LASTEST NEWS

23 มิ.ย. 2560สพม.19 รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 7 ตำแหน่ง 12 อัตรา 22 มิ.ย. 256026 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ตัวอย่างกลอนสดุดีสุนทรภู่ รวมกลอนสุนทรภู่ (ต่อ) 22 มิ.ย. 256026 มิถุนายน วันสุนทรภู่ ประวัติสุนทรภู่ ตัวอย่างกลอนสดุดีสุนทรภู่ รวมกลอนสุนทรภู่ 22 มิ.ย. 2560รับเยอะ 12 อัตรา สพม.19 เปิดสอบครูอัตราจ้าง ครูวิทย์คณิต ครูขั้นวิกฤต ครูพักนอน ครูธุรการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสวนอนันต์ รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 12,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนวัดราชบพิธ รับสมัครบรรณารักษ์ เงินเดือน 15,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม รับสมัครเจ้าหน้าที่สำนักงาน (ไม่ใช้วุฒิครู) เงินเดือน 15,000บาท 22 มิ.ย. 2560"ชัยพฤกษ์" ดูแลครูรับผลกระทบวิทยฐานะใหม่ 22 มิ.ย. 2560ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 317/2560 ผลประชุมองค์กรหลัก 20 มิถุนายน 2560 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านหนองยาง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขาวิชาเอก

ผู้ตรวจการฯ ชี้ 3ปมสกสค.ส่อมิชอบ-ไม่โปร่งใส ชง ศธ.ตั้งกก.เชือด

  • 23 ม.ค. 2558 เวลา 09:55 น.
  • 846 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ผู้ตรวจการฯ ชี้ 3ปมสกสค.ส่อมิชอบ-ไม่โปร่งใส ชง ศธ.ตั้งกก.เชือด

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ผู้ตรวจการฯ ชี้ 3ปมสกสค.ส่อมิชอบ-ไม่โปร่งใส ชง ศธ.ตั้งกก.เชือด
 
ผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยผลวินิจฉัย 3 ปมสกสค. พบสรรหาผอ.องค์การค้า มีคุณสมบัติต้องห้าม อาจเป็นไปโดยมิชอบ ส่อทุจริตสั่งจ่ายเช็ค 55 ล้านให้เอกชน จัดซื้อจัดจ้างสร้างอาคารศูนย์พัฒนาครูในจ.เชียงใหม่ไม่โปร่งใส พร้อมแจ้งไปยังรมว.ศึกษาฯ ตั้งกก.จัดการทางวินัยและอาญา...
 
นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษก รักษาการแทนเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือแจ้งไปยัง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ฝ่ายสังคมและจิตวิทยา) และ รมว.ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อขอให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนกรณีการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) หรือองค์การค้าคุรุสภาเดิม ซึ่งผลการวินิจฉัยตามประเด็นสำคัญที่ร้องเรียนใน 3 ประเด็น อาจมีขั้นตอนที่ไม่โปร่งใส ประกอบด้วย
 
1. กรณีที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าเมื่อปี 2555 ได้มีการสั่งจ่ายเช็คเงินสดขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จำนวน 55 ล้านบาท ให้กับบริษัท 2020 เวิลด์มีเดีย จำกัด โดยรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.(ตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นผู้สั่งจ่าย ซึ่งไม่มีอำนาจการสั่งจ่ายอาจส่อเจตนาทุจริต ซึ่งการกระทำดังกล่าวผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างว่า ส่งผลให้เกิดความเสียหาย แก่กระทรวงศึกษาธิการและทางราชการ
 
ทั้งนี้ ผลการวินิจฉัย พบว่ากรณีดังกล่าวผู้ที่รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. (ในขณะนั้น) ได้จัดทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้กับบริษัทเอกชนคู่กรณี โดยยอมรับว่าสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. อยู่ในฐานะ “ลูกหนี้” ทั้งที่ยังมิได้มีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวถึงที่สุด ตลอดจนได้ดำเนินการยกเลิก หรือถอนการยื่นอุทธรณ์ในคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับดังกล่าว ส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ประกอบกับในคดีดังกล่าวพนักงานอัยการได้พิจารณาแล้วเห็นควรอุทธรณ์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ จึงยื่นอุทธรณ์เพื่อให้ศาลเพิกถอนคำสั่งอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2555 อีกทั้งรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ไม่มีอำนาจในการถอนฟ้อง , ไกล่เกลี่ยคดี หรือประนีประนอมยอมความในชั้นศาลโดยลำพัง เพราะเป็นอำนาจของเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.เท่านั้น ที่จะสามารถกระทำการแทนคณะกรรมการ สกสค. ได้
 
นอกจากนี้ หนังสือมอบอำนาจทั่วไปที่เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.ได้มอบอำนาจไว้นั้น ไม่ได้มอบอำนาจให้มีอำนาจถอนฟ้อง หรือไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง อันส่งผลผูกพันต่อสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. แต่อย่างใด ซึ่งการก่อนิติสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกอันส่งผลผูกพันต่อสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จะต้องได้รับมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ดังนั้น การกระทำดังกล่าวจึงทำให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ส่งผลให้องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. อยู่ในฐานะที่เสียเปรียบเอกชนตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้างต้น การกระทำนี้จึงเข้าข่ายว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในหน่วยงานของรัฐ และมีมูลความผิดทางวินัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงทำความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป
 
2. กรณีที่ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างว่า การสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. เมื่อปี 2555 ของประธานคณะกรรมการสรรหาบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และประธานคณะกรรมการ สกสค. เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย โดยเปิดโอกาสให้นายสมมาตร์ มีศิลป์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติต้องห้ามเข้ารับการสรรหา ได้รับสิทธิและได้แสดงวิสัยทัศน์ อันมีผลประโยชน์ทับซ้อนต่อตนเองและพวกพ้อง ซึ่งผู้ร้องเรียนและคณะได้ยื่นเรื่องคัดค้านแล้วแต่ไม่ได้รับการพิจารณา
 
สำหรับผลการวินิจฉัย จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทุจริต เบียดบัง ยักยอกทรัพย์สินของคุรุสภา รวมทั้งได้ถูกคำสั่งเลิกจ้างจากประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา ซึ่งจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องสรุปได้ว่า อาจเป็นผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้เป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เนื่องจากถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทุจริต เบียดบังยักยอกทรัพย์สินขององค์การค้าของคุรุสภา (ชื่อเดิมขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.) ซึ่งปัจจุบันคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
 
ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่ หากผลการสืบสวนพบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีคุณสมบัติต้องห้ามตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ลงวันที่ 4 ก.ค. 2555 ขอให้พิจารณามอบหมายให้ผู้ที่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 
3. กรณีที่ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างว่า การก่อสร้างอาคารศูนย์พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ มูลค่าโครงการ 360 ล้านบาท อาจมีการทุจริตหรือการดำเนินการที่ไม่โปร่งใสในประเด็นการแก้ไขสัญญาว่าจ้างเพิ่มเติม การแก้ไขแบบแปลน ที่ไม่ผ่านมติของคณะกรรมการบริหาร สกสค. ตลอดจนมีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนที่เป็นคู่สัญญาหลายประการ เช่น การผัดผ่อนระยะเวลาให้กับคู่สัญญา จนทำให้เกิดการทิ้งงานในที่สุด ทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
 
ผลการวินิจฉัย จากการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามเรื่องร้องเรียน รวมทั้งตรวจสอบพยานเอกสาร ตลอดจนสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ว่าเอกชนที่เป็นคู่สัญญา ซึ่งเป็นผู้ได้รับการตัดสินให้ชนะการคัดเลือก และได้รับการว่าจ้างเป็นผู้ทำการออกแบบอาคารศูนย์พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ นั้น ปัจจุบันศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ไว้เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ตามคดีหมายเลขแดง ที่ ล.8019/2555 เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2555 ต่อมาได้มีคำพิพากษาให้ล้มละลาย เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2556
 
และจากการตรวจสอบระบบคลังข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าเอกชนที่เป็นคู่สัญญามีทุนจดทะเบียน 3,300,000 บาท ประกอบธุรกิจในหมวด 43210 การติดตั้งไฟฟ้า วัตถุประสงค์ เพื่อรับเหมาติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นซึ่งมีทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท ประกอบธุรกิจในหมวด 71101 กิจกรรมงานสถาปัตยกรรมและการให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์เพื่องานบริการออกแบบก่อสร้างและควบคุมการก่อสร้าง รวมทั้งพบว่าเอกสารหลักฐานของเอกชนที่เป็นคู่สัญญาที่นำมาแสดงตามข้อกำหนด (TOR) ว่าเป็นผู้ออกแบบรับจ้างก่อสร้างอาคารโดยมีวงเงินไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท นั้น คือหนังสือรับรองจากบริษัทอื่น ซึ่งหนังสือรับรองดังกล่าวมิได้ระบุวันที่รับรองไว้แต่อย่างใด
 
อีกทั้งมิได้ระบุเลขที่สัญญาหรือวันที่ทำสัญญาดำเนินการออกแบบก่อสร้างไว้อีกด้วย ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลของบริษัทที่นำมากล่าวอ้าง พบว่า ปัจจุบันศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ไว้เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ตามคดีหมายเลขแดงที่ ล.2106/2557 เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2557 ประกอบกับตามประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ลงวันที่ 2 ก.ย. 2557 ไม่ปรากฏอาชีพที่แน่นอนของบริษัทที่นำมากล่าวอ้างแต่อย่างใด อีกทั้งจากการตรวจสอบระบบคลังข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่านิติบุคคลดังกล่าวไม่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ณ ที่ตั้งตามที่จดทะเบียนไว้
 
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นกรณีการจ้างออกแบบก่อสร้างอาคารศูนย์พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ อาจมีการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย ตามข้อสังเกตของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้มีข้อสังเกตไว้ ดังนั้น เพื่อให้ความเป็นธรรมและความโปร่งใสในประเด็นดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่ หากพบว่ามีผู้ใดกระทำความผิด ขอให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาโดยเด็ดขาด และแจ้งผลการดำเนินการให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ทราบต่อไป.
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ผู้ตรวจการฯ ชี้ 3ปมสกสค.ส่อมิชอบ-ไม่โปร่งใส ชง ศธ.ตั้งกก.เชือด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^