LASTEST NEWS

19 ส.ค. 2560วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน 19 ส.ค. 2560จ่อคลอดคู่มือเลี้ยงเด็กปฐมวัย 19 ส.ค. 2560ครู2.2หมื่นไม่เสียสิทธิคูปองช้อปปิ้งคอร์ส 19 ส.ค. 2560‘คุรุสภา’ เล็งลดมาตรฐานผลิตครูเหลือ 4 ด้าน ถกเรียนครู 4 ปี 5 ปี 25 ส.ค.นี้ 19 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 5117 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา 18 ส.ค. 2560กศจ.พระนครศรีอยุธยา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 39 อัตรา - รายงานตัว 28 ส.ค.2560 18 ส.ค. 2560ร่างกำหนดพัฒนาการเด็กปฐมวัยละเอียดยิบ 17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง

เปิดช่องร.ร.ใช้ไม้เรียว แนะผู้บริหารทำข้อตกลง "พ่อแม่-น.ร."

  • 20 ม.ค. 2558 เวลา 11:09 น.
  • 2,657 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เปิดช่องร.ร.ใช้ไม้เรียว แนะผู้บริหารทำข้อตกลง "พ่อแม่-น.ร."

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เปิดช่องร.ร.ใช้ไม้เรียว แนะผู้บริหารทำข้อตกลง’พ่อแม่-น.ร.’ สนช.ปิ๊งผุด’สภาศึกษาจังหวัด’ใต้ศธ. 
 
          เมื่อวันที่ 19 มกราคม นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า โครงสร้างใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่มีความชัดเจนแล้ว คือให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาขึ้นกับนายกรัฐมนตรี จะใช้ชื่อใหม่ว่าสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ หรือสภาการศึกษาเดิม และมีคณะกรรมการพัฒนาการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งมี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีประมาณ 8-9 กระทรวง มาเป็นรองประธานกรรมการ เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายพัฒนาคนของประเทศ ขณะเดียวกันสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีข้อเสนอว่าควรมีสถาบันวิจัยระบบการศึกษาและ ทรัพยากรมนุษย์ เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน การจัดการความรู้ สังเคราะห์ความรู้ สร้างนวัตกรรม รวมทั้งมีเครือข่ายการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ระดับจังหวัดด้วย ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่า สนช.จะเสนอให้มีสภาการศึกษาจังหวัด ซึ่งมีโครงสร้างอยู่ภายใน ศธ. แต่ยังไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานระดับจังหวัดดังกล่าวจะมีส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เข้ามาอยู่ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดสภาการศึกษาจังหวัด แต่ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องฟังทิศทางของ สนช.ก่อน
 
          "อย่างไรก็ตาม เมื่อปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.แล้ว ในส่วนของ สพฐ.จะต้องพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สพฐ.ควรจะมีหรือไม่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาควรต้องปรับปรุงอย่างไร และควรมีกรรมการระดับจังหวัดหรือไม่ ทั้งนี้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้มอบแนวนโยบายไว้ 3-4 เรื่องแก่ สพฐ. อาทิ การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน การปรับปรุงค่าใช้จ่ายรายหัว การพัฒนาโรงเรียนให้เป็นนิติบุคคล เป็นต้น" นายกมลกล่าว
 
          นายกมลกล่าวอีกว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในวันครู 16 มกราคม ว่าการใช้ไม้เรียวจะทำให้เด็กเป็นคนดีนั้น ต้องยอมรับว่ายากหากจะฟื้นการใช้ไม้เรียว โดย ศธ.ต้องไปแก้ไขกฎระเบียบของ ศธ.ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 และหากจะนำกลับมาใช้ ก็ยังต้องคำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วยว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ และอาจส่งผลให้เป็นกระแสสังคมตามมาอีก เพราะยุคปัจจุบันมีการแสดงความคิดเห็นขัดแย้งค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องการละเมิดสิทธิเด็ก
 
          "ผมเชื่อการลงโทษด้วยไม้เรียวหรือการตีของครูยังไม่หมดไป เท่าที่ทราบหลายโรงเรียนยังใช้มาตรการลงโทษแบบนี้อยู่ แต่ได้มีการตกลงทำความเข้าใจกับผู้ปกครองแล้ว ซึ่งขณะนี้การแก้ไขกฎระเบียบฯคงทำได้ยาก แต่ผมคิดว่ามีกระบวนการที่ยังใช้ได้อยู่ เช่น ผู้บริหารโรงเรียนและครูอาจต้องทำความเข้าใจพูดคุยกับผู้ปกครองและนักเรียน ว่าโรงเรียนจะนำมาตรการลงโทษด้วยไม้เรียวกลับมาใช้ จะมีความเหมาะสมหรือไม่ ในกรณีโรงเรียนที่มีนักเรียนมีพฤติกรรมเกเรก้าวร้าวมาก แต่ต้องเป็นการตกลงระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครองก่อน" นายกมลกล่าว
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : เปิดช่องร.ร.ใช้ไม้เรียว แนะผู้บริหารทำข้อตกลง "พ่อแม่-น.ร."

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^