967 อัตรา 21 พ.ย. 2560มาแล้ว! ทุนครูคืนถิ่น รับสมัคร2.7หมื่นอัตรา จบแล้วบรรจุครูผู้ช่วยภูมิลำเนาทันที - สมัครถึง8ธ.ค.60 21 พ.ย. 2560สถ.แจ้งให้ม.บูรพา ตรวจสอบข้อร้องเรียนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 21 พ.ย. 2560โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ เปิดสอบบรรจุเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ 393 นาย 21 พ.ย. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก. 31 อัตรา สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงาน 21 พ.ย. 2560ยันไม่มีระเบียบให้กล้อนผมเด็ก 20 พ.ย. 2560สพป.สุรินทร์ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการตำแหน่งครูผู้สอนและครูอัตราจ้าง รวม 19 อัตรา

"เทศบาล-อบต." หนุนโอน พนง.ท้องถิ่นเป็นครูสพฐ.

  • 11 ก.พ. 2558 เวลา 12:48 น.
  • 1,494 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"เทศบาล-อบต." หนุนโอน พนง.ท้องถิ่นเป็นครูสพฐ.
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"เทศบาล-อบต." หนุนโอน พนง.ท้องถิ่นเป็นครูสพฐ.
 
          เทศบาล-อบต.ไม่ค้านโอน พนง.ท้องถิ่นเป็นครูสังกัด สพฐ. สปช.ไม่ฟันธงอำนาจซุปเปอร์บอร์ดโยกบิ๊ก ศธ. รองนายกฯเร่งดันร่างตั้งกระทรวง อุดมฯ    
        
          ความคืบหน้ากรณีที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีมติเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นและข้าราชการอื่น มาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อาทิ ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีประสบการณ์สอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี เป็นต้น
 
          เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายสรณะ เทพเนาว์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการปกครองท้องถิ่น และนายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่ ศธ.จะรับโอนพนักงานและข้าราชการสังกัดท้องถิ่นไปเป็นครูสังกัด สพฐ. ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สนใจบางส่วนจะโอนย้ายตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด แต่ตั้งข้อสังเกตว่าการยกระดับคุณภาพการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขนาดใหญ่ หลายพื้นที่ มีการประเมินออกมาพบว่ามีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนมากกว่า สพฐ. โดยนำบุคลากรทางศึกษาที่มีคุณภาพสูงมาสอนให้เหมาะสมกับความต้องการของท้องถิ่น

          นายสรณะกล่าวต่อว่า อนาคตจะมีการปรับโครงสร้างของระบบการบริหารบุคคลให้มีการถ่ายโอนระหว่างระบบราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และ อปท. มากขึ้นภายหลังการปฏิรูปการเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์การโอนย้ายบุคลากรจากท้องถิ่นไปหน่วยงานอื่นมากขึ้นจะแตกต่างจากในอดีตที่อาจไม่ได้เปิดกว้างนัก

          นายอำพล ยุติโกมินทร์ อดีตเลขาธิการสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากมีการแก้ไขกฎหมายและมีความชัดเจนในการโอนย้าย เชื่อว่าจะมีบุคลากรของท้องถิ่นย้ายโอนไปสังกัด สพฐ. แต่ทราบว่ากรณีดังกล่าวยังต้องผ่านความเห็นชอบอีกหลายขั้นตอน เนื่องจาก ศธ.ต้องการปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับ อปท. ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการให้อำนาจ อปท.จัดการศึกษา แต่มีเงื่อนไขต้องผ่านการประเมินความพร้อมตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติทำให้ อบต.จำนวนมากไม่มีโอกาสจัดการศึกษาหรือรับการถ่ายโอนตามแผนขั้นตอนกระจายอำนาจ แต่หากอนาคตการกระจาย อำนาจให้ อปท.ที่มีความพร้อมจัดการศึกษาได้เองจะเป็นทางเลือกให้ผู้ปกครองในท้องถิ่นตัดสินใจว่าจะนำบุตรหลานของตัวเองไปเรียนโรงเรียนที่สังกัด อปท.หรือ สพฐ.

          นางจรี วัชรวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบ่อนอก (ทองวิทยา) อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การโอนครู ผู้บริหารข้ามสังกัด ปัจจุบันมีแนวทางการปฏิบัติแต่อยู่ที่อำนาจของผู้บริหารต้นสังกัดจะยินยอมหรือไม่ ซึ่งในอนาคตคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องโอนย้ายข้ามสังกัด เพียงแต่มีการเกื้อกูลด้านบุคลากรเพื่อให้ระบบการศึกษามีประสิทธิภาพ ทุกหน่วยงานต้องช่วยเหลือกัน ปรับแต่ความก้าวหน้าในวิชาชีพให้มีมาตรฐาน ครูทั้งระบบในทุกสังกัดควรใช้ฐานเงินเดือนเละระเบียบ กฎเกณฑ์ร่วมกัน

          ด้านนายกฤษณพงศ์ กีรติกร รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. กล่าวถึงความคืบหน้าการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ. ว่าเมื่อเร็วๆ นี้ นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับ พล.ร.อ.ณรงค์ โดยนายยงยุทธได้ย้ำว่าอยากให้ ศธ.เดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ซึ่งคิดว่ารองนายกฯค่อนข้างให้ความสำคัญ เพราะไม่ได้มองเฉพาะประเด็นแยกโครงสร้างเท่านั้น แต่เป็นการทำให้ระบบอุดมศึกษาสามารถพัฒนาศักยภาพอย่างที่ควรจะเป็น คือทำหน้าที่ผลิตคนเพื่อพัฒนาประเทศ และเท่าที่ทราบสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ส่งร่างดังกล่าวให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

          รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) วันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ จะย้ำเรื่องการเพิ่มศักยภาพมหาวิทยาลัยให้สามารถจัดการศึกษา รวมถึงทำงานวิจัยที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศให้มากขึ้น นอกจากนี้ จะหารือเรื่องการวางระบบธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะต้องทำ 2 ทาง ทั้งระบบธรรมาภิบาลภายในมหาวิทยาลัยเอง และระบบธรรมาภิบาลจากภายนอก คือรัฐเข้าไปมีส่วนในการกำกับดูแล ซึ่งมีหลายแนวทาง

          "แนวทางหนึ่งที่คิดไว้ คือจะขอให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) หารือกับคณะกรรมการ กกอ.ตั้งอนุกรรมการธรรมาภิบาลใน กกอ. และผมจะไปหารือกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาเรื่องการสร้างระบบธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งการได้มาซึ่งอธิการบดี นายกสภามหา วิทยาลัย กรรมการสภาฯ รวมถึงกติกาต่างๆ ที่ต้องดูในเชิงระบบ ซึ่งอยากให้มหาวิทยาลัยช่วยกันคิด และวางแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน" นายกฤษณพงศ์กล่าว
 
        นายศักริน ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในฐานะคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สปช. กล่าวว่า กรณีมี สปช.บางคนเสนอให้ตั้งคณะกรรมการ หรือซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษา และให้มีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหาร ศธ.นั้น ตามหลักการแล้วซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษาจะมีหน้าที่ดูแลภาพรวมนโยบายในเรื่องการจัดการศึกษาให้มีความต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามนโยบายของพรรคการเมือง จนส่งผลให้การศึกษาไม่เกิดการพัฒนาเช่นที่ผ่านมา ส่วนจะเข้าไปมีส่วนในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ด้วยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องรายละเอียดที่ยังต้องหารือ และขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : "เทศบาล-อบต." หนุนโอน พนง.ท้องถิ่นเป็นครูสพฐ.

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^