LASTEST NEWS

30 เม.ย. 2560รัฐทุ่มเงินเดือนหลักแสน ชวนคนเก่งรับราชการ 30 เม.ย. 2560รถส่วนกลางใช้เป็นรถประจำตำแหน่งมิได้ 30 เม.ย. 2560สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด! การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นค่าตอบแทนจ้างครูสาขาขาดแคลน ครั้งที่ 2 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 ค่าตอบแทนจ้างครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 8,180 อัตรา ครั้งที่2 30 เม.ย. 2560แชร์เลย! คัดตำแหน่งงานว่าง จำนวน 1,652 อัตรา เปิดสอบรับราชการ งานราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่กำลังรับสมัคร 29 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน

ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา, บุคลากร ทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38ค.(2), ครูผู้ช่วย

  • 22 พ.ย. 2557 เวลา 13:48 น.
  • 4,672 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา, บุคลากร ทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38ค.(2), ครูผู้ช่วย

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 268/2557
ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา, บุคลากร
ทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38ค.(2), ครูผู้ช่วย
 
ศึกษาธิการ - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 12/2557 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในประเด็นการเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา/ผู้อำนวยการสถานศึกษา การสอบคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) และการสอบตำแหน่งครูผู้ช่วย
 
>> อนุมัติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "รองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา" สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 
เนื่องจากที่ผ่านมามีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการประกาศตำแหน่งว่างในปัจจุบัน และจำนวนที่คาดว่าจะว่างเนื่องจากการเกษียณอายุราชการใน 2 ปีงบประมาณถัดไป ทำให้ไม่สามารถระบุจำนวนตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างได้อย่างถูกต้อง และเมื่อมีการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหา เรียงลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อยเท่ากับจำนวนตำแหน่งว่างในปัจจุบันและจำนวนตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างทำให้ผู้สอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ที่อยู่ในลำดับที่เกินจำนวนตำแหน่งว่าง ร้องขอขึ้นบัญชีเป็นผู้ผ่านเกณฑ์ และบางรายฟ้องต่อศาลปกครอง

 
ที่ประชุมในครั้งนี้ จึงได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจนในทางปฏิบัติดังนี้
 
          - มอบอำนาจให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก  โดยให้ สพฐ.เป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการในการออกข้อสอบภาค ก  สำหรับภาค ข  ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการออกข้อสอบ และให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ดำเนินการสอบ ภาค ก และ ภาค ข พร้อมกัน
          - การคัดเลือกแบ่งเป็นกลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์
          - กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ตามมาตรฐานตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
          - ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดวัน และเวลาในการดำเนินการคัดเลือกพร้อมกัน โดยผู้มีคุณสมบัติ สามารถสมัครเป็นผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ได้ตามความประสงค์ หากผู้สมัครที่มีคุณสมบัติสมัครได้ทั้งกลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์ ให้เลือกสมัครได้เพียงกลุ่มเดียว
          - การประกาศตำแหน่งว่างและการรับสมัคร ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกาศจำนวนตำแหน่งว่างที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้งในปัจจุบัน เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์ ตามสัดส่วนที่เท่ากัน หากไม่สามารถระบุจำนวนตำแหน่งว่างได้เท่ากัน ให้กำหนดจำนวนตำแหน่งว่างกลุ่มประสบการณ์มากกว่ากลุ่มทั่วไป 1 ตำแหน่ง
          - ให้มีการขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์การตัดสินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งหมดเรียงลำดับที่ตามผลคะแนนจากมากไปหาน้อยในแต่ละกลุ่ม โดยบัญชีมีอายุ 2 ปี นับจากวันประกาศรายชื่อ
 
ส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ให้ใช้หลักการในการปรับปรุงเช่นเดียวกับหลักเกณฑ์ฯ ในพื้นที่ทั่วไป โดยเพิ่มเงื่อนไขในการบรรจุและแต่งตั้ง ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง จะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง จึงจะขอย้ายออกนอกเขตพื้นที่ได้ โดยไม่สามารถนำเหตุผลใดๆ มาเป็นข้ออ้างในการขอย้ายออกนอกพื้นที่ได้

 
 
>> เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
 
ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
 
                   - ให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยยึดถือระบบคุณธรรม ความเสมอภาค ความโปร่งใส และตรวจสอบได้
                   - ให้ส่วนราชการเป็นผู้พิจารณากำหนดสัดส่วนจำนวนตำแหน่งว่างเพื่อใช้ในการคัดเลือกและสอบแข่งขันได้ตามความเหมาะสม
                   - ผู้มีสิทธิ์สมัคร ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
                             1) ปัจจุบันเป็นพนักงานราชการ หรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณ หรือเงินรายได้ของหน่วยงานการศึกษา ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับลักษณะงานของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ของหน่วยงานการศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามคำสั่งหรือสัญญาจ้างหรือเอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี นับถึงวันรับสมัครคัดเลือกวันสุดท้าย ซึ่งเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันหรือไม่ก็ได้
                             2) มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
                             3) มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตรงตามมาตรฐานตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) 
                             4) มีประสบการณ์ในตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการคัดเลือกไม่น้อยกว่า 4 ปี
                   - การทดสอบ ให้ทดสอบ 3 ภาค คือ ภาค ก ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ภาค ข ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และภาค ค ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยให้ทดสอบภาค ก และภาค ข  ก่อน แล้วจึงให้ผู้ที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ เข้ารับการประเมิน ภาค ค ต่อไป
                   - เกณฑ์การตัดสิน ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องได้คะแนนในแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
                   - ให้บรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือก ตามจำนวนตำแหน่งที่ประกาศรับสมัครโดยไม่มีการขึ้นบัญชี กรณีที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกไม่ครบตามจำนวนตำแหน่งที่ประกาศรับสมัคร ให้บรรจุเท่าที่คัดเลือกได้
                   - ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งต้องปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานการศึกษาที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี จึงจะมีสิทธิ์ขอย้าย

  
 
>> เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
                   - กำหนดให้ สพฐ. เป็นผู้บริหารจัดการในการออกข้อสอบ ภาค ก  และมอบให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการสอบภาค ก ภาค ข และภาค ค  ตามวันและเวลาที่ สพฐ. กำหนด โดยจะมีการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ภาค ก ก่อน ผู้ที่มีคะแนนผ่าน ภาค ก  จะมีสิทธิ์เข้ารับการสอบภาค ข และภาค ค ต่อไป
                   - ให้เพิ่มการสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ตามที่ส่วนราชการกำหนด
                   - ให้มีการขึ้นบัญชีผู้สอบผ่าน ภาค ก  ไว้ไม่เกิน 2 ปี  และขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ข และ ภาค ค  ไว้ไม่เกิน 2 ปีเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นบัญชีของเขตพื้นที่การศึกษานั้นๆ
                   - กรณีเขตพื้นที่การศึกษาใดไม่ได้จัดสอบ เนื่องจากขณะนั้นไม่มีตำแหน่งว่าง  หรือไม่มีผู้สอบได้ในสาขาวิชาที่มีตำแหน่งว่าง หรือไม่มีบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในสาขาวิชาที่มีตำแหน่งว่าง ให้มีการขอใช้บัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้จากเขตพื้นที่การศึกษาอื่นมาบรรจุและแต่งตั้งในเขตที่ว่างได้
 
>> เห็นชอบให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
โดยมีสาระสำคัญดังนี้
 
                   - ให้ส่วนราชการกำหนดวัน และเวลาในการดำเนินการคัดเลือก สัดส่วนจำนวนตำแหน่งว่างเพื่อใช้ในการคัดเลือก และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคัดเลือก
                   - เพิ่มเติมคำนิยามของเงินรายได้ของสถานศึกษาให้มีความชัดเจนและครอบคลุมเป็นมาตรฐานเดียวกัน
                   - ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบคัดเลือกทุกขั้นตอน
                   - กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือกให้ชัดเจน
                   - กำหนดให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประกาศสอบคัดเลือก โดยกำหนดวิชาเอก และวิชาเอกทั่วไป ตามความต้องการของเขตพื้นที่การศึกษา
                   - เพิ่มเติมการสอบความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน โดยให้เป็นไปตามที่ส่วนราชการกำหนด

 
 
>> เห็นชอบให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ครูสอนศาสนาอิสลาม วิทยากรอิสลามศึกษา พนักงานจ้างเหมาบริการ ครูอัตราจ้าง หรือลูกจ้างชั่วคราว เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอ 
ในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย)
 
โดยกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่นี้ ที่ได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือก และเมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วจะต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงจะมีสิทธิ์ขอย้ายออกนอกพื้นที่ได้ สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการ กำหนดหลักการเช่นเดียวกับหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
 
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา, บุคลากร ทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38ค.(2), ครูผู้ช่วย

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^