LASTEST NEWS

27 ก.ค. 2560สนใจไปสมัคร รับสมัครพนักงานราชการ ครูพี่เลี้ยง ปวช.-ปวส.ทุกสาขา(ไม่ต้องมีวุฒิครู) 27 ก.ค. 2560คนเบี้ยวหนี้ กยศ. เตรียมตัว หลังพ.ร.บ.บังคับใช้ นายจ้างจ่อหักเงินเดือน 27 ก.ค. 2560สพป.สุรินทร์ เขต 2 รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา และครูธุรการ 5 อัตรา(ป.ตรีทุกสาขา) 27 ก.ค. 2560ถ้าปฏิรูป “ครู” สำเร็จ ปฏิรูปการศึกษาก็สำเร็จ 27 ก.ค. 2560"หมอธี"ลั่นถอนชื่อ-แจ้งความบริษัทจ่ายเงินทอนอบรมครู 27 ก.ค. 2560เช็คสาขาวิชาเอกที่เปิดสอบครูผู้ช่วยและผู้ดูแลเด็ก รวม 338 อัตรา กลุ่มภาคกลาง 2 การสอบข้าราชการท้องถิ่น 2560 27 ก.ค. 2560เช็คตำแหน่งว่าง สอบท้องถิ่น ภาคกลาง เขต1 จำนวน 2554 อัตรา (สมัคร10ส.ค.-1ก.ย.2560) 27 ก.ค. 2560ทิศทางการพัฒนาครู "เปิด25สาขาสอบครู - ลดเรียนครู4 ปี" (1) 27 ก.ค. 2560ด่วน! รับสมัครครูผู้สอน จำนวน 2 อัตรา เงินเดือน 15,000-18,000 บาท 26 ก.ค. 2560ดราม่าอบรมครูเงินทอนโผล่

สพฐ.อัดฉีดสูงสุด 1 ล้านบาท กระตุ้น 114 รร.นิติบุคคลยกระดับโอเน็ต

  • 07 ก.ย. 2557 เวลา 10:31 น.
  • 1,265 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สพฐ.อัดฉีดสูงสุด 1 ล้านบาท กระตุ้น 114 รร.นิติบุคคลยกระดับโอเน็ต

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สพฐ.อัดฉีดสูงสุด 1 ล้านบาท กระตุ้น 114 รร.นิติบุคคลยกระดับโอเน็ต
 
กรุงเทพฯ 5 ก.ย. - สพฐ.เดินหน้าพัฒนา 114 โรงเรียนต้นแบบบริหารงานแบบนิติบุคคล กระจายอำนาจให้วางแผนบริหารจัดการทั้งด้านงานบริหารและวิชาการ จัดงบประมาณอัดฉีดทันที 300,000 บาท สั่งยกระดับคะแนนโอเน็ตให้ได้ หากสำเร็จจัดเติมให้อีกรวมสูงสุด 1 ล้านบาท
 
นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการพัฒนาการบริหารรูปแบบนิติบุคคล ประจำปีงบประมาณ 2557 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาการบริหารโรงเรียนในรูปแบบนิติบุคคลให้ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเป็นแนวทางการบริหารแบบกระจายอำนาจให้โรงเรียนมีความเป็นอิสระ คล่องตัวในการพัฒนาการบริหารและวิชาการ โดยอาศัยความร่วมมือจากชุมชน ตามแนวคิดในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เช่นเดียวกับรูปแบบของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ หลังจากที่ผ่านมามีการดำเนินการมาแล้วเป็นปีที่ 3 ในโรงเรียนทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รวม 114 โรงเรียน แต่ยังพบว่าไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในปีนี้จึงลดเป้าหมายให้เหลือราวร้อยละ 70 เพื่อให้สามารถมีโอกาสไปถึงความสำเร็จได้ อย่างไรก็ตาม หากสิ้นสุดปีงบประมาณ 2558 แล้วโครงการนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จอีก ก็คงจะต้องมีการพิจารณาทบทวนแนวทางการบริหารงานครั้งใหญ่
 
นายกมล กล่าวว่า ได้สั่งการให้จัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนขั้นต้นโรงเรียนละ 300,000 บาท และมอบหมายให้วางแผนการปฏิบัติงาน ทั้งด้านวิชาการ การบริหารบุคคล การบริหารงบประมาณ และการบริหารทั่วไป มาเสนอและปฏิบัติตามแผน โดยต้องให้เห็นผลจากคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ประจำปีการศึกษา 2557 ที่จะมีการสอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 นักเรียนต้องได้ผลคะแนนเฉลี่ยเกินร้อยละ 50 หรืออย่างน้อยต้องเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งหากโรงเรียนใดทำได้สำเร็จก็จะพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้ไปดำเนินการตามแผนงานที่เสนอไว้สูงสุดรวม 1 ล้านบาท/โรงเรียน
 
“การบริหารโรงเรียนแบบนิติบุคคล ไม่ใช่เพื่อเพิ่มอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือเพื่อให้มีความเป็นอิสระ หรือเพื่อให้โรงเรียนสร้างตึก แต่มีจุดมุ่งหมายให้นักเรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อการสร้างคนสำหรับการพัฒนาประเทศ” นายกมล กล่าวย้ำกับผู้อำนวยการโรงเรียน
 
ทั้งนี้ ในวันนี้มีการมอบหมายให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 114 แห่ง ดำเนินการวางแผนงานด้านวิชาการ โดยอย่างน้อยให้มีการจัดหลักสูตรพิเศษที่เน้นความสามารถเฉพาะทางของเด็ก หรือสิ่งที่เป็นจุดเน้นของโรงเรียน และร่วมมือในการพัฒนางานวิชาการกับสถานศึกษาและองค์กรอื่นในต่างประเทศ ส่วนในด้านงบประมาณ ให้มีการวางแผนการบริหารงบประมาณที่ยืดหยุ่นคล่องตัว และสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ของโรงเรียน การบริหารงานบุคคล ให้มีการวางแนวทางการรับบุคลากร ครู ครูต่างชาติที่โรงเรียนต้องการ และด้านการบริหารทั่วไป เช่น การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา การจับคู่กับบริษัทเอกชน แผนและวิธีการรับนักเรียนของโรงเรียนตามความพร้อม เป็นต้น.
 
 
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : สพฐ.อัดฉีดสูงสุด 1 ล้านบาท กระตุ้น 114 รร.นิติบุคคลยกระดับโอเน็ต

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^