LASTEST NEWS

24 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2560 24 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1782 การสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2560 24 มี.ค. 2560กศจ.กรุงเทพมหานคร ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 24 มี.ค. 2560(( เตรียมลิงค์รอ )) ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. 2560 ผลสอบครูกทม.2560 ประกาศวันที่ 21 เมษายน 2560 24 มี.ค. 2560จุฬาฯ ห่วง เปิดช่องไร้ตั๋วสอบบรรจุครู มีผลต่อเด็กเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย 24 มี.ค. 2560โรงเรียนมนตรีศึกษา รับสมัครครูผู้สอน 9 อัตรา สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 24 มี.ค. 2560การศึกษา: วงการแม่พิมพ์ระอุ...ศธ.เปิดทางคนเก่งไร้ตั๋วสอบครูได้ 24 มี.ค. 2560ชี้ความเสี่ยงของคนไร้ตั๋วสอบครู ผช."สุรวาท"แนะควรใช้ในกรณีพิเศษ-ขัดหลักวิชาชีพ-พรบ.สภาครู/เงินเดือน 24 มี.ค. 2560เงินเดือนขึ้นร้อยละ ก.ค.ศ.ให้เริ่มใช้ 1 ต.ค.60 - ยกเลิกแบบ 0.5ขั้น, 1ขั้น - มีขั้นต่ำ-ขั้นสูงของอันดับ 24 มี.ค. 2560เลื่อนเงินเดือนครูฯเป็นเปอร์เซ็นต์เริ่ม 1 ตุลานี้

ผลการประชุมองค์กรหลัก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557

  • 20 พ.ย. 2557 เวลา 08:58 น.
  • 1,411 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ผลการประชุมองค์กรหลัก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 260/2557
ผลการประชุมองค์กรหลัก
 
 ศึกษาธิการ - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 ที่ห้องประชุมจันทรเกษม ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการจัดเตรียมโครงการนำร่องเพื่อกระจายอำนาจไปสู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการ
 
>> การจัดเตรียมโครงการนำร่องเพื่อกระจายอำนาจไปสู่ สพท. ใน 4 ภูมิภาค
 
รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงเรียนยังไม่สามารถดำเนินการโครงการต่างๆ ได้เองอย่างคล่องตัว เพราะอำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง จึงได้มีแนวคิดที่จะปฏิรูปภาคปฏิบัติในลักษณะโครงการนำร่องเพื่อกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษาโดยตรง โดยจะเริ่มทดลองใน 20 เขตพื้นที่การศึกษาใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไป ซึ่งแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาจะไปเลือกอีก 15 โรงเรียนในเขตพื้นที่ตัวเองที่มีผลการเรียนไม่ดีนักมาเข้าร่วมโครงการ
 
โดยจะมีการติดตามประเมินผลทุกๆ 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ มีความคล่องตัว การเรียนการสอนในโรงเรียนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ก็จะขยายจำนวนเขตพื้นที่และโรงเรียนให้กว้างออกไปอีก ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ได้เตรียมการเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว เช่น การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารจาก 20 เขตพื้นที่การศึกษา การออกคำสั่งต่างๆ เพื่อรองรับรูปแบบการกระจายอำนาจ เป็นต้น
 
ทั้งนี้ กรอบกระจายอำนาจ 4 ด้าน คือ
 
1) การบริหารจัดการ  ต้องการให้ ผอ.สพท. มีสิทธิ์และมีอิสระในการตัดสินใจดูแลสถานศึกษาและโครงการต่างๆ ได้เอง เพื่อให้การบริหารจัดการเขตพื้นที่โดยรวมมีความคล่องตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
2) งบประมาณ แต่เดิมงบประมาณอยู่ที่ส่วนกลาง ศธ.จึงต้องการมอบอำนาจให้เขตพื้นที่การศึกษาสามารถดูแลและบริหารจัดการงบประมาณได้เองโดยที่ไม่ต้องขอมาที่ส่วนกลางอีก ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละเขตพื้นที่ เพราะเป็นงบประมาณที่แต่ละเขตพื้นที่ได้ตั้งไว้เพื่อจัดทำโครงการต่างๆ อยู่แล้ว
 
3) หลักสูตร  ศธ.อาจจะมีหลักสูตรแกนกลางสำหรับจัดการเรียนการสอนในทุกพื้นที่ และจะเปิดโอกาสให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาคิดหลักสูตรเฉพาะของพื้นที่ตัวเอง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น หลักสูตรพื้นที่ของโรงเรียนในภูเก็ตกับโรงเรียนในขอนแก่นก็จะไม่เหมือนกัน เป็นโอกาสที่เขตพื้นที่การศึกษาจะได้คิดเองทำเอง และสถานศึกษาก็จะได้พัฒนาตามลักษณะพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่จะสามารถพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของตัวเองได้มากขึ้น
 
4) บุคลากร  ในกรณีที่มีอัตรากำลังอยู่แล้ว แต่ไม่มีครูบรรจุ เขตพื้นที่การศึกษาสามารถจัดหาครูหรือจ้างครูมาสอนเองได้ แต่หากไม่มีอัตรากำลัง ยังคงเป็นอำนาจของส่วนกลางที่จะพิจารณาจัดสรรอัตรากำลังครูลงไป  อย่างไรก็ตาม อำนาจการโยกย้ายเป็นของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมี ผอ.สพท.ทำหน้าที่เลขานุการอยู่แล้ว อาจมีการนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา หากตกลงกันได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะเชื่อว่าหากทำได้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนการสอนของทั้งนักเรียนและครู
 
>> การปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างยั่งยืน ศธ.
 
รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบร่างการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งได้อภิปรายถึงการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาว่า มีการปฏิรูปมาแล้วหลายครั้ง แต่เป็นการปฏิรูปจากข้างบนลงไปข้างล่าง จึงมีแนวคิดใหม่ที่ต้องการให้มีการปฏิรูปจากข้างล่างขึ้นมาข้างบน ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า ควรปฏิรูปภาคปฏิบัติโดยเน้นไปที่ตัวนักเรียน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากการวัดผลจะวัดจากผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ไม่ได้วัดว่าครูเก่งขึ้นเพียงใด  ดังนั้น การปฏิรูปครั้งนี้จะเน้นไปที่นักเรียน ขึ้นมาที่ครู สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา จนมาถึงกระทรวง  อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ศธ.ปฏิรูปในระดับพื้นที่อยู่แล้ว เช่น การกระจายอำนาจ การจัด Coaching team จัด Reform Lab เพื่อให้ความรู้และพัฒนาครูผู้สอนในเชิงพื้นที่ทั้งระดับจังหวัดและระดับเขตพื้นที่การศึกษา
 
ในส่วนของด้านบนคือ ระดับกระทรวง จะปฏิรูปทั้งในส่วนของโครงสร้าง หลักสูตร บุคลากร ตลอดจนการบริหารจัดการ ควบคู่ไปกับการปฏิรูปส่วนล่าง ซึ่งหลายเรื่อง ศธ.ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของอาชีวศึกษา สำหรับการปรับโครงสร้างหรือแยกองค์กร เช่น สกอ. หากทุกฝ่ายเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ศธ.ก็จะดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับเรื่องอื่นๆ แต่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำทันที เพราะการปรับโครงสร้างถือเป็นเรื่องใหญ่ และมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมาย บุคลากร สถานที่ อาจไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปีได้
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ผลการประชุมองค์กรหลัก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^