LASTEST NEWS

29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 28 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 28 เม.ย. 2560กศจ.กรุงเทพ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กปฐมวัย (วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องใช้วุฒิครู) 27 เม.ย. 2560กศจ.นครราชสีมา ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ราชบุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ระนอง ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560

ครูเอกชนแห่สอบ ร.ร.รัฐ จี้ "ศธ." อุดหนุนงบเท่ากัน

  • 03 ม.ค. 2558 เวลา 11:46 น.
  • 6,016 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ครูเอกชนแห่สอบ ร.ร.รัฐ จี้ "ศธ." อุดหนุนงบเท่ากัน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ครูเอกชนแห่สอบ ร.ร.รัฐ จี้ "ศธ." อุดหนุนงบเท่ากัน
 
อดีตผู้บริหารเอกชนดังฝั่งธนฯแจงปิดกิจการเพราะครูแห่ลาออกไปสอบบรรจุ ร.ร.รัฐ แฉ ศธ.ไม่ช่วยแม้เคยเปิดเจรจาขอให้เลื่อนรับสมัครครูไปช่วยปิดเทอม เชื่อโรงเรียนขนาดเล็กทยอยปิดอีกเพียบ
 
จากกรณีนายชิตวร ลีละผลิน ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลทองพูน ระบุว่า โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษาในกรุงเทพฯ ในช่วงปี 2540-2556 ทยอยปิดกิจการลงไปกว่า 200 แห่ง จาก 800 แห่ง เนื่องจากสาเหตุต่างๆ อาทิ ค่าใช้จ่ายสูงในการดำเนินการสูงขึ้น ที่ดินมีราคาแพงจึงหันไปทำธุรกิจอื่นที่กำไรมากกว่า ขาดการเอาใจใส่ดูแลจากภาครัฐเท่าที่ควร ขาดแคลนครูเอกชนเพราะโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดสอบ และบรรจุครูช่วงกลางภาคเรียน เงินอุดหนุนรายหัวน้อย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ยอมรับว่า โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญฯและโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนทั่วประเทศปิดตัวกว่า 400 แห่ง ในช่วง 10 ปี
 
เมื่อวันที่ 2 มกราคม นายชิตวรเปิดเผยว่า กรณีที่โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญฯทยอยปิดกิจการเนื่องจากประสบปัญหาในด้านต่างๆ นั้น อยากเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับรัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นข้อเสนอจากงานวิจัยหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตด้านสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เรื่องทำอย่างไรให้โรงเรียนเอกชนอยู่รอดในตลาดของธุรกิจการศึกษาได้ ซึ่งตนได้ศึกษาวิจัยช่วงที่เรียนปริญญาเอก และได้นำมาใช้เป็นแนวทางในการบริหารโรงเรียนอนุบาลทองพูนเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ฉะนั้น ที่มีผู้ปกครองสอบถามมาจำนวนมาก ว่าโรงเรียนอนุบาลทองพูนจะปิดกิจการหรือไม่นั้น ยืนยันว่าโรงเรียนยังไม่ปิดกิจการ แต่ที่ให้ข้อมูลเรื่องโรงเรียนเอกชนทยอยปิดกิจการนั้นเป็นปัญหาที่โรงเรียนเอกชนทั่วๆ ไปกำลังประสบอยู่ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา
 
นายชิตวรกล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหามีดังนี้ 1.หน่วยงานที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในกรุงเทพฯมี 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร สพฐ. และ สช. ถ้าในอนาคตทั้ง 3 หน่วยงานไม่ประสานงานกัน แยกความคิดและแยกงบประมาณกันทำ ผลเสียคือการใช้งบจะไม่มีคุณภาพ และทิศทางการศึกษาจะไม่มีคุณภาพ 2.รัฐและประชาชนต้องมีบทบาทหาทางแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา ไม่ควรมีฝ่ายรัฐอย่างเดียว 3.การจัดสรรงบด้านการศึกษาอย่างยุติธรรม 4.สร้างผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา โดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนช่วยในทุกด้าน 5.ควรมีองค์กรอิสระที่เป็นฝ่ายการศึกษา มีหน้าที่ติดตามดูแล ประเมินผล สร้างคุณค่าทางวิชาการ โดยแบ่งเป็นเขตการศึกษา โดยรัฐต้องสนับสนุนงบ 6.ไม่ควรมีกลุ่มบุคคลในรูปสมาคมดูแลด้านการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นกิจกรรมสำคัญระดับชาติ ต้องมีความต่อเนื่องในการบริหารจัดการและต้องพัฒนาตลอดเวลา เนื่องจากสมาคมไม่ได้ทำงานตลอดเวลา และ 7.ลดกำลังเจ้าหน้าที่ กรม กอง และหน่วยงานที่ไม่มีภารกิจด้านการศึกษาของภาครัฐ แล้วนำงบมาพัฒนาการศึกษาให้ถูกทาง
 
นายชิตวรกล่าวว่า ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนทั้งหลายอยากให้รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจ ช่วยเหลือโรงเรียนเอกชน อย่างเรื่องการสอบพรี-โอเน็ต ที่ผ่านมาถ้าโรงเรียนเอกชนจะจัดสอบพรี-โอเน็ตจะต้องจ่ายหัวละ 35 บาท แต่โรงเรียนสังกัด สพฐ.รัฐจัดสรรงบให้ฟรี พอมาถึงปี 2556 โรงเรียนเอกชนก็ยังคงจ่ายค่าสอบพรี-โอเน็ต แต่สุดท้ายกลับไม่มีการประเมินผลให้ เท่ากับโรงเรียนเอกชนต้องจ่ายเงินฟรีๆ และพอมาปี 2557 เรื่องนี้ก็เงียบ อยากบอกว่านักเรียนโรงเรียนเอกชนก็เป็นเด็กไทยเหมือนกัน แต่รัฐกลับดูแลเฉพาะนักเรียน สพฐ. หรืออย่างเงินเดือนครู ที่รัฐมีนโยบายให้ช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับครูที่เงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน ถ้าเป็นครู สพฐ.รัฐจะจัดสรรงบเพิ่มให้จนได้ 15,000 บาท แต่ถ้าเป็นครูเอกชน ในส่วนที่จะต้องจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้ 15,000 บาท เดิมรัฐและโรงเรียนเอกชนจ่ายคนละครึ่ง แต่ปัจจุบันโรงเรียนเอกชนต้องรับภาระจ่ายเองทั้งหมด
 
"ผมพร้อมจะสละชีพ เพราะพวกเราที่ทำโรงเรียนเอกชนต้องเสียสละมามาก แม้ว่าที่ดินจะแพง คนส่วนใหญ่มักจะเอาที่ดินไปขายเพื่อสร้างคอนโดมิเนียม แต่พวกผมก็ยังยึดถือที่จะช่วยชาติ ช่วยการศึกษา ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นคนไทย แต่รัฐไม่เห็นใจ ไม่สนใจ ผมอยากให้รัฐหันมาสนใจพวกผมบ้าง" นายชิตวรกล่าว
 
อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งฝั่งธนบุรี ซึ่งปิดดำเนินการไปเมื่อ 3 ปีก่อน กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ต้องปิดกิจการไปเพราะปัญหาครูลาออกไปสอบบรรจุเข้ารับราชการครูสังกัดอื่นๆ ทำให้โรงเรียนต้องฝึกครูใหม่ โดยผู้ปกครองเองก็โทษว่าเป็นความผิดของโรงเรียนที่ไม่สามารถดึงครูเก่ง ครูดีเอาไว้ได้ พอโดนปัญหานี้ทุกๆ ปีจึงเกิดความเบื่อหน่าย ที่สำคัญคือหน่วยงานราชการไม่เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ที่ผ่านมาเคยมีการพูดคุยขอให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปรับเวลาเปิดสอบบรรจุครูของโรงเรียนรัฐ มาเปิดสอบในช่วงปิดภาคเรียนแทน เพราะหากครูโรงเรียนเอกชนสอบบรรจุได้ ก็ยังมีเวลาให้โรงเรียนได้หาครูใหม่ แต่สุดท้ายไม่มีการแก้ไขและไม่มีความช่วยเหลืออะไรจากภาครัฐ ทั้งๆ ที่รัฐอยากให้เอกชนเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในการจัดการศึกษา
 
"โรงเรียนของผมก่อนปิดกิจการไม่ถือว่าเป็นโรงขนาดเล็ก มีนักเรียนอยู่ประมาณ 600 คน เท่าที่ดูเชื่อว่าต่อไปจะมีโรงเรียนเอกชนขนาดเล็กจำนวนมากค่อยๆ แย่ลงและปิดตัวไปในที่สุด โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในเขตเมือง เพราะนอกจากจะไม่มีกำไรและปัญหาเยอะแล้ว ลูกหลานก็ไม่อยากทำต่อ ส่วนใหญ่เลือกขายที่ดินและไปทำกิจการอื่นแทน สำหรับทางแก้ปัญหานั้น ภาครัฐต้องเลิกแบ่งแยกและมองการจัดการศึกษาภาพรวมของประเทศ ที่รัฐจะต้องมีความเท่าเทียม ดูแลโรงเรียนรัฐอย่างไรก็ควรดูแลโรงเรียนเอกชนให้เท่าเทียมกัน" อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าว
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโรงเรียนเอกชนที่ต้องปิดตัวลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาทิ โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา โรงเรียนศึกษาสมบูรณ์อนุสรณ์ โรงเรียนเรวดี เป็นต้น
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ครูเอกชนแห่สอบ ร.ร.รัฐ จี้ "ศธ." อุดหนุนงบเท่ากัน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^