LASTEST NEWS

02 มี.ค. 2560แปะไว้เลย! อยากสอบผ่านครูคืนถิ่น ปี2560 ให้เตรียมตัวอ่าน 3 หัวข้อนี้ 01 มี.ค. 2560รับสมัครนศ.ปี5เข้าโครงการแม่พิมพ์คืนถิ่น 01 มี.ค. 2560รื้อบทบาทผอ.สพท.เป็นแค่นักบริหาร 01 มี.ค. 2560โรงเรียนตามฝันแม่ใจ รับสมัครครูผู้สอน 2 อัตรา(ไม่มีวุฒิครูก็สมัครได้) 01 มี.ค. 2560คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 319/2560 ย้ายข้าราชการ 01 มี.ค. 2560ด่วน! เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย 3เม.ย.-15พ.ค.60 01 มี.ค. 2560ผลการประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศ 01 มี.ค. 2560ไฟเขียวรื้อระบบจัดซื้อจัดจ้าง “ราชการ-รัฐวิสาหกิจ” 01 มี.ค. 2560มติ ครม. ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 01 มี.ค. 2560แจกคูปองพัฒนาครู1หมื่นบ./คน/ปี

คำอธิบาย "ใบประกอบวิชาชีพครู กับ การสมัครสอบบรรจุ"

  • 17 พ.ย. 2557 เวลา 13:48 น.
  • 26,709 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
คำอธิบาย "ใบประกอบวิชาชีพครู กับ การสมัครสอบบรรจุ"

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

คำอธิบาย อ่านให้เข้าใจก่อนรอประกาศอย่างเป็นทางการจากคุรุสภา
 
"ไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู ก็สมัครสอบบรรจุได้"
 
ข่าวจากสื่อร้อนๆ ทั้งสิ่งพิมพ์และโลกออนไลน์ตอนนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่อง “ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพก็สมัครสอบบรรจุได้” นะคะ
ระหว่างที่เรากำลังรอประกาศคำอธิบายอย่างเป็นทางการจากทางคุรุสภา เรามาทำความเข้าใจกันอีกซักรอบนะคะ
 
คุณวุฒิที่เป็นหลักสูตรทางการศึกษา คือ ครุศาสตร์ (คบ.) / ศึกษาศาสตร์ (ศษ.บ.) / กศ.บ. / คอ.บ. หรือ หลักสูตรที่มีเป้าหมายผลิตบัณฑิตเพื่อเป็นครู 
นอกเหนือจากนี้ เรียกว่า ป.ตรีอื่น
 
เอกสารการแสดงตนในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจากคุรุสภา มี 4 เอกสาร (อ่านรายละเอียดตามภาพ และมีคลิกถัดไปมีตัวอย่างและวิธีการได้มาให้ค่ะ) = คือ 2 ใบ 2 หนังสือ
 
1. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ = ผู้มีใบนี้ คือ มีคุณสมบัติครบในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา โดยกลุ่มหลักที่สามารถขึ้นทะเบียนได้เลย คือ ผู้เรียนหลักสูตรทางการศึกษาที่คุรุสภารับรองและจัดการเรียนสมบูรณ์ตามที่ขอรับรอง ( หลักสูตรปีการศึกษา 2557 ขึ้นไป เริ่มสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ)
 
2. ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน = ผู้มีมาตรฐานความรู้ ทั้งจาก 9 มาตรฐาน หรือเรียนหลักสูตรที่ได้รับใบนี้ แต่ยังขาดประสบการณ์สอน ผู้มีใบนี้ สามารถสมัครสอบบรรจุได้ สามารถสมัครงานเป็นครูได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แสดงใบนี้ได้เลย เมื่อสอนครบ 1 ปี นำใบนี้ พร้อมประเมินการสอนที่ผ่านมา 1 ปี นั้น มาขึ้นทะเบียนใบอนุยาตประกอบวิชาชีพ
 
3. หนังสือรับรองสิทธิ = หนังสือนี้ ผู้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จะได้รับทันที เมื่อมาขึ้นทะเบียน เพื่อเป็นหลักฐานในการขึ้นทะเบียน และอยู่ระหว่างรออนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่ผ่านมา ก.ค.ศ. ไม่อนุญาตให้ใช้สมัครสอบบรรจุ
 
4. หนังสือขออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ = หนังสือนี้ โรงเรียนจะเป็นผู้ขออนุญาตให้บุคคลที่มีความรู้ความชำนาญตามที่โรงเรียนต้องการ แต่ไม่มีเอกสารแสดงตนใดๆ ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มาทำการสอนในโรงเรียนได้ 
 
กลุ่มนี้ หากต้องการเป็นครู ก็จะต้องไปทำคุณสมบัติเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเรียน ป.ตรีทางการศึกษาใหม่ หรือการ ป.บัณฑิต ตามที่หน่วยงานต้นสังกัดทำโครงการให้ ฯ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร 
 
เอกสารฉบับนี้ที่ผ่านมาไม่เคยมีการนำไปใช้สมัครสอบบรรจุได้ เพราะ แม้จะสมัครสอบได้ แต่ระยะเวลาในการเรียกบรรจุ จะไม่สามารถทำคุณสมบัติเพื่อขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครุได้ทัน 
 
เพราะกลุ่มนี้ เมื่อแรกเข้า ไม่มีคุณสมบัติในการขึ้นทะเบียน และเป็นกลุ่ม ป.ตรีอื่นเป็นส่วนใหญ่
สำหรับกรณีที่เป็นข่าว เริ่มต้นและหลักการเป็นของครูในสังกัด สอศ. ใน 86 สาขา ที่ สอศ. ร้องขอเป็นวิชาเอกขาดแคลนและไม่มีเปิดสอนในหลักสูตรทางการศึกษา
 
ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้ว หากพิจารณาเส้นทางการเป็นครูของ สอศ. จะพบว่า ในชั้นแรกจะต้องเป็นครูจ้างของ สอศ. ก่อน จึงจะได้รับสิทธิในการสอบบรรจุ
และในการสมัครสอบเป็นครูจ้างนั้น เมื่อสอบได้แล้ว สอศ. จึงทำเรืื่องขออนุญาตให้ครูกลุ่มนี้ทำการสอนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ แล้วตั้งโครงการเรียน ป.บัณฑิตให้คุณครูกลุ่มนี้ได้เลย
 
เพราะอำนาจหน้าที่ คือ
 
สอศ. ในฐานะหน่วยผู้ใช้ครู ทำความตกลงเรื่องการรับสมัครครู กับ ก.ค.ศ. ได้เลย 
 
ส่วนคุรุสภา จะดูแลเฉพาะ เรื่องที่เกี่ยวกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เท่านั้น

 
ที่มาของข้อมูล เฟซบุ๊ก คุณMask No Real Somkamol วันที่ 13 พ.ย. 2557
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : คำอธิบาย "ใบประกอบวิชาชีพครู กับ การสมัครสอบบรรจุ"

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^