LASTEST NEWS

23 ก.พ. 2560คุรุสภาเร่งออกตั๋วครู ยื่นเอกสารครบรอแค่ 20 วัน 23 ก.พ. 2560สพฐ.ปรับปฏิทินสอบครูผู้ช่วยเสร็จแล้ว 23 ก.พ. 2560"หมอธี"ลั่นไม่ยุบเขตพื้นที่ฯ-ไม่ย้าย "การุณ" 23 ก.พ. 2560กศจ.สระบุรี เปิดสอบบรรจุครูผู้ช่วย 22 วิชาเอก 64 อัตรา 23 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.อนุมัติตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 3,492 อัตรา 23 ก.พ. 2560การประชุมขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพโรงเรียน ICU 22 ก.พ. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) เงินเดือน 19,500 บาท มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 22 ก.พ. 2560เช็คยอดสมัครที่นี่! กางสรุปยอดสมัคร สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 22 ก.พ. 2560ไม่มีวุฒิครูเชิญเลย! ม.ธุรกิจบัณฑิต เปิดรับ ป.โท ชนิดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 22 ก.พ. 2560สำรวจ 2 ช่องทาง ป.ตรีอื่น อยากเป็นครู

"สอศ." ปัดพัลวัน เรื่อง "ห้ามเด็กเจาะหู-มีรอยสัก" เข้าเรียน แจง "เป็นความผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร"

  • 29 ก.ย. 2557 เวลา 06:48 น.
  • 1,329 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"สอศ." ปัดพัลวัน เรื่อง "ห้ามเด็กเจาะหู-มีรอยสัก" เข้าเรียน แจง "เป็นความผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร"

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"สอศ." ปัดพัลวัน เรื่อง "ห้ามเด็กเจาะหู-มีรอยสัก" เข้าเรียน แจง "เป็นความผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร"
 
สร้างความฮือฮาบนหน้าหนังสือพิมพ์ได้เพียงวันเดียว ก็ต้องออกมาแก้ข่าวสำหรับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
 
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ออกมาขานรับคำสั่งของ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ได้ประกาศให้เร่งแก้ไขปัญหาความรุนแรงและเหตุทะเลาะวิวาทของนักศึกษาอาชีวศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยประกาศให้เรื่องนี้เป็น 1 ใน 10 นโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้เห็นผลใน 3 เดือน 
 
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาสั่งการให้มีการจัดระเบียบเรื่องนักเรียนตีกัน โดยสั่งปิดสถาบันทันทีที่ตีกันเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ
 
โดยหนึ่งในมาตรการของ สอศ.ที่สร้างความฮือฮาไม่แพ้การสั่งปิดสถาบันของนายกฯ ก็คือ
 
การออกข่าวสั่งการให้วิทยาลัยอาชีวะกลุ่มเสี่ยง 21 แห่ง คัดกรองเด็กที่มีความประพฤติดี ไม่มีประวัติยกพวกตีกัน เจาะหู หรือรอยสักตามร่างกายเข้าเรียน เพื่อหวังแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทซ้ำซาก
 
มาตรการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ ไม่เป็นธรรม เพราะการเจาะหูและสักร่างกาย บางครั้งก็เป็นเรื่องของแฟชั่น ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นจะเป็นคนไม่ดี และถ้าหากบุคคลเหล่านั้น เป็นคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะก่อเหตุทะเลาะวิวาทจริง ไม่เท่ากับว่าเป็นการผลักดันพวกเขาให้ไปสร้างความเดือดร้อนให้นักเรียนนักศึกษาดีๆ สถาบันอื่นหรือไม่ 
 
เสียงสะท้อนจากสังคมบางส่วนจึงมองว่า เป็นมาตรการสุดโต่งและเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด เช่นเดียวกับมาตรการปิดสถาบันของนายกรัฐมนตรี หลายเสียงสะท้อนว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ ในขณะที่ยังมีเด็กดีๆ เรียนในสถาบันดังกล่าว ซึ่งจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย 
 
ขณะที่บางส่วนสนับสนุน เนื่องจากมองว่าการทะเลาะวิวาท ไม่ได้แค่สร้างความเดือดร้อน บาดเจ็บล้มตายและสูญเสียทรัพย์สินแก่คู่กรณีเท่านั้น แต่หลายกรณีทำให้ชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เดือดร้อน บาดเจ็บเสียชีวิตและสูญเสียทรัพย์สินด้วย ซึ่งที่ผ่านมาใช้มาตรการหลากหลายแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องเพิ่มระดับความรุนแรงของมาตรการลงโทษ
 
อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการห้ามเด็กเจาะหูและสักตามร่างกายเข้าเรียนนั้น นายชัยพฤกษ์ก็ออกมาชี้แจงแล้วว่า 
"เป็นความเข้าใจผิดในเรื่องการสื่อสาร โดยยืนยันว่า สอศ.ไม่ได้สั่งให้วิทยาลัยไม่รับเด็กที่เจาะหู หรือมีรอยสักเข้าเรียนในปีการศึกษา 2558 เพราะการรับนักเรียนนักศึกษาเป็นดุลพินิจของสถานศึกษา และการเจาะหูและสักร่างกาย เด็กๆ ก็ทำกันเยอะ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นคนไม่ดี ไม่สามารถมาเรียนอาชีวะได้ ตรงกันข้าม สอศ.รณรงค์ให้เด็กมาเรียนสายอาชีพมากขึ้นเพื่อผลิตช่างฝีมือออกมารับใช้ประเทศ"
ข่าวแว่วว่า ในที่ประชุม ผู้บริหาร สอศ.ท่านหนึ่งยกตัวอย่างว่าวิทยาลัยบางแห่งอาจจะไม่รับเด็กที่มีประวัติก่อเหตุทะเลาะวิวาท รวมถึงเจาะหูและสักตามร่างกาย แต่ก็เป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างมาตรการของวิทยาลัยบางแห่ง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าส่วนกลางจะออกมาตรการดังกล่าวมาควบคุมหรือสั่งการให้วิทยาลัยกลุ่มเสี่ยงต้องปฏิบัติตามด้วย
 
"ความพยายามที่จะแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทซ้ำซาก เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าหากเป็นมาตรการที่แก้ไขได้ไม่ตรงจุด หรือสุดโต่งเกินไป ก็น่าหวั่นใจว่าแทนที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน จะกลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ๆ ขึ้นมาหรือไม่??"
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : "สอศ." ปัดพัลวัน เรื่อง "ห้ามเด็กเจาะหู-มีรอยสัก" เข้าเรียน แจง "เป็นความผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร"

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^