LASTEST NEWS

02 เม.ย. 2563แบบทดสอบ เรื่อง สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 ผ่านเกณฑ์ 80% ได้เกียรติบัตร 02 เม.ย. 2563แบบทดสอบออนไลน์ เนื่องในวันรักการอ่าน 2 เมษายน 2563 ส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ มีเกียรติบัตร 02 เม.ย. 2563แบบทดสอบออนไลน์ ความรู้เกี่ยวกับ "โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา" (COVID-19) ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีเกียรติบัตร 02 เม.ย. 2563เตรียมตัว!! ท้องถิ่น สำรวจตำแหน่งว่าง เตรียมเปิดสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย และตำแหน่งอื่นๆ 02 เม.ย. 2563โรงเรียนบ้านหนองปรือ รับสมัครครูอัตราจ้าง เอกอังกฤษ วิทยาศาสตร์ หรือคอมพิวเตอร์ สมัคร 16-20 เม.ย.2563 01 เม.ย. 2563ด่วนที่สุด!!! วิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ รับสมัครครูและเจ้าหน้าที่ 8 อัตรา สมัครด้วยตนเองหรือทาง E-mail 01 เม.ย. 2563กศจ.สมุทรปราการ ขอใช้บัญชีครูผู้ช่วย กศจ.กรุงเทพมหานคร - รายงานตัว 9 เมษายน 2563 01 เม.ย. 2563รมว.ศธ. หารือกรอบอัตรา ให้ "พนักงานราชการ-ลูกจ้าง" บรรจุและแต่งตั้งทดแทนตำแหน่งว่างเกษียณ 01 เม.ย. 2563อบรมหลักสูตร ไวรัส CoVID-19 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548  ได้เกียรติบัตร  01 เม.ย. 2563เตรียมประกาศรับรองปริญญาตามมาตรฐานวิชาชีพหลักสูตร 4 ปี

รายงานการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระ

usericon

เรื่อง                รายงานการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระนาฏศิลป์)
                ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง ฟ้อนพุทธบูชาพระบรมธาตุนาดูน
ผู้ศึกษา     นางสุดารัตน์ บัวบุญ จ้ำมา
สถานศึกษา            โรงเรียนนาดูนประชาสรรพ์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ปีที่ศึกษา                2556
บทคัดย่อ

    การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ และมีคุณลักษณะตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรกลุ่มสารการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ผู้เรียน
เกิดความตระหนักภาคภูมิใจ หวงแหนและสืบทอดศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นของตน มีความมั่นใจในตนเอง กล้าแสดงออกและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผู้ศึกษาจึงได้ประดิษฐ์ท่ารำ และสร้างชุดฝึกทักษะเรื่อง ฟ้อนพุทธบูชาพระบรมธาตุนาดูน เพื่อพัฒนากิจกรรม
การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระนาฏศิลป์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง ฟ้อนพุทธบูชาพระบรมธาตุนาดูนให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระนาฏศิลป์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง ฟ้อนพุทธบูชาพระบรมธาตุนาดูน เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระนาฏศิลป์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง ฟ้อนพุทธบูชาพระบรมธาตุนาดูนก่อนเรียนกับหลังเรียน เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนนาดูนประชาสรรพ์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 26 จำนวน 40 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Sample Random Sampling) โดยวิธีการใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม
    เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่ ชุดฝึกทักษะ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 16 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test (Dependent Sample) ผลปรากฏดังนี้
    1. ประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง ฟ้อนพุทธบูชาพระบรมธาตุนาดูน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระนาฏศิลป์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้ศึกษาได้พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ (86.05/85.42) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (80/80)
    2. ดัชนีประสิทธิผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง ฟ้อนพุทธบูชาพระบรมธาตุนาดูน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระนาฏศิลป์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเท่ากับ 0.7648
    3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง ฟ้อนพุทธบูชาพระบรมธาตุนาดูน พบว่าคะแนนหลังเรียน
สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    4. ความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง ฟ้อนพุทธบูชาพระบรมธาตุนาดูน มีความพึงพอใจ โดยรวมอยู่ในระดับมาก
    โดยสรุปการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง ฟ้อนพุทธบูชาพระบรมธาตุนาดูน
ที่พัฒนาขึ้นเป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน
สูงกว่าก่อนเรียน สมควรนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตรต่อไป
kroonongnoi 17 พ.ย. 2556 เวลา 18:14 น. 0 640
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^