LASTEST NEWS

18 ม.ค. 2564หลักสูตรที่คุรุสภารับรอง มีอยู่ 2 สาย คือ  18 ม.ค. 2564เสนอศบค.เปิดเรียนเด็กอนุบาล-ประถมก่อน 18 ม.ค. 2564การตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูฯ ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาฯ 18 ม.ค. 2564รื้อจัดสรรงบฯศธ."ครูตั้น"ลั่นตัดงบฯสร้างตึกรร.ขนาดใหญ่ 18 ม.ค. 2564ยัน เปิดเทอม 1 ก.พ.นี้ เตรียมให้เลื่อนชั้นอัตโนมัติโดยไม่ต้องสอบ 18 ม.ค. 2564"บอร์ดกพฐ." แนะปรับตัวชี้วัดประเมินผลการเรียนเทอม 2 ใหม่หมด ให้เหมาะกับสถานการณ์โควิด 18 ม.ค. 2564“วันครู 64” เลี่ยงโควิดจัดผ่านออนไลน์ นายกฯ ชี้การศึกษามีคุณภาพอยู่ที่แม่พิมพ์ 17 ม.ค. 2564ด่วนที่สุด! เร่งรัดดำเนินการสอบบรรจุเข้ารับราชการ ในหน่วยงานของรัฐ 17 ม.ค. 2564โรงเรียนบ้านท่าช้าง รับสมัครครูผู้สอน วิชาเอกภาษาอังกฤษ หรือคณิตศาสตร์ สมัคร 18-22 มกราคม 2564 17 ม.ค. 2564โรงเรียนอนุบาลยโสธร รับสมัครครูผู้สอน 3 อัตรา สมัครตั้งแต่วันที่ 13-19 มกราคม 2564

การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11

usericon

ชื่อวิจัย        การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย        สายใจ วรดี ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
        โรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์
ปีการศึกษา        2560


บทคัดย่อ

    การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ (4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ปีการศึกษา 2560 จำนวน 50 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ (1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ (3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และค่าทีแบบไม่อิสระจากกัน (t – test Dependent) ผลการวิจัยพบว่า
1.    แผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.86, S.D. = 0.14)
2.    ดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.8359 หมายความว่า การจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทำให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 83.59
3.    ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สูงกว่า ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4.    ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.56, S.D. = 0.16)
yasumin 02 พ.ย. 2563 เวลา 16:31 น. 0 94
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^