LASTEST NEWS

25 ก.พ. 2560(รับเยอะ 27อัตรา) สพม.4 เปิดสอบพนักงานราชการครู 15 อัตรา ครูอัตราจ้าง/ลูกจ้างชั่วคราว 12 อัตรา 24 ก.พ. 2560ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 24 ก.พ. 2560โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รับสมัครครูอัตราจ้างและบุคลากรทางการศึกษา 11 อัตรา 24 ก.พ. 2560งานดีๆ มาแล้ว! อบจ.อุดรธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 32 อัตรา และบุคลากรสนับสนุนการสอนอีก 15 อัตรา 24 ก.พ. 2560เพิ่งจบหลักสูตรทางการศึกษา มีวิธีไหนบ้างที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพแบบเร่งด่วน ให้ทันสมัครสอบบรรจุ 24 ก.พ. 2560รับสมัครด่วน! ครูขาดแคลนขั้นวิกฤต วุฒิป.ตรีทางการศึกษาทุกสาขา เงินเดือน 15,000.-บาท 24 ก.พ. 2560วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 32 อัตรา บางตำแหน่งไม่ต้องใช้วุฒิครู เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป กศน.นราธิวาส 24 ก.พ. 2560เทศบาลเมืองท่าโขลง เปิดสอบผู้ช่วยครู 7 อัตรา สมัคร 7-17มีนาคม 2560 24 ก.พ. 2560สพป.สงขลา เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครู 4 อัตรา 24 ก.พ. 2560สพฐ.คลอดปฏิทินใหม่รับลูกร่นเวลาสอบครูผู้ช่วย

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 1/2558 (1/2)

  • 12 ม.ค. 2558 เวลา 08:52 น.
  • 6,528 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 1/2558 (1/2)

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 13/2558
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 1/2558
(1/2)
 
 ศึกษาธิการ - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2558 ในประเด็นเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน และรายงานผลการดำเนินงานขององค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับ
 
>> รับทราบนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สพฐ.
 
ที่ประชุมรับทราบนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปีการศึกษา 2558 โดยมีสัดส่วนการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คือ นักเรียนในเขตพื้นที่บริการ ให้รับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 นักเรียนทั่วไป (นักเรียนในเขตพื้นที่บริการรวมกับนักเรียนนอกเขตพื้นที่บริการ) ให้รับนักเรียนทั่วไป ไม่น้อยเกินร้อยละ 60
--------------------------
 
>> รับทราบรายงานผลการดำเนินการขององค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับ
 
 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
 
ที่ประชุมรับทราบรายงานการดำเนินงานตามภารกิจของคุรุสภา ตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2556 เพื่อยกระดับวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นวิชาชีพชั้นสูงและเป็นที่ยอมรับของสังคม ประกอบด้วยภารกิจสำคัญ 4 ด้าน  ดังนี้
 
1. ด้านมาตรฐานวิชาชีพ
 
1) มีการรับรองคุณวุฒิและปริญญาที่เป็นสาขาขาดแคลนตามความต้องการของหน่วยผู้ใช้ โดยได้ดำเนินการออกประกาศคณะกรรมการคุรุสภา กำหนดประเภทวิชาและสาขาวิชาขาดแคลนด้านอาชีวศึกษา 86 สาขา เพื่อให้ผู้ที่มีคุณวุฒิสาขาการขาดแคลนดังกล่าว สามารถขอหนังสืออนุญาตให้ปฏิบัติการสอนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภา มีอายุ 90 วัน เพื่อใช้ในการสมัครสอบครูผู้ช่วย

2) การผลิตครูตามโครงการนวัตกรรมการผลิตครูจากโรงเรียน จะทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างคุรุสภา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มหาวิทยาลัยราชภัฏ 10 แห่ง และโรงเรียนที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 10 แห่ง ในวันที่ 16 มกราคม 2558  ในลักษณะโครงการนำร่องเพื่อผลิตครูตามสมรรถนะใหม่ ที่เน้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในสถานศึกษา เพื่อนำไปสู่การวางสมรรถนะครูใหม่ การพัฒนามาตรฐาน และหลักเกณฑ์ของคุรุสภา
 
2. ด้านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
 
1) การจัดอบรมหลักสูตรภาษาและวัฒนธรรมไทยและจรรยาบรรณของวิชาชีพสำหรับชาวต่างประเทศ และการออกวุฒิบัตรให้กับผู้ผ่านการอบรมของสมาคมโรงเรียนนานาชาติ จำนวน 32 รุ่น รวม 751 คน
 
2) การอบรมตามหลักสูตรอบรมความรู้ เพื่อประกอบการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของชาวต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ชาวต่างประเทศที่มีวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือปริญญาอื่น และสอบผ่านรายวิชาชีพครูจากสถาบันการศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรอง หรือจากสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับรองวิทยฐานะจากภาครัฐหรือองค์กรวิชาชีพที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศนั้น พิจารณาแล้วเทียบได้ไม่น้อยกว่า 24 หน่วยกิต ต้องผ่านการอบรม 21 ชั่วโมง ประกอบด้วยภาษาและวัฒนธรรม 15 ชั่วโมง และกฎหมาย 6 ชั่วโมง
 
3) ชาวต่างประเทศที่มีวุฒิปริญญาอื่น และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากต่างประเทศ ต้องผ่านการอบรม 42 ชั่วโมง ประกอบด้วย ภาษาและวัฒนธรรม 15 ชั่วโมง กฎหมาย 6 ชั่วโมง แนวคิดการจัดการศึกษาไทย 3 ชั่วโมง การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 9 ชั่วโมง และจิตวิทยาการเรียนรู้ 9 ชั่วโมง
 
4) การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นในการให้บริการผู้ประกอบวิชาชีพครูชาวต่างประเทศ ณ จุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) จัดประชุมหารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือการให้บริการผู้ประกอบวิชาชีพครูชาวต่างประเทศ ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และคุรุสภา โดยที่ประชุมเห็นชอบให้แต่ละหน่วยงานจัดทำรูปแบบ One Stop Service ที่มีรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติ บุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ เพื่อพิจารณาในการประชุมหารือครั้งต่อไปในเดือนมกราคมนี้
 
5) การเข้าสู่วิชาชีพครูของชาวต่างประเทศ 2 ช่องทาง ได้แก่ 1) การขออนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นการชั่วคราว สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้/ประสบการณ์วิชาชีพตามที่คุรุสภากำหนด ซึ่งจะอนุญาตคราวละ 2 ปี และขอขยายได้ไม่เกิน 6 ปีต่อเนื่อง 2) การขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ คือ - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์  - มีวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง หรือวุฒิปริญญาอื่น และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากต่างประเทศหรือคุณวุฒิประกาศนียบัตรบัณฑิตด้านการศึกษาที่ใช้เวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือวุฒิปริญญาอื่น - สอบผ่านรายวิชาชีพครูจากสถาบันการศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรอง หรือจากสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับรองวิทยฐานะจากภาครัฐหรือองค์กรวิชาชีพที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศนั้น พิจารณาแล้วเทียบได้ไม่น้อยกว่า 24 หน่วยกิต - ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คุรุสภากำหนด - มีผลวัดระดับความสามารถด้านภาษาที่ใช้สื่อสารในการจัดการเรียนการสอนตามที่คุรุสภากำหนด - มีใบอนุญาตการทำงาน (Work Permit) - ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่คุรุสภากำหนด รวม 42 ชั่วโมง
 
3. ด้านการพัฒนาตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ดำเนินการโครงการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พร้อมทั้งกำกับดูการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
 
4. ด้านการยกย่องวิชาชีพ  ดำเนินการจัดงานวันครู ครั้งที่ 59 พ.ศ. 2558 ภายใต้แนวคิด “ครูดีศรีแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 10-16 มกราคม 2558 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
 
ทั้งนี้ที่ประชุมมีข้อสังเกตว่า ให้ลดเวลาการจัดอบรมครู เน้นคุณภาพอย่างเข้มข้น ให้ความสำคัญกับสาขาที่ขาดแคลน
 
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
 
1. การพัฒนาและยกระดับสถานศึกษาอาชีวศึกษา เป็นสถานศึกษาวิชาชีพเฉพาะทาง  ที่ประชุมรับทราบการพัฒนาและยกระดับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ให้เป็นสถานศึกษาวิชาชีพเฉพาะทาง ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพสถานศึกษา เป็นสถานศึกษาวิชาชีพเฉพาะทางครอบคลุมกลุ่มอาชีพด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และธุรกิจบริการ เพื่อเพิ่มบทบาทสำคัญเพื่อส่งเสริมคุณภาพและมาตรฐาน และเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอาชีวศึกษาสาขาเฉพาะทางร่วมกับกลุ่มประเทศ CLMV
 
2. ผลการดำเนินงานใน 3 เดือนแรก  แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่
 
ระยะที่ 1 คัดเลือกสถานศึกษาเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศเฉพาะทาง เริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2558 จำนวน 16 กลุ่มอาชีพ ได้แก่
- อัญมณีและเครื่องประดับ  กาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง
- ยานยนต์บริการ  วิทยาลัยเทคนิคอุตสาหกรรมยานยนต์และวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ
- แม่พิมพ์  วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม
- ท่องเที่ยว  วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
- โรงแรม  วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตและวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ
- พาณิชย์นาวี  วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือนครศรีธรรมราช
- แมคคาทรอนิกส์  วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก
- เกษตรอินทรีย์  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพะเยา
- ไฟฟ้า  วิทยาลัยเกษตรและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ
- อิเล็กทรอนิกส์  วิทยาลัยเทคนิคนครนายก
- ปิโตรเคมี  วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด
- ปิโตรเลียม วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่
- บัญชี  วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน
- อาชีวะฐานวิทยาศาสตร์  วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี
- ช่างเชื่อม  วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร
- เครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ  วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด
 
ระยะที่ 2 ดำเนินการในปีงบประมาณ 2559 จำนวน 17 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ เชฟ โลจิสติกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีการเกษตร เมล็ดพันธุ์พืช เกษตรอุตสาหกรรม ประมง ก่อสร้าง สถาปัตยกรรม แฟชั่น สิ่งทอ เทคโนโลยีระบบเสียง ซ่อมบำรุงอากาศยาน พลังงานทดแทน ขนส่งระบบราง กายอุปกรณ์ และการบริบาล (ทารกและผู้สูงอายุ)
 
3. แผนการดำเนินงาน 6 เดือน  ได้แก่ กำหนดแผนปฏิบัติงาน ประสานความร่วมมือกับสถานประกอบการเพื่อวางแผนการผลิตและพัฒนากำลังคน จัดอาชีวศึกษาทวิภาคี การเชื่อมโยงหลักสูตรกับมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ปรับรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล รวมทั้งจัดทำแผนเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ อุปกรณ์และพัฒนาครู ตลอดจนวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายการลงทุน
 
4. แผนการดำเนินงาน 1 ปี  ได้แก่ จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการ ทบทวนและพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะร่วมกับสถานประกอบการ พัฒนาครูด้าน Multi-Skill ครูเฉพาะทาง และครูในสถานประกอบการ ขยายการจัดอาชีวศึกษาทวิภาคี ติดตามผลการพัฒนาในรอบ 1 ปี และนำร่องแนวทางการพัฒนาต้นแบบ เพื่อเข้าสู่มาตรฐานสากล
 
5. โครงการอาชีวะอาสา เทศกาลปีใหม่ 2558  ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินโครงการอาชีวะอาสา “ซ่อม สร้าง เสริม ส่งสุขสู่ประชาชน” ของ สอศ. เพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2557 - 5 มกราคม 2558 ซึ่ง สอศ.ได้จัดนักเรียนนักศึกษาและครูกว่า 30,000 คน รวมทั้งจัดตั้งศูนย์อาชีวะอาสา จำนวน 250 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้บริการตรวจสอบสภาพรถยนต์ของประชาชนตามถนนสายหลักและถนนสายรอง ตลอดจนถึงให้บริการเครื่องดื่ม ผ้าเย็น บริการนวดผ่อนคลาย เป็นต้น ซึ่งประชาชนนำรถประเภทต่างๆ เข้ารับบริการตลอด 7 วัน รวมทั้งสิ้น 40,317 คัน
 
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
 
  1. การประเมินสถานศึกษาเอกชนประเภทอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพสู่มาตรฐานสากล  ที่ประชุมรับทราบมาตรฐานและหลักเกณฑ์การประเมินสถานศึกษาเอกชนประเภทอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพสู่มาตรฐานสากล ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนเอกชนให้มีคุณภาพสู่มาตรฐานสากล ของสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน 15 ตัวบ่งชี้ คือ
 
- มาตรฐานที่ 1 ด้านผลการจัดการศึกษา มี 6 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) ผู้เรียนมีสมรรถนะทางวิชาชีพสูง  2) ผู้เรียนมีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ 3) ผู้เรียนมีทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 4) ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ 5) ผู้เรียนมีผลงาน งานสร้างสรรค์ สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ อาเซียน นานาชาติ และหรือได้นำไปใช้ประโยชน์ 6) ผู้สำเร็จการศึกษามีทักษะการทำงานเป็นที่ยอมรับของสถานประกอบการ หน่วยงาน ผู้รับบริการ
 
- มาตรฐานที่ 2 ด้านการบริหารจัดการ มี 5 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) สถานศึกษามีระบบสารสนเทศในการบริการจัดการ 2) สถานศึกษามีการระดมทรัพยากรในการจัดการอาชีวศึกษา 3) สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูมีผลงาน นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์หรือได้รับรางวัลระดับประเทศ 4) ครูและบุคลากรได้รับการพัฒนาคุณภาพด้านวิชาการ วิชาชีพ และจรรยาบรรณ 5) สถานศึกษาพัฒนาผู้เรียนให้มีความเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก
 
- มาตรฐานที่ 3 การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน มี 4 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) สถานศึกษาร่วมมือกับสถานประกอบการหรือหน่วยงานต่างประเทศในการจัดการอาชีวศึกษา 2) มีการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพิ่มเติมจากภาษาอังกฤษ หรือจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการภาษาต่างประเทศ 3) มีการจัดให้ผู้เรียนเพิ่มพูนประสบการณ์วิชาชีพ 4) มีการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน
- เกณฑ์การตัดสิน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับดีเยี่ยม ผลประเมินได้คะแนน 36-45  ระดับดีมาก ผลประเมินได้คะแนน 26-35 และระดับดี ผลประเมินได้คะแนน 16-25

2. ผลการประเมินสถานศึกษาเอกชนประเภทสามัญศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล  ที่ประชุมรับทราบผลการประเมินสถานศึกษาเอกชนประเภทสามัญศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล ปีงบประมาณ 2557 ซึ่งมีโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวนทั้งสิ้น 22 โรงเรียน มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก จำนวน 20 โรงเรียน และอยู่ในระดับดี จำนวน 2 โรงเรียน
 
ผลลัพธ์ที่ได้รับ คือ ผู้เรียนมีความสามารถทางการเรียนสูง สื่อสารได้สองภาษา มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และงานอาชีพ  สถานศึกษามีคุณภาพด้านวิชาการ ครูและผู้บริหารมีคุณภาพ โรงเรียนมีระบบการบริหารที่ดี มีปัจจัยพื้นฐานเอื้อต่อการเรียนรู้ และมีเครือข่ายพัฒนาการจัดการศึกษา
 
 สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
 
1. โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา หลักสูตรการบูรณาการคุณธรรมจริยธรรม ในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ของสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจกับผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้ใช้คุณธรรมจริยธรรม เป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ โดยมี ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้บริหารโรงเรียนสัตยาไส จังหวัดลพบุรี รับผิดชอบโครงการ
 
ผลการดำเนินงาน ในระยะที่ 1 ดำเนินการจัดอบรมแล้วจำนวน 8 รุ่น มีผู้เข้ารับการอบรมจากสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานศึกษาธิการภาค และสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งสิ้น 8,402 คน ส่วนในระยะที่ 2 จะจัดอบรมอีกจำนวน 2 รุ่น ระหว่างวันที่ 6-7 มกราคม 2558 ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งมีข้อเสนอแนะ คือ ผู้เข้ารับการอบรมต้องการให้มีการส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย 12 และมีการกำกับติดตามอย่างจริงจังต่อเนื่อง ตลอดจนมีการจัดทำวุฒิบัตรเพื่อเก็บสะสมเป็นผลงาน
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 1/2558 (1/2)

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^