LASTEST NEWS

02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 01 ธ.ค. 2559สพป.ขอนแก่น เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา 01 ธ.ค. 2559คุณครูต้องอ่าน!! กรณีตัวอย่างการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ 30 พ.ย. 2559แชร์เลย!! สทศ.เปิดให้ดาวน์โหลดข้อสอบโอเน็ตทุกวิชา พร้อมเฉลย ชั้น ป.6 ม.3 ม.6

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 6/2557 วันที่ 13 ตุลาคม 2557

  • 16 ต.ค. 2557 เวลา 15:48 น.
  • 2,195 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 6/2557 วันที่ 13 ตุลาคม 2557

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 224/2557
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 6/2557
 
ศึกษาธิการ - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 6/2557 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2557 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ
 
 
>> เร่งใช้จ่ายตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
 
 รมว.ศธ.กล่าวว่า ได้ขอให้องค์กรหลักเร่งดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการนำเงินที่ค้างอยู่ในปีงบประมาณ 2556-2557 โดยเฉพาะ ศธ.ที่มีเงินเหลือจ่ายมากที่สุดคือ 13,198 ล้านบาท มาเร่งใช้ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการปรับปรุงซ่อมแซมก่อสร้างอาคารเรียน และจัดซื้อครุภัณฑ์ในสถานศึกษาต่างๆ เช่น สพฐ. สอศ. สกอ. โดยขอให้พิจารณาการปรับปรุงซ่อมแซมก่อนเป็นลำดับแรก หากจำเป็นจริงๆ จึงจะใช้งบประมาณเพื่อการก่อสร้างอาคารใหม่ นอกจากนี้ ขอให้องค์กรหลักกำชับไปยังสถานศึกษาให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน และขอให้เริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จสิ้นภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณนี้ รวมทั้งเร่งดำเนินการใช้จ่ายในส่วนของปีงบประมาณ 2558 ไปพร้อมๆ กันด้วย
 
>> ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลของ ศธ.
 
ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและนโยบาย รมว.ศธ. ทั้ง 10 นโยบายเร่งด่วน และ 7 นโยบายเฉพาะ โดยที่ประชุมได้ให้นำความเห็นต่างๆ จากที่ประชุมไปปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น สัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาต่อสายสามัญในปัจจุบันคือ 36:64 แต่การกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายเมื่อสิ้นปี 2559 ควรจะเพิ่มเป็น 45:55, ในขณะที่สัดส่วนของผู้เรียนระหว่างเอกชนกับรัฐในปัจจุบันคือ 20:80 แต่เมื่อสิ้นปี 2559 ควรเพิ่มเป็น 35:65 เป็นต้น

 
>> ตั้งหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง
 
  ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งให้นายอนันต์ ระงับทุกข์ เป็นหัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. ส่วนรองหัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. คนที่ 1 และคนที่ 2 คือ นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ และนายสุเทพ ชิตยวงษ์ ตามลำดับ ซึ่งนอกจากจะแบ่งงานให้ผู้ตรวจราชการทุกท่านรับผิดชอบการตรวจราชการครบทั้ง 18 เขตแล้ว ผู้ตรวจราชการจะรับผิดชอบการตรวจราชการตามนโยบาย (Agenda Based) ด้วย
 
>> 4 แนวทางในการขับเคลื่อนค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการสู่การปฏิบัติ
 
อีกประเด็นที่สำคัญในการประชุมคือ การขับเคลื่อนค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการสู่การปฏิบัติ ซึ่ง รมว.ศธ.ได้ให้แนวทางดำเนินการ คือ 1) ต้องการเห็นการทำงานและการประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนค่านิยมหลักคนไทยเป็นภาพรวมของกระทรวง โดยเน้นให้บูรณาการทำงานร่วมกันและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน 2) ควรจัดกิจกรรมการปลูกฝังค่านิยมให้เด็กคิดได้ เข้าใจได้ในแต่ละค่านิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้เด็ก "จำ" เป็นภาพ ไม่ใช่จำได้เพียงเพราะถูกบังคับให้ท่องบทอาขยาน ซึ่งจะทำให้เด็กอาจรู้สึกกดดันหรือต่อต้านได้ ครูจึงควรมีศิลปะในการสอน โดยใช้วิธีการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัย  3) ควรแทรกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เด็กเข้าใจและสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตในภายภาคหน้า 4) การจัดกิจกรรมต่างๆ ขอให้มีความปลอดภัยและไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย


 
 
>> ความก้าวหน้าการเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษา
 
  สำหรับความก้าวหน้าอาชีวศึกษานั้น รมว.ศธ.กล่าวว่า คุรุสภาได้พิจารณาแก้ปัญหาการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้กับครูอาชีวศึกษาในสาขาที่ขาดแคลน ซึ่งได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้เสนอสาขาวิชาขาดแคลนโดยจัดเป็น 9 ประเภท และได้ดำเนินการรับรองสถาบันที่จัดสอนหลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี ที่ผลิตครูสายวิชาชีพจำนวน 57 สถาบันแล้ว ซึ่งต้องขอขอบคุณที่คุรุสภาตอบสนองปัญหาในเรื่องนี้ได้เร็ว อย่างไรก็ตามต้องการให้คุรุสภาแก้ไขปัญหาการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูในระยะยาวด้วย โดยเน้นให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัด
 
อีกประเด็นที่สำคัญ คือ ที่ประชุมเห็นชอบการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดหาเครื่องมือประจำตัวต่อคน เป็นจำนวนเงิน 390 ล้านบาท เพื่อจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ผู้เรียนระดับ ปวช.ทุกสังกัด 262,263 คน ได้ยืมเรียนตลอดหลักสูตร และคืนเมื่อเรียนจบ ปวช. 3 ปี โดยแนวทางการจัดซื้อนั้น จะให้แต่ละสถานศึกษาดำเนินการจัดซื้อเองในอัตราที่กำหนดไว้ในแต่ละประเภทวิชา ดังนี้ - อุตสาหกรรม 2,000 บาทต่อคน - เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1,800 บาทต่อคน - เกษตรกรรม 1,600 บาทต่อคน - คหกรรม, ประมง, อุตสาหกรรมท่องเที่ยว,อุตสาหกรรมสิ่งทอ 1,200 บาทต่อคน - พาณิชยกรรม/บริหารธุรกิจ, ศิลปกรรม 1,000 บาทต่อคน
 
>> ย้ำเส้นทางความก้าวหน้า คนกระทรวงเดียวกัน ควรเปิดกว้างเท่าเทียมกัน
 
  รมว.ศธ.กล่าวว่า จากการที่ได้เข้าร่วมประชุม อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการ ต้องการให้ทั้ง 5 องค์กรหลักได้ร่วมกันพัฒนาปรับปรุงพัฒนาแนวทางดำเนินการให้เหมือนกัน เช่น แนวทางการจัดทำผลงานทางวิชาการของข้าราชการ หรือการปรับปรุงเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการใน ศธ. ที่ต้องการส่งเสริมให้คนเก่งและดีได้มีความก้าวหน้า คนในกระทรวงเดียวกันควรได้รับโอกาสย้าย หรือบรรจุแต่งตั้ง หรือได้รับการสรรหาแบบ Open สามารถสับเปลี่ยนหมุนเวียนได้ภายในกระทรวงเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์โดยรวมของ ศธ.
 
ในส่วนประเด็นการชะลอการย้าย กรณีที่ผู้แทนสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรม โดยขอให้ชะลอการย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษาแทนตำแหน่งว่างไว้ก่อน และให้จัดสัดส่วนโควตาในอัตรา 50:50 พร้อมทั้งกันตำแหน่งว่างตามสัดส่วนให้รอง ผอ.สถานศึกษาทั้งในกลุ่มประสบการณ์และกลุ่มทั่วไปได้มีโอกาสสอบบรรจุ เพื่อความเจริญก้าวหน้าตามประเภทของสถานศึกษา เนื่องจากขณะนี้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาได้มีการรับย้ายไปแล้ว 5 เขต หากไม่รีบดำเนินการคงจะรับย้ายจนครบทุกเขต ซึ่งจะมีผลทำให้ไม่มีตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาว่างสำหรับการสรรหาในโอกาสต่อไป โดยที่ประชุมขอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาต่อไป เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
 
>> การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ ศธ.
 
  ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินความร่วมมือ และกิจกรรมที่ผ่านมา ทั้งความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ รวมทั้งแผนงานที่ ศธ.จะดำเนินงานในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนในปีงบประมาณนี้ เช่น การจัดโครงการการศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียนสัญจร 4 ภูมิภาค ระหว่างเดือนธันวาคม 2557- กุมภาพันธ์ 2558 และการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งจะเป็นการประกาศถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักและใช้ประโยชน์จากการเป็นประชาชนของอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนการจัดตั้ง "ศูนย์ส่งเสริมอาเซียนศึกษา" ซึ่งจัดตั้งที่สำนักงานศึกษาธิการภาคทั้ง 13 แห่ง โดยที่ประชุมขอให้การจัดกิจกรรมโครงการต่างๆ ไม่ควรเป็นการเพิ่มภาระหรือรบกวนการเรียนในห้องเรียนของนักเรียนมากจนเกินไป
 
>> ฝากให้องค์กรหลักช่วยพิจารณาของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน
 
รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำผลงานที่เป็นรูปธรรมมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน จึงขอให้องค์กรหลักร่วมกันพิจารณาว่า ในส่วนของ ศธ.ควรจะเป็นอะไร โดยขอให้ช่วยกันคิดและรายงานให้รับทราบภายในเดือนหน้า

 
 
 
  
   
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 6/2557 วันที่ 13 ตุลาคม 2557

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^