LASTEST NEWS

24 ก.ย. 2560ด่วน! เปิดรับสมัครสอบเป็นนายสิบสัสดี ปี2561 จำนวน 100 อัตรา (สมัคร11-30ต.ค.60) 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยนางราษฎร์บำรุง รับสมัครครูอัตราจ้าง เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ 7 อัตรา 24 ก.ย. 2560จัดสอบท้องถิ่นใหม่กว่า 1.2 พันคน หลังเกิดผิดพลาด จี้ ม.ดัง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 24 ก.ย. 2560โรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาไทย 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโทกน้ำกัด รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 24 ก.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลภูซาง(บ้านดอนตัน) รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิป.ตรี ฟรีอาหารกลางวัน 24 ก.ย. 2560ด่วน! กสถ.ประกาศยกเลิกการสอบแข่งขันภาค ข. ในตำแหน่งนักสันทนาการปฏิบัติการ และตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนวัดสันต้นธง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร22ก.ย.-10ต.ค.2560 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาคอมพิวเตอร์ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโคนพิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกพลศึกษา

ทิศทางการศึกษาไทย...จะไปทางไหน?

  • 07 ต.ค. 2557 เวลา 12:44 น.
  • 698 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ทิศทางการศึกษาไทย...จะไปทางไหน?

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ทิศทางการศึกษาไทย...จะไปทางไหน?
 
แม้ประเทศไทยได้เริ่มนโยบายปฏิรูปการศึกษามานานนับสิบกว่าปีที่แล้ว แต่ปัญหาการศึกษาไทยอีกมากมายก็ยังคงเรื้อรังดำรงอยู่เช่นเดิม หลายคนมองว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะนโยบายการศึกษาของไทย
 
แม้ประเทศไทยได้เริ่มนโยบายปฏิรูปการศึกษามานานนับสิบกว่าปีที่แล้ว แต่ปัญหาการศึกษาไทยอีกมากมายก็ยังคงเรื้อรังดำรงอยู่เช่นเดิม หลายคนมองว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะนโยบายการศึกษาของไทยขาดความชัดเจนและเปลี่ยนแปลงบ่อย เปลี่ยนไปตามรัฐบาลหรือรัฐมนตรีที่เข้ามารับตำแหน่ง โดยเฉพาะช่วงหลังมานี้ปีเดียวเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 3-4 คน หรือจะพูดได้ว่านโยบายการศึกษาเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่มีรัฐมนตรีคนใหม่ก็ไม่น่าจะผิด
 
เรามักได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์บ่อยครั้งว่าปัญหาการศึกษาไทยที่หมักหมมนั้นจะต้องปรับรื้อปฏิรูปทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหลักสูตร ครูผู้สอน วิธีการสอน คุณภาพผู้เรียน ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยในปัจจุบันนั้นได้ยัดเยียดอัดแน่นให้เด็กต้องเรียนรู้เนื้อหาสาระมากมายหลายวิชาจนเกินความจำเป็น โดยกำหนดให้เรียนทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งการกำหนดเช่นนี้ดูเหมือนจะไม่ได้คำนึงถึงความสมเหตุสมผลหรือความสอดคล้องจำเป็นของผู้เรียนแต่ละช่วงวัย
 
การยัดเยียดให้เด็กต้องเรียนเนื้อหามากมายอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ช่วงที่ผ่านมามีการมุ่งเน้นพัฒนาเฉพาะด้านความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) ของผู้เรียน เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ครบถ้วนตามเนื้อหาสาระที่หลักสูตรกำหนด จนบางครั้งลืมว่าเราจะต้องพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์หรือการเข้าสังคม (EQ) ของผู้เรียนควบคู่กันไปด้วย ซึ่งแน่นอนเด็กแต่ละคนที่เกิดมาในบริบทที่ต่างกันย่อมมีระดับ IQ ที่ไม่เท่ากัน แล้วจะทำอย่างไรให้เด็กทุกคนมีระดับ EQ ที่สูงขึ้น เพราะ EQ จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้สังคมก้าวไกลไปได้ 
 
ส่วนครูผู้สอนต้องรับภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานสอนอีกมากมาย เวลาเกือบครึ่งหนึ่งของครูต้องไปทุ่มเทให้กับงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงงานประเมินทั้งระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่ ระดับชาติ นับแทบไม่ถ้วนที่ครูแต่ละคนต้องเตรียมงานเพื่อรับประเมินเหล่านั้น จนไม่มีเวลาให้กับห้องเรียน และบ่อยครั้งที่ครูต้องทิ้งห้องเรียน เหล่านี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ส่งผลให้เด็กจำนวนไม่น้อยอ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ ซึ่งส่งผลถึงคุณภาพการศึกษาโดยภาพรวมตกต่ำอย่างน่าตกใจ
 
ส่วนในการบริหารจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายได้นั้นย่อมต้องอาศัยผู้บริหารมืออาชีพ ที่ต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นที่ยอมรับ มีความฉลาดทางสติปัญญาและทางอารมณ์ แต่ปัจจุบันผู้บริหารจำนวนไม่น้อยมักจะขาดคุณลักษณะเช่นนี้ จึงมักเจอคำวิพากษ์วิจารณ์บ่อย ๆ เช่น เป็นผู้บริหาร “ที่ไม่เอาไหน” “ทำงานที่โรงเรียนน้อยมาก ส่วนมากมักออกไปนอกโรงเรียน แต่เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียนน้อย” “วิ่งตามเจ้านายหรือนักการเมือง เพื่อประโยชน์ต่อตนเองเป็นหลัก” “ผู้บริหารที่ไม่โปร่งใส” “ยึดวัฒนธรรมบริหารแบบเดิม ๆ ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง” เป็นต้น ในสังคมไทยช่วงที่ผ่านมา เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามักพบเห็นผู้บริหารที่มีคุณลักษณะเช่นนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเราจะคาดหวังคุณภาพการศึกษาได้มากน้อยแค่ไหน
 
แต่พอเหลือบไปเห็น นโยบายการจัดการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในปีงบประมาณ 2558 ที่นำโดย ดร.กมล รอดคล้าย ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยให้มีคุณภาพระดับมาตรฐานสากลบนพื้นฐานของความเป็นไทย โดยกำหนดจุดเน้นหลักไว้ 3 ด้าน คือ ด้านผู้เรียน ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา และด้านการบริหารจัดการ แม้จะเป็นความหวังที่ยังคงริบหรี่แต่ก็ยังพอมีความสุขใจขึ้นมาบ้าง และเชื่อว่ารัฐบาลในยุค คสช.จะคอยเป็นอีกพลังหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนผลักดันให้นโยบายของ สพฐ.ถูกนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง
 
สำหรับ จุดเน้นด้านผู้เรียน สพฐ.มุ่งพัฒนานักเรียนมีสมรรถนะสำคัญสู่มาตรฐานสากล มีคุณธรรม จริยธรรม รักสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ภูมิใจในความเป็นไทย ห่างไกลยาเสพติด มีคุณลักษณะ และทักษะทางสังคมที่เหมาะสม รวมถึงนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเต็มตามศักยภาพเป็นรายบุคคล

?ทิศทางการศึกษาไทย...จะไปทางไหน??
 
จุดเน้นด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งให้ครูได้รับการพัฒนาความรู้และสมรรถนะผ่านการปฏิบัติจริง และความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเร่งด่วน ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นมืออาชีพมีผลงานเชิงประจักษ์ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติอย่างเหมาะสม ตลอดจนองค์กรและคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมและการจัดสรรครู ตระหนักและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาบรรจุใหม่/ย้ายไปบรรจุ มีความสามารถสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน ชุมชน และสังคม
 
ส่วน จุดเน้นด้านการบริหารจัดการ นั้น มุ่งให้สถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบริหารจัดการโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ เน้นการ
 
กระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมและการรับผิดชอบต่อการดำเนินงาน (Participation and Accountability) รวมถึงสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐาน
 
แม้ว่าการขับเคลื่อนทิศทางการศึกษาขั้นพื้นฐานให้สำเร็จตามเป้าหมายจะเป็นบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าหากเรามีนายกรัฐมนตรีที่มีคุณภาพ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศชาติอย่างจริงจัง และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม ความรอบรู้ ทุ่มเทเสียสละ มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเข้ามาบริหารกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่องแต่ต้องไม่น้อยกว่า 5 ปี เชื่อว่าการศึกษาไทยจะสามารถพัฒนาก้าวไปได้ไกลอย่างแน่นอน เมื่อถึงวันนั้นคนไทยก็ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าบรรดาประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเคยเดินตามหลังเรา เคยมาศึกษาดูงานบ้านเรา และส่งนักศึกษามาเรียนต่อบ้านเรามากมาย แต่ ณ วันนี้กำลังจะวิ่งแซงไปข้างหน้าเราเสียแล้ว.
 
ฟาฏินา วงศ์เลขา
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ทิศทางการศึกษาไทย...จะไปทางไหน?

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^