LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 05 ธ.ค. 2559(เงินเดือน17,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดสอบรับราชการ จำนวน 16 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปวส.ขึ้นไป) กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดสอบรับราชการ จำนวน 20 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดสอบรับราชการ จำนวน 15 อัตรา 05 ธ.ค. 2559(วุฒิปริญญาตรี 15,000 - 16,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดสอบรับราชการ 20 อัตรา 04 ธ.ค. 2559มกธ.ระส่ำ!คุรุสภาปฏิเสธให้ตั๋วนศ.2พัน 04 ธ.ค. 2559สพป.มหาสารคาม เขต 3 เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง รวม 5 อัตรา

จับตาสินค้าพาเหรดปรับราคา รับคสช.ขึ้นเงินเดือนราชการ

  • 11 ส.ค. 2557 เวลา 10:04 น.
  • 1,171 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
จับตาสินค้าพาเหรดปรับราคา รับคสช.ขึ้นเงินเดือนราชการ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

จับตาสินค้าพาเหรดปรับราคา รับคสช.ขึ้นเงินเดือนราชการ
 
แม้..นโยบายการปรับขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการชั้นผู้น้อย 8% พร้อมกับการปรับขึ้นเงินค่าครองชีพเป็น 2,000 บาท ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.
 
แม้..นโยบายการปรับขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการชั้นผู้น้อย 8% พร้อมกับการปรับขึ้นเงินค่าครองชีพเป็น  2,000 บาท ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. ที่ต้องการคืนความสุขให้กับบรรดาข้าราชการชั้นผู้น้อย จะมีอันต้องเลื่อนออกไปก่อน ด้วยเป็นเพราะการจัดทำข้อมูลและกระบวนการขั้นตอนที่อาจยุ่งยากมากมาย จนหน่วยปฏิบัติอย่างกระทรวงการคลัง ไม่สามารถดำเนินการได้ทันในต้นปีงบประมาณ 58 หรือภายในวันที่ 1 ต.ค. 57 ก็ตาม 
 
แต่ใช่ว่า! การคืนความสุขในครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น แต่อาจต้องใช้เวลาสักระยะ โดยสามารถดำเนินการได้ในเดือนเม.ย.58 หรือต้นไตรมาสสาม ของปีงบประมาณ 58 ซึ่งก็ทำให้บรรดาข้าราชการชั้นผู้น้อยได้วาดฝันล่วงหน้าไปแล้วว่าจะมีเงินออมในการสร้างอนาคตให้ตัวเอง...หรืออย่างน้อยก็สามารถนำเงินเดือนและเงินค่าครองชีพที่ได้รับขึ้นรอบนี้ ไปปลดหนี้ เพราะจากผลสำรวจของหลายสำนักต่างพบว่า ครอบครัวข้าราชการไทยจะมีหนี้สินเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าครัวเรือนละ 1 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก
 
หวังเศรษฐกิจพุ่ง 5% 
 
ต้องยอมรับว่า “คสช.” ได้คืนความสุขให้กับคนในชาติ เพราะการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการชั้นผู้น้อย ทั้งนี้ข้อดีของผลที่ตามมาจากการปรับเงินเดือนข้าราชการ นอกเหนือจากความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้วยังพบว่า ยังมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจตรง ๆ กว่า 20,000 ล้านบาท ที่สำคัญเงินที่ว่ายังเข้าไปหมุนในระบบอีกไม่ต่ำกว่า 2-3 รอบ สุดท้ายแล้วเมื่อมีเงินหมุนในระบบก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 58 เติบโตมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเท่าที่ประเมินเชื่อกันว่าจะเติบโตได้ถึง 5%
 
อย่างไรก็ตามหากพิจารณาภาพรวมของการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ในแต่ละครั้งใช่ว่าจะมีแต่ผลดีเท่านั้น เพราะเวลานี้ในแต่ละปีรัฐบาลต้องใช้เงินภาษีจ่ายเงินเดือนข้าราชการในแต่ละปีประมาณ 6 แสนล้านบาท จึงมีการตั้งคำถาม? ว่า การทำงานที่ผ่านมามีความคุ้มค่าหรือไม่?  เพราะหากข้าราชการทำงานดี...ทำงานเต็มที่...แล้ว คนไทยคงไม่มีใครติดใจ
 
กระทบเงินเฟ้อน้อย 
 
แต่ขณะเดียวกันนอกจากเรื่องของแหล่งเงินที่ใช้แล้ว ยังมีปัญหาเรื่องของผลกระทบต่อเสถียรภาพราคาหรืออัตราเงินเฟ้อของประเทศ โดยการปรับขึ้นเงินเดือนในครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาประเมินไว้เบื้องต้นว่าเป็นปัญหาน้อยมาก เพราะมีผลเพียง 0.05%  เท่านั้น 
 
แม้เป็นตัวเลขที่ไม่มากนัก เพราะการคำนวณเงินเฟ้อน้ำหนักส่วนใหญ่ อยู่ที่ราคาน้ำมันและอาหารสด แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่น่ากังวลมากกว่าสูตรการคำนวณเงินเฟ้อ...คือ เรื่องของจิตวิทยาและการฉวยโอกาส ที่เชื่อได้ว่าจากนี้ไปไม่นาน ราคาสินค้าโดยเฉพาะพวกอาหารจานด่วน ขนมนมเนยต่าง ๆ จะพาเหรดปรับขึ้นราคาไปรอก่อนหน้าแน่นอน
 
จานด่วนขึ้นราคาแน่ 
 
โดยเฉพาะอาหารจานด่วน หรือ ก๋วยเตี๋ยว เวลาปรับราคาคงไม่มีพ่อค้าแม่ค้ารายใดปรับครั้งละ 1 สลึงหรือ 2 สลึงต่อจานตามสัดส่วนที่กระทรวงพาณิชย์นำมาคำนวณเงินเฟ้อ แต่เวลาปรับราคาครั้งหนึ่งอย่างน้อยก็ต้องแตะหลัก 5 บาท หรือ 10 บาทต่อจาน ซึ่งเรียกว่าการค้าแบบกำไรเกินควรและมีให้เห็นกันบ่อยครั้งในหลายพื้นที่ของประเทศไทย      
 
  ขณะที่สินค้าจากโรงงานอุตสาห กรรม ไม่ว่าจะเป็นแชมพู ยาสีฟัน ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ และอาหารแปรรูปอื่น ๆ ที่บรรจุในซองหรือกระป๋อง เป็นต้น ก็จะมีวิธีการที่ปรับตัวแบบชาญฉลาดในการหลีกเลี่ยงนโยบายการควบคุมราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์แบบเนียน ๆ และกว่าที่ผู้บริโภคได้รู้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะผู้บริโภคจำนวนมากไม่ค่อยได้อ่านฉลากสินค้าที่ติดไว้ข้างกล่องหรือซอง
 
เร่งปรับกลยุทธ์ใหม่ 
 
ส่วนกลยุทธ์นั้นผู้ผลิตบางรายใช้วิธีปรับลดขนาดบรรจุและเปลี่ยนหีบห่อสินค้าให้เล็กลงแต่คงราคาขายเดิม เช่น สินค้าบรรจุซอง 
 
1 แพ็ก จะมี 20 ซองลดเหลือ 18 ซองแล้วขายราคาเท่าเดิม หรือลดปริมาณสินค้าแต่ขายในราคาเดิม ซึ่งตรงนี้ผู้บริโภคมีแต่ขาดทุนอย่างเดียว
 
ทั้งนี้เท่าที่สอบถามผู้ที่อยู่ในวงการผลิตสินค้าต่างยอมรับว่าในกลยุทธ์ลดขนาดเริ่มทำกันอย่างเปิดเผยมากขึ้น เมื่อมีการเฝ้าจับตาของสื่อและผู้บริโภคเกี่ยวกับราคาสินค้า ทำให้ผู้ผลิตเริ่มปรับลูกเล่นหนีไปอีก อาทิ ปรับสูตร เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนรุ่น เพื่อตั้งราคาขายใหม่ที่ดีกว่าเดิม หรือราคาเดิมแต่ปริมาณลดลง
 
สาเหตุที่ผู้ผลิตสินค้าแจ้งการปรับลดขนาดสินค้าลง และขึ้นราคาขายส่งในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะที่ผ่านมารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยควบคุมราคาสินค้าหรือไม่ให้มีการปรับราคาสินค้า แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามลดขนาดสินค้า  ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น
 
 แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้น...ประชาชนที่มีรายได้น้อยคือ การนำนวัตกรรมเข้ามาเสริมการพัฒนาสินค้าและผู้ประกอบการต้องปรับราคาสินค้า หรือเพิ่มปริมาณสินค้าแล้วปรับราคา จากนั้นจะลดปริมาณการผลิตสินค้าเดิมลงจนผู้บริโภคหาซื้อได้ลำบาก สุดท้าย...ต้องจำใจควักเงินในกระเป๋าเพิ่มเพื่อซื้อสินค้าที่ผู้ประกอบการบวกนวัตกรรมทั้งที่สินค้าบางประเภทมีคุณภาพและรสชาติไม่ต่างจากเดิม 
 
ผู้บริโภครับกรรมเสมอ 
 
ดังนั้นภาพรวมจึงหนีไม่พ้นว่าผู้บริโภคต้องแบกรับกรรม เพราะแม้ว่าราคาจะไม่ขึ้นแต่เมื่อปริมาณสินค้าลดลงก็เท่ากับว่าเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แม้ผู้ประกอบการต่างยืนยันไม่ขึ้นราคาสินค้าเพราะให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อตรึงราคาสินค้า แต่หากผู้บริโภคติดตามอย่างใกล้ชิดก็จะเห็นกลยุทธ์มากมาย ทั้งการออกสินค้าใหม่ บรรจุภัณฑ์ หรือแพ็กเกจจิ้งใหม่ สินค้ารสชาติใหม่ และเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่สู่ตลาดที่มีลูกเล่นอื่น ๆ อีกมากที่ยังไล่ไม่ได้ตามไม่ทัน 
 
วิธีการเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อกรมการค้าภายใน เพื่อขอปรับราคาขาย เพียงแต่แจ้งไปที่กรมการค้าภายในว่าเป็นสินค้าใหม่ที่ต้องกำหนดราคาขายใหม่ก็แค่นั้น...จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นบรรดาผู้ประกอบการต่างออกสินค้าใหม่กันจำนวนมาก พร้อมกับการกำหนดราคาขายใหม่ที่แพงขึ้น จากการเป็นสินค้านวัตกรรม
 
สุดท้ายทั้งหมดแล้ว เงินเดือนข้าราชการที่ปรับขึ้นแม้จะเป็นผลดีกับข้าราชการชั้นผู้น้อย แต่ขณะเดียวกันก็ซ้ำเติมประชาชนคนไทยเข้าให้ด้วยเช่นกัน! และยังไม่นับรวมถึงการที่สินค้าที่ถูกตรึงราคาไว้ก่อนหน้านี้ ที่เชื่อว่าเมื่อหมดสัญญาใจกับ คสช.หมดสัญญาใจกับกระทรวงพาณิชย์ ในสิ้นปี 57 ต้องพาเหรดปรับราคาเพิ่มขึ้นไปแน่นอน
 
ทั้งนี้ ต้นปีหน้าก่อนการปรับขึ้นเงินเดือน 3 เดือน ดูเหมือนทุกสิ่งจะเปิดทางให้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น จากเหตุผลเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่ารัฐบาลใหม่คงมีโครงการลงสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก ขณะที่ก่อนหน้านี้เศรษฐกิจซบเซา ทำให้สินค้าจากโรงงานอุตสาหกรรมไม่กล้าปรับราคา เพราะเกรงว่าจะขายไม่ได้ เมื่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับคืนมาสินค้าเหล่านี้ก็พร้อมที่จะขึ้นราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนจากวัตถุดิบและการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน
 
นอกจากนี้จากการขึ้นเงินเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อย ก็หนีไม่พ้นที่ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ต่างต้องร้องขอด้วยเช่นกัน ซึ่งจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้นก็ยิ่งเพิ่มต้นทุนให้กับราคาสินค้า โดยเฉพาะค่าจ้างในส่วนของภาคเอกชนหากปรับแบบก้าวกระโดดอีกครั้งเชื่อได้แน่ว่าอนาคตของอุตสาหกรรมไทยอาจพลิกผัน และเชื่อได้แน่ว่าผู้ประกอบการเหล่านี้คงหันไปหาแรงงานจากที่อื่นที่มีราคาถูกกว่า สุดท้ายหนีไม่พ้นการย้ายฐานการผลิตออกไปจากไทย
 
มาถึงจุดนี้! ไม่มีใครปฏิเสธว่า “การขึ้นเงินเดือน” ไม่ใช่เรื่องดี แต่การคืนความสุขเพียงเท่านี้คงไม่พอ แต่ต้องคำนึงถึงโครงสร้าง คำนึงถึงระบบแบบครบวงจร เพราะไม่เช่นนั้นการคืนความสุขที่ว่า...คงไม่ได้ช่วยให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยหลุดพ้นจากการเป็นหนี้ได้.
 
มนัส แวววันจิตร
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : จับตาสินค้าพาเหรดปรับราคา รับคสช.ขึ้นเงินเดือนราชการ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^