LASTEST NEWS

26 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านกาดวิทยาคม รับสมัครครูผู้สอน 2 อัตรา (สมัครตั้งแต่บัดนี้-11ก.ค.2560) 26 มิ.ย. 2560ไม่ต้องมีวุฒิครู 7 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา สพป.ปราจีนบุรี เขต 2 เปิดสอบครูธุรการ (สมัคร28มิ.ย.-4ก.ค.60) 26 มิ.ย. 2560เทศบาลเมืองระนอง เปิดสอบผู้ช่วยครู สาขาวิชาเอกทั่วไป (สมัคร21-30มิ.ย.2560) 26 มิ.ย. 2560สศศ. เปิดสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ จำนวน 5 อัตรา (รับสมัครคัดเลือกครูผู้พิการที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา) 26 มิ.ย. 2560โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ รับสมัครครูอัตราจ้าง สอนวิชาลูกเสือ-เนตรนารี 26 มิ.ย. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ รับสมัครเจ้าหน้าที่งานประชาสัมพันธ์ 26 มิ.ย. 2560สั่งก.ค.ศ.ปรับเกณฑ์บริหารงานบุคคลในพื้นที่ 26 มิ.ย. 2560"หมอธี"โละประกาศสอศ.สรรหาบอร์ดชุดใหม่ 26 มิ.ย. 2560"สมพงษ์" จี้ยุบสมศ.ดีกว่าอยู่ศธ.-ถอยหลังเข้าคลอง 25 มิ.ย. 2560แจ้งอีกรอบ! เทศกาลเข้าพรรษา ปี 60 หยุดชดเชยแค่ 1 วัน

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 6/2557 วันที่ 13 ตุลาคม 2557

  • 16 ต.ค. 2557 เวลา 15:48 น.
  • 2,249 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 6/2557 วันที่ 13 ตุลาคม 2557

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 224/2557
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 6/2557
 
ศึกษาธิการ - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 6/2557 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2557 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ
 
 
>> เร่งใช้จ่ายตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
 
 รมว.ศธ.กล่าวว่า ได้ขอให้องค์กรหลักเร่งดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการนำเงินที่ค้างอยู่ในปีงบประมาณ 2556-2557 โดยเฉพาะ ศธ.ที่มีเงินเหลือจ่ายมากที่สุดคือ 13,198 ล้านบาท มาเร่งใช้ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการปรับปรุงซ่อมแซมก่อสร้างอาคารเรียน และจัดซื้อครุภัณฑ์ในสถานศึกษาต่างๆ เช่น สพฐ. สอศ. สกอ. โดยขอให้พิจารณาการปรับปรุงซ่อมแซมก่อนเป็นลำดับแรก หากจำเป็นจริงๆ จึงจะใช้งบประมาณเพื่อการก่อสร้างอาคารใหม่ นอกจากนี้ ขอให้องค์กรหลักกำชับไปยังสถานศึกษาให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน และขอให้เริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จสิ้นภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณนี้ รวมทั้งเร่งดำเนินการใช้จ่ายในส่วนของปีงบประมาณ 2558 ไปพร้อมๆ กันด้วย
 
>> ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลของ ศธ.
 
ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและนโยบาย รมว.ศธ. ทั้ง 10 นโยบายเร่งด่วน และ 7 นโยบายเฉพาะ โดยที่ประชุมได้ให้นำความเห็นต่างๆ จากที่ประชุมไปปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น สัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาต่อสายสามัญในปัจจุบันคือ 36:64 แต่การกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายเมื่อสิ้นปี 2559 ควรจะเพิ่มเป็น 45:55, ในขณะที่สัดส่วนของผู้เรียนระหว่างเอกชนกับรัฐในปัจจุบันคือ 20:80 แต่เมื่อสิ้นปี 2559 ควรเพิ่มเป็น 35:65 เป็นต้น

 
>> ตั้งหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง
 
  ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งให้นายอนันต์ ระงับทุกข์ เป็นหัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. ส่วนรองหัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. คนที่ 1 และคนที่ 2 คือ นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ และนายสุเทพ ชิตยวงษ์ ตามลำดับ ซึ่งนอกจากจะแบ่งงานให้ผู้ตรวจราชการทุกท่านรับผิดชอบการตรวจราชการครบทั้ง 18 เขตแล้ว ผู้ตรวจราชการจะรับผิดชอบการตรวจราชการตามนโยบาย (Agenda Based) ด้วย
 
>> 4 แนวทางในการขับเคลื่อนค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการสู่การปฏิบัติ
 
อีกประเด็นที่สำคัญในการประชุมคือ การขับเคลื่อนค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการสู่การปฏิบัติ ซึ่ง รมว.ศธ.ได้ให้แนวทางดำเนินการ คือ 1) ต้องการเห็นการทำงานและการประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนค่านิยมหลักคนไทยเป็นภาพรวมของกระทรวง โดยเน้นให้บูรณาการทำงานร่วมกันและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน 2) ควรจัดกิจกรรมการปลูกฝังค่านิยมให้เด็กคิดได้ เข้าใจได้ในแต่ละค่านิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้เด็ก "จำ" เป็นภาพ ไม่ใช่จำได้เพียงเพราะถูกบังคับให้ท่องบทอาขยาน ซึ่งจะทำให้เด็กอาจรู้สึกกดดันหรือต่อต้านได้ ครูจึงควรมีศิลปะในการสอน โดยใช้วิธีการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัย  3) ควรแทรกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เด็กเข้าใจและสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตในภายภาคหน้า 4) การจัดกิจกรรมต่างๆ ขอให้มีความปลอดภัยและไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย


 
 
>> ความก้าวหน้าการเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษา
 
  สำหรับความก้าวหน้าอาชีวศึกษานั้น รมว.ศธ.กล่าวว่า คุรุสภาได้พิจารณาแก้ปัญหาการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้กับครูอาชีวศึกษาในสาขาที่ขาดแคลน ซึ่งได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้เสนอสาขาวิชาขาดแคลนโดยจัดเป็น 9 ประเภท และได้ดำเนินการรับรองสถาบันที่จัดสอนหลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี ที่ผลิตครูสายวิชาชีพจำนวน 57 สถาบันแล้ว ซึ่งต้องขอขอบคุณที่คุรุสภาตอบสนองปัญหาในเรื่องนี้ได้เร็ว อย่างไรก็ตามต้องการให้คุรุสภาแก้ไขปัญหาการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูในระยะยาวด้วย โดยเน้นให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัด
 
อีกประเด็นที่สำคัญ คือ ที่ประชุมเห็นชอบการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดหาเครื่องมือประจำตัวต่อคน เป็นจำนวนเงิน 390 ล้านบาท เพื่อจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ผู้เรียนระดับ ปวช.ทุกสังกัด 262,263 คน ได้ยืมเรียนตลอดหลักสูตร และคืนเมื่อเรียนจบ ปวช. 3 ปี โดยแนวทางการจัดซื้อนั้น จะให้แต่ละสถานศึกษาดำเนินการจัดซื้อเองในอัตราที่กำหนดไว้ในแต่ละประเภทวิชา ดังนี้ - อุตสาหกรรม 2,000 บาทต่อคน - เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1,800 บาทต่อคน - เกษตรกรรม 1,600 บาทต่อคน - คหกรรม, ประมง, อุตสาหกรรมท่องเที่ยว,อุตสาหกรรมสิ่งทอ 1,200 บาทต่อคน - พาณิชยกรรม/บริหารธุรกิจ, ศิลปกรรม 1,000 บาทต่อคน
 
>> ย้ำเส้นทางความก้าวหน้า คนกระทรวงเดียวกัน ควรเปิดกว้างเท่าเทียมกัน
 
  รมว.ศธ.กล่าวว่า จากการที่ได้เข้าร่วมประชุม อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการ ต้องการให้ทั้ง 5 องค์กรหลักได้ร่วมกันพัฒนาปรับปรุงพัฒนาแนวทางดำเนินการให้เหมือนกัน เช่น แนวทางการจัดทำผลงานทางวิชาการของข้าราชการ หรือการปรับปรุงเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการใน ศธ. ที่ต้องการส่งเสริมให้คนเก่งและดีได้มีความก้าวหน้า คนในกระทรวงเดียวกันควรได้รับโอกาสย้าย หรือบรรจุแต่งตั้ง หรือได้รับการสรรหาแบบ Open สามารถสับเปลี่ยนหมุนเวียนได้ภายในกระทรวงเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์โดยรวมของ ศธ.
 
ในส่วนประเด็นการชะลอการย้าย กรณีที่ผู้แทนสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรม โดยขอให้ชะลอการย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษาแทนตำแหน่งว่างไว้ก่อน และให้จัดสัดส่วนโควตาในอัตรา 50:50 พร้อมทั้งกันตำแหน่งว่างตามสัดส่วนให้รอง ผอ.สถานศึกษาทั้งในกลุ่มประสบการณ์และกลุ่มทั่วไปได้มีโอกาสสอบบรรจุ เพื่อความเจริญก้าวหน้าตามประเภทของสถานศึกษา เนื่องจากขณะนี้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาได้มีการรับย้ายไปแล้ว 5 เขต หากไม่รีบดำเนินการคงจะรับย้ายจนครบทุกเขต ซึ่งจะมีผลทำให้ไม่มีตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาว่างสำหรับการสรรหาในโอกาสต่อไป โดยที่ประชุมขอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาต่อไป เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
 
>> การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ ศธ.
 
  ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินความร่วมมือ และกิจกรรมที่ผ่านมา ทั้งความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ รวมทั้งแผนงานที่ ศธ.จะดำเนินงานในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนในปีงบประมาณนี้ เช่น การจัดโครงการการศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียนสัญจร 4 ภูมิภาค ระหว่างเดือนธันวาคม 2557- กุมภาพันธ์ 2558 และการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งจะเป็นการประกาศถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักและใช้ประโยชน์จากการเป็นประชาชนของอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนการจัดตั้ง "ศูนย์ส่งเสริมอาเซียนศึกษา" ซึ่งจัดตั้งที่สำนักงานศึกษาธิการภาคทั้ง 13 แห่ง โดยที่ประชุมขอให้การจัดกิจกรรมโครงการต่างๆ ไม่ควรเป็นการเพิ่มภาระหรือรบกวนการเรียนในห้องเรียนของนักเรียนมากจนเกินไป
 
>> ฝากให้องค์กรหลักช่วยพิจารณาของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน
 
รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำผลงานที่เป็นรูปธรรมมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน จึงขอให้องค์กรหลักร่วมกันพิจารณาว่า ในส่วนของ ศธ.ควรจะเป็นอะไร โดยขอให้ช่วยกันคิดและรายงานให้รับทราบภายในเดือนหน้า

 
 
 
  
   
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 6/2557 วันที่ 13 ตุลาคม 2557

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^