LASTEST NEWS

04 ธ.ค. 2559(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) สพป.เพชรบุรี เขต 1 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา 04 ธ.ค. 2559สพป.เพชรบุรี เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 7-13 ธ.ค.2559 04 ธ.ค. 2559สพป.พิจิตร เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร2-14ธ.ค.59 04 ธ.ค. 2559สพป.จันทบุรี เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา 04 ธ.ค. 2559สอบคัดเลือก ผอ.ร.ร.สังกัด สพป.พังงา ไร้ปัญหา 04 ธ.ค. 2559สำนักงาน กศน. เปิดสอบพนักงานราชการ 15 อัตรา 04 ธ.ค. 2559วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000บาท กรมขนส่งทางบก เปิดสอบพนักงานราชการ 04 ธ.ค. 2559รับเยอะ 40 อัตรา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัครออนไลน์ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการครู 13 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-28ธ.ค.59

ปัญหาคุณภาพการศึกษาไทย “เกาไม่ถูกที่คัน”

  • 24 ธ.ค. 2557 เวลา 07:25 น.
  • 971 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ปัญหาคุณภาพการศึกษาไทย “เกาไม่ถูกที่คัน”

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ปัญหาคุณภาพการศึกษาไทย “เกาไม่ถูกที่คัน”
 
หากไม่มีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องโอกาสที่ระบบการศึกษาไทยจะพัฒนาจะต้องหยุดชะงัก
 
 
นักวิชาการอิสระแนะการพักการประเมินคุณภาพภายนอกการศึกษา เป็นเวลา ๓ ปีนั้นแก้ไม่ถูกจุด  โดยวัดจากคุณภาพของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของโลก สะท้อนให้เห็นว่ายังอ่อนด้อยกว่าประเทศอื่น ดังนั้นหากไม่มีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องโอกาสที่ระบบการศึกษาไทยจะพัฒนาจะต้องหยุดชะงักลง 
 
 
ผศ.จำรูญ  ณ ระนอง  นักวิชาการอิสระ  เปิดเผยถึงกรณีที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (กพฐ.) เสนอให้ สมศ. หยุดการประเมิน ๓ ปี เพื่อปรับปรุงวิธีการประเมินให้เหมาะสม ว่า  หากมีการหยุดหรือชะลอการประเมินออกไป ยิ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาให้สาหัสขึ้นกว่าทุกวันนี้  ซึ่งปัจจุบันนี้คุณภาพการศึกษาของไทยล้าหลัง และอ่อนด้อยกว่าประเทศอื่นทั้งในระดับอาเซียน  และระดับโลกมาก  เห็นได้จากผลการจัดอันดับ
 
มหาวิทยาลัยโลกจากประเทศอังกฤษ ของ QS World University Ranking  ในปี ๒๕๕๗  มหาวิทยาลัยไทยติดระดับนานาชาติ ๕๐๐ อันดับแรก เพียงแค่ ๒ แห่งเท่านั้น และในระดับภูมิภาคอาเซียน ที่มีการเก็บข้อมูล ๘ ประเทศ พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับสุดท้ายของการจัดอันดับ ซึ่งเป็นวิกฤติของชาติที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด และต้องรีบแก้ไขเร่งด่วน  แต่ตอนนี้เรากำลังหลงทาง และแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เกาไม่ถูกที่คัน
         
 
ทั่วโลกยอมรับว่าคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษาจะเกิดได้  เมื่อสถานศึกษามีการประกันคุณภาพภายใน  มีการควบคุมด้วยตนเองและต้นสังกัด  ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ปกครอง  ชุมชน สังคมและรัฐบาล  สำหรับการตรวจสอบจากภายนอกเพื่อยืนยันสภาพที่เป็นจริง แล้วชี้แนะให้นำผลประเมินไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพ  ทั้งยังเป็นการกระตุ้นสถานศึกษาไม่ให้เกิดความเฉื่อยชา หรือชะล่าใจในเรื่องคุณภาพอีกด้วย  ดังนั้น การประเมินคุณภาพภายนอกโดย สมศ.
 
จึงเป็นสิ่งปลุกเร้าให้สถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องต้องปรับเปลี่ยนวิถีปฏิบัติภารกิจให้มีการประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง  จะส่งผลให้การศึกษาได้รับการพัฒนาอย่างแท้จริง  ดังนั้น  การที่นักการศึกษาบางกลุ่มต้องการพัฒนาการศึกษา โดยเสนอให้ยุบหรือระงับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่มีผลงานประจักษ์ชัดในการกระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมคุณภาพในสถานศึกษา
 
คือ สมศ. นั้น  เป็นการแก้ปัญหาแบบหลงทาง  มองไม่ออกว่าอันใดเป็นเหตุเป็นผลหรือพูดง่ายว่า “เกาไม่ถูกที่คัน”   การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง คือ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันสนับสนุนให้สถานศึกษาได้มีการประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็ง และต่อเนื่อง  นั่นแหล่ะจะทำให้เกิดสถานศึกษาคุณภาพอย่างแท้จริง  เช่นนี้แหล่ะจึงจะกล่าวได้ว่า “เกาถูกที่คันแล้ว” 
 
 
ผศ.จำรูญ   กล่าวต่อว่า   การให้ สมศ. ปรับการประเมินใหม่ เป็นแบบสุ่มตรวจประเมินสถานศึกษานั้น  ไม่สามารถบอกได้เลยว่าแต่ละสถานศึกษาที่ไม่ได้รับการประเมินมีคุณภาพอย่างไร  มีจุดใดบ้างที่เป็นจุดอ่อนที่ต้องพัฒนา และจะต้องพัฒนาอย่างไร (จะต้องให้มีการนั่งเทียน เดาสภาพและคุณภาพสถานศึกษาแต่ละแห่งอย่างนั้นหรือ) 
      
 
นอกจากนี้ที่กล่าวอ้างและสนับสนุนกันว่าการประเมินภายนอกเป็นภาระให้ครู/อาจารย์ทำเอกสาร ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการทำฐานข้อมูลของสถานศึกษา  โดยสถานศึกษาต้องดำเนินการเป็นประจำทุกปีนั้น  เป็นการเข้าใจผิดพลาดของสังคม  เพราะการดำเนินงานเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องของการประกันคุณภาพภายใน 
 
ซึ่งเป็นภารกิจตามกฎหมายของสถานศึกษาและต้นสังกัดต้องควบคุมโดยเข้าประเมินภายในอย่างน้อย ๑ ครั้งในทุกๆ๓ ปี และต้องสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในสถานศึกษา  สมศ.เข้าประเมินภายนอก ๑ ครั้ง(๓ วัน) ในทุก  ๕ ปี (๑,๘๒๖ วัน)  เท่ากับ สมศ. ประเมินสถานศึกษาเพียง ๓ วัน ในเวลา ๑,๘๒๖ วัน  โดยพิจารณาความสำเร็จของการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา  และแนะนำให้นำผลประเมินไปใช้เพื่อพัฒนา 
 
ฉะนั้นภาระหนักอึ้งในการทำเอกสารของครู/อาจารย์ที่เข้าใจกันว่าเป็นเหตุจากการประเมินภายนอกของ สมศ.   จึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง  ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจและสร้างแรงบันดาลใจให้มีการทำประกันคุณภาพภายในให้เข้มแข็งต่อเนื่อง เป็นวัฒนธรรมคุณภาพ  นั่นแหล่ะจึงจะสามารถทำให้การศึกษาชาติเกิดการพัฒนาไปสู่ทิศทางที่เหมาะสมได้อย่างแท้จริง ไม่หลงทิศหลงทางอยู่ อย่างเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ปัญหาคุณภาพการศึกษาไทย “เกาไม่ถูกที่คัน”

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^