LASTEST NEWS

10 ธ.ค. 2559สพม.20 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 14 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.ชัยภูมิ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 10 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.เลย เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 6 อัตรา สมัคร12-18ธ.ค.2559 09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา

ตำรวจฮึ่มนักซิ่งฮิตแชตไปขับไป เจอจับปรับแน่

  • 31 ก.ค. 2557 เวลา 08:23 น.
  • 400 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ตำรวจฮึ่มนักซิ่งฮิตแชตไปขับไป เจอจับปรับแน่

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ตำรวจวอนเลิกพฤติกรรมขับไปแชตไป หลังพ่อค้าหัวใสผลิตสแตนดี้ติดมือถือไว้กับพวงมาลัยรถ พบเริ่มแพร่หลายในโลกโซเชียล ฮึ่มห้ามใช้เด็ขาดถือเป็นความผิดฐานโทรขณะขับโทษปรับ400-1,000บาท
 
     จากที่ปัจจุบันมีผู้ที่โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลายและนิยมใช้แอพฟลิเคชั่นพิมพ์สนทนาเช่น โปรแกรมไลน์ วอทแอพ เป็นต้นซึ่งบางคนมีพฤติกรรมติดการแชทอย่างหนัก ติดการแชทตลอดเวลาไม่เว้นแม้กระทั่งการขับรถจึงทำให้มีพ่อค้าหัวใสคิดอุปกรณ์สนองความต้องการผู้ติดแชทด้วยการทำสแตนดี้วางโทรศัพท์มือถือติดตั้งกับพวงมาลัยรถเพื่อให้แชทได้สะดวกสนองกับความต้องการผู้ที่ติดการติดต่อผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆและเริ่มมีการแพร่หลายมากขึ้นจนล่าสุดมีผู้ที่ได้แสดงความห่วงใยต่อกรณีดังกล่าวได้โพสภาพและข้อความทางโซเชียลเน็ตเวิร์กและมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่
 
      พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.)เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้ขับขี่รถยนต์การนำเอาสแตนดี้วางโทรศัพท์มือถือเพื่อยึดติดกับพวงมาลัยรถยนต์เพื่อใช้โปรแกรมแชทในขณะขับรถว่าการกระทำดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้เพราะเข้าข่ายความผิดถือว่าเป็นการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถซึ่งยึดตามพ.ร.บ.จราจรทางบกแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่8)พ.ศ.2551 ตามมาตร43ห้ามมิให้ผู้ขับรถใช้โทรศัพท์เคลื่อนขณะขับรถเว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยมีอุปกรณ์เสริมสำหรับสนทนา(สมอลล์ทอล์ค)โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์ แต่การใช้สแตนดี้ดังกล่าวถือว่าเป็นการรบกวนสมาธิในการขับรถอย่างมากเนื่องจากต้องละสายตาจากท้องถนนและการพิมพ์ข้อความก็ต้องละมือข้างหนึ่งไปจากการควบคุมพวงมาลัยรถ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายมีโทษปรับไม่เกิน400- 1,000 บาท

 
      อย่างไรก็ตามการติดสแตนดี้มือถือหากเปิดลำโพงเสียงเพื่อสนทนาเท่านั้นไม่ถือว่าเป็นความผิดซึ่งจะมีคล้ายกับการใช้สมอลล์ทอล์ค โดยกฎหมายดังกล่าวได้เริ่มประกาศใช้ไปตั้งแต่วันที่8 พ.ค.2551 แล้วทั้งนี้หากตำรวจดำเนินการจับกุมแล้วผู้กระทำผิดไม่ยอมรับจะต้องมีการนำเรื่องไปพิจารณาบนชั้นศาลเพื่อดูหลักฐานพยานว่ามีเจตนาเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถหรือไม่
 
      พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตามสำหรับปัจจุบันนี้จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่ามีประชาชนส่วนมากที่นิยมเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถโดยเฉพาะโปรแกรมไลน์ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าอันตรายมากเพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วนั้นที่สำคัญจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและการจราจรติดขัดมากยิ่งขึ้นเพราะขณะที่กดโทรศัพท์หลายครั้งจะทำให้สมาธิจดจ่ออยู่กับหน้าจอและเมื่อสัญญาณไฟเขียวก็จะทำให้มองไม่เห็นอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่อยากจะจับกุมพฤติกรรมเหล่านี้เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความวุ่นวายบนท้องถนนโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนแต่ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มองเห็นถึงความสำคัญเพราะหากไม่ดำเนินการตามกฎหมายก็จะส่งผลเสียในหลายด้านอาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อผู้ขับขี่หรือผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ดังนั้นผู้ที่ขับรถจึงควรมีจิตสำนึกสาธารณะด้วย.
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ตำรวจฮึ่มนักซิ่งฮิตแชตไปขับไป เจอจับปรับแน่

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^