LASTEST NEWS

22 พ.ค. 2561โรงเรียนบ้านบวกเปา รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้-31พ.ค.2561 22 พ.ค. 2561มาแล้ว! แนวข้อสอบครูผู้ช่วย 2561 ความรอบรู้ กฎหมาย ชุดที่ 1 โดย : ดร.ณรงค์ ศิริเมือง 21 พ.ค. 2561สาขา-อัตราบรรจุครูคืนถิ่นรอบ2 21 พ.ค. 2561เช็ค 66 จังหวัด และ สศศ. เปิดสอบครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 เอกขาดแคลนและมีความจำเป็น 21 พ.ค. 2561แปะลิงค์รอ !!! ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม.ครั้งที่ 2/2560 - วันนี้(21พ.ค.2561) 21 พ.ค. 2561ประกาศแล้ว!! ผลการสอบครูผู้ช่วย กทม. ครั้งที่ 2/2560 เช็ครายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก, ข. ที่นี่ 21 พ.ค. 2561​ด่วน โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 11 อัตรา 21 พ.ค. 2561คุรุสภาแจงรายละเอียด เอกสารเกี่ยวกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่สามารถนำไปสมัครสอบบรรจุข้าราชการครู 21 พ.ค. 2561ไม่ค้านสอบรับตั๋วครู แต่ไม่อยากเร่งสอบ 21 พ.ค. 2561ด่วน! กรมการปกครอง เปิดสอบเข้ารับราชการ 310 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต 31พ.ค.-25มิ.ย.61

"สอศ." ปัดพัลวัน เรื่อง "ห้ามเด็กเจาะหู-มีรอยสัก" เข้าเรียน แจง "เป็นความผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร"

  • 29 ก.ย. 2557 เวลา 06:48 น.
  • 1,537 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"สอศ." ปัดพัลวัน เรื่อง "ห้ามเด็กเจาะหู-มีรอยสัก" เข้าเรียน แจง "เป็นความผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร"
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"สอศ." ปัดพัลวัน เรื่อง "ห้ามเด็กเจาะหู-มีรอยสัก" เข้าเรียน แจง "เป็นความผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร"
 
สร้างความฮือฮาบนหน้าหนังสือพิมพ์ได้เพียงวันเดียว ก็ต้องออกมาแก้ข่าวสำหรับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
 
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ออกมาขานรับคำสั่งของ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ได้ประกาศให้เร่งแก้ไขปัญหาความรุนแรงและเหตุทะเลาะวิวาทของนักศึกษาอาชีวศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยประกาศให้เรื่องนี้เป็น 1 ใน 10 นโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้เห็นผลใน 3 เดือน 
 
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาสั่งการให้มีการจัดระเบียบเรื่องนักเรียนตีกัน โดยสั่งปิดสถาบันทันทีที่ตีกันเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ
 
โดยหนึ่งในมาตรการของ สอศ.ที่สร้างความฮือฮาไม่แพ้การสั่งปิดสถาบันของนายกฯ ก็คือ
 
การออกข่าวสั่งการให้วิทยาลัยอาชีวะกลุ่มเสี่ยง 21 แห่ง คัดกรองเด็กที่มีความประพฤติดี ไม่มีประวัติยกพวกตีกัน เจาะหู หรือรอยสักตามร่างกายเข้าเรียน เพื่อหวังแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทซ้ำซาก
 
มาตรการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ ไม่เป็นธรรม เพราะการเจาะหูและสักร่างกาย บางครั้งก็เป็นเรื่องของแฟชั่น ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นจะเป็นคนไม่ดี และถ้าหากบุคคลเหล่านั้น เป็นคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะก่อเหตุทะเลาะวิวาทจริง ไม่เท่ากับว่าเป็นการผลักดันพวกเขาให้ไปสร้างความเดือดร้อนให้นักเรียนนักศึกษาดีๆ สถาบันอื่นหรือไม่ 
 
เสียงสะท้อนจากสังคมบางส่วนจึงมองว่า เป็นมาตรการสุดโต่งและเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด เช่นเดียวกับมาตรการปิดสถาบันของนายกรัฐมนตรี หลายเสียงสะท้อนว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ ในขณะที่ยังมีเด็กดีๆ เรียนในสถาบันดังกล่าว ซึ่งจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย 
 
ขณะที่บางส่วนสนับสนุน เนื่องจากมองว่าการทะเลาะวิวาท ไม่ได้แค่สร้างความเดือดร้อน บาดเจ็บล้มตายและสูญเสียทรัพย์สินแก่คู่กรณีเท่านั้น แต่หลายกรณีทำให้ชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เดือดร้อน บาดเจ็บเสียชีวิตและสูญเสียทรัพย์สินด้วย ซึ่งที่ผ่านมาใช้มาตรการหลากหลายแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องเพิ่มระดับความรุนแรงของมาตรการลงโทษ
 
อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการห้ามเด็กเจาะหูและสักตามร่างกายเข้าเรียนนั้น นายชัยพฤกษ์ก็ออกมาชี้แจงแล้วว่า 
"เป็นความเข้าใจผิดในเรื่องการสื่อสาร โดยยืนยันว่า สอศ.ไม่ได้สั่งให้วิทยาลัยไม่รับเด็กที่เจาะหู หรือมีรอยสักเข้าเรียนในปีการศึกษา 2558 เพราะการรับนักเรียนนักศึกษาเป็นดุลพินิจของสถานศึกษา และการเจาะหูและสักร่างกาย เด็กๆ ก็ทำกันเยอะ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นคนไม่ดี ไม่สามารถมาเรียนอาชีวะได้ ตรงกันข้าม สอศ.รณรงค์ให้เด็กมาเรียนสายอาชีพมากขึ้นเพื่อผลิตช่างฝีมือออกมารับใช้ประเทศ"
ข่าวแว่วว่า ในที่ประชุม ผู้บริหาร สอศ.ท่านหนึ่งยกตัวอย่างว่าวิทยาลัยบางแห่งอาจจะไม่รับเด็กที่มีประวัติก่อเหตุทะเลาะวิวาท รวมถึงเจาะหูและสักตามร่างกาย แต่ก็เป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างมาตรการของวิทยาลัยบางแห่ง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าส่วนกลางจะออกมาตรการดังกล่าวมาควบคุมหรือสั่งการให้วิทยาลัยกลุ่มเสี่ยงต้องปฏิบัติตามด้วย
 
"ความพยายามที่จะแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทซ้ำซาก เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าหากเป็นมาตรการที่แก้ไขได้ไม่ตรงจุด หรือสุดโต่งเกินไป ก็น่าหวั่นใจว่าแทนที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน จะกลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ๆ ขึ้นมาหรือไม่??"
 
 
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : "สอศ." ปัดพัลวัน เรื่อง "ห้ามเด็กเจาะหู-มีรอยสัก" เข้าเรียน แจง "เป็นความผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร"

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^