LASTEST NEWS

03 มิ.ย. 2563สพม.25 เปิดรับสมัครสอบพนักงานราชการครู จำนวน 16 อัตรา สมัคร 8-16 มิถุนายน 2563 03 มิ.ย. 2563สพป.เชียงใหม่ เขต 1 เปิดรับสมัครสอบพนักงานราชการครู จำนวน 3 อัตรา สมัคร 1-9 มิถุนายน 2563 03 มิ.ย. 2563รมว.ศึกษาธิการ ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2563 เรื่อง การเปิดเรียนและการใช้อาคารฯ 03 มิ.ย. 2563ด่วนที่สุด! สพฐ.จัดสรรงบประมาณ เพื่อเป็นค่าจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการธุรการโรงเรียน ครั้งที่ 4 03 มิ.ย. 2563(( รวมลิงก์ประกาศรับสมัคร )) สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2563 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ 03 มิ.ย. 2563กศจ.นครพนม ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2563 03 มิ.ย. 2563กศจ.นครปฐม ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2563 03 มิ.ย. 2563กศจ.นครนายก ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2563 03 มิ.ย. 2563กศจ.ตาก ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2563 03 มิ.ย. 2563กศจ.ตราด ประกาศรับสมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2563

รายงานการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60

usericon

ชื่อผลงาน รายงานการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ชื่อผู้รายงาน     จักร พิชัย

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

    รายงานการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา เพื่อศึกษาผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียน โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ในปีการศึกษา 2561 จำนวน 106 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบไปด้วย แบบสอบถามกระบวนการดำเนินงาน แบบประเมินผลการดำเนินงาน แบบสังเกตการจัดการเรียนรู้ของครูและบุคลากร แบบสัมภาษณ์นักเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
    ผลการศึกษา พบว่า
    1.    กระบวนการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา เฉลิม พระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอ แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ในภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการดำเนินงาน (Do) รองลงมาคือ ด้านการวางแผน (Plan) ด้านการนิเทศและติดตามผล (Check) และด้านการปรับปรุงและพัฒนา (Act) ซึ่งมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากทุกด้าน และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการวางแผน (Plan) โดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก และพบว่า มีการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับชุดการจัดการเรียนรู้ และการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง มอบหมายงานครูผู้สอนให้เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ เตรียมสื่อ วัสดุ และอุปกรณ์สนับสนุนการจัด การเรียนรู้ และเตรียมกิจกรรมการเรียนรู้ ส่วนด้านการดำเนินโครงการ (Do) โดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก และผลการศึกษาพบว่า มีกิจกรรมสำคัญ 8 กิจกรรม โดยกิจกรรมที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ พัฒนาครูและบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา จัดประชุมผู้ปกครองเพื่อสร้างความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาหลักและแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จัดทำสื่อการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา วัดและประเมินผลการเรียนรู้โดยใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ จัดทำโครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ และกิจกรรมนิเทศการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา โดยทุกกิจกรรมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก สำหรับด้านการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล (Check) พบว่า โดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก และพบว่า มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ ติดตามและประเมินผล ดำเนินการนิเทศและติดตามผล จัดทำเครื่องมือนิเทศและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ และประเมินผลการดำเนินงานจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 สำหรับด้านการปรับปรุงและพัฒนา (Act) โดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยมีการวิเคราะห์รายงานผลการดำเนินงานโครงการ และนำผลการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลมาใช้วางแผนปรับรุงและพัฒนาการดำเนินงาน จัดประชุมเพื่อปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน พบว่า นักเรียนเป็นชาวไทยภูเขาทำให้มีปัญหาในการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนขาดความรู้และทักษะในการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ การใช้สื่อและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ และผู้บริหารขาดการนิเทศการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
    2.    ผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ในภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก โดยครูและบุคลากรทางการศึกษามีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา ครูจัดทำสื่อในการจัดการเรียนรู้ ครูสามารถจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐานของโรงเรียนบ้านขุนแม่หยอดสูงขึ้น
    3.    ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด พบว่า ในภาพรวมมีอยู่ในระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ รองลงมา คือ การจัด การเรียนรู้โดยใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา นักเรียนมีความสนใจใฝ่เรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
    4.    ข้อเสนอแนะ
    4.1    ผู้บริหารสถานศึกษาควรนิเทศและติดตามผลการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษาอย่างต่อเนื่อง
    4.2    ควรจัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านการจัดทำโครงสร้างหน่วยการเรียนรู้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา
    4.3    ควรจัดสรรงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ สื่อและเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการจัด การเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีอย่างมีประสิทธิภาพ
    4.4    ควรพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ และทักษะในการทำวิจัยเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
    4.5    ควรนำข้อมูลสารสนเทศและผลการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานโครงการให้มีประสิทธิภาพ

บทที่ 1
บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
    พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบัที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 ระบุถึงความมุ่งหมายและหลักการการจัดการศึกษาในมาตรา 6 การจัด การศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และกล่าวถึงกระบวนการในการจัดเรียนรู้ในมาตรา 7 ว่าในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม และของประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและความรู้อันเป็นสากล รู้จักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเองได้ มีความริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง และกำหนดแนวการจัดการศึกษาไว้ใน มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนา ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ และมาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดเนื้อหาสาระ และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติเพื่อให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้xxxส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ และจัดการเรียนรู้ให้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่ายเพื่อร่วมพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2553 : 3-6)
    แผนพัฒนาเด็กและเยวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 เป็นแผนระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2560–2569) เพื่อเชื่อมต่องานพัฒนาใน ช่วงที่ผ่านมาเข้ากับกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจบัน รวมทั้งการปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่ไทยแลนด ์4.0 การเข้าเป็นสมาชิกของประชาคมอาเซี่ยน การก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 และสังคมดิจิทัล เพื่อให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ได้รับการเตรียมพร้อมให้มีสามารถเพื่อก้าวไปพร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริฉบับนี้จึงได้จัดทำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) ซึ่งเป็นแผนแม่บทหลักที่สำคัญของ การพัฒนาประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564) ที่ได้น้อมนำหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้เป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักเพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างสมดุลทั้งในด้านพุทธิศึกษา จริยศึกษา หัตถศึกษา และพลศึกษา ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่เน้น การปฏิบัติ มีความรัก และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ เพี่อขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชมชนซึ่งจะส่งผลทำให้ชุมชนมี ความเข้มแข็ง และพี่งตนเองได้ ครอบครัวและชุมชนเกิดการพัฒนา ทำให้สามารถช่วยเหลือ สนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชน และโรงเรียนไปพร้อมๆ กัน และเพื่อผลักดันให้สถานศึกษาพัฒนาเป็นศูนย์บริการความรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการพัฒนาให้กับผู้ปกครอง ชุมชนและสถานศึกษา หรือองค์กรอื่น ๆ เพื่อนำไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละที่ สร้างความร่วมมือและเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างประเทศ (สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, 2560 : 1-2)
    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา พระองค์ได้ทรงดําเนินโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมาเป็นเวลากว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบันปันในปีการศึกษา 2562 มีสถานศึกษาเป้าหมายในโครงการตามพระราชดําริที่อยู่ในแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามสังกัดต่างๆ จำนวน 800 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวม 50 จังหวัด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า “ปัจจุบันสภาพการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กต้องเผชิญกับความยากลําบากหลายประการ อาทิเช่น นักเรียนขาดเป้าหมายทางการเรียน ครูมีไม่ครบชั้นและโอนย้ายสูง ครูมีภาระงานด้านการสอนและด้านอื่นๆ มาก ทําให้ไม่มีเวลาเตรียมการสอน ครูบางส่วนขาดประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนการสอนมีไม่เพียงพอ” ซึ่งส่งผลให้ การจัดการเรียนรู้ของนักเรียนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร และนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำจํานวนมาก รวมทั้งปรากฏให้เห็นว่านักเรียนมีแนวโน้มอ่านไม่ออก เขียนและคิดคํานวณไม่ได้เพิ่มขึ้น มีการออกกลางคันแต่ละปีการศึกษาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีแนวพระราชดําริให้พัฒนาชุดการจัดการเรียนรู้ เพื่อตอบสนองตอบต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนขึ้น (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2558 : 1) และทรงมีพระราชดำรัสในวันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พุทธศักราช 2559 แก่ครูและตำรวจตะเวนชายแดนที่ถวายงานความว่า“... เรื่องการศึกษาปรากฏว่าเดิมตั้งแต่ 30 กว่าปีนั้น ได้ตั้งเป้าหมายที่ดีคือให้ประชาชนทุกคนมีความรู้ อ่านออก เขียนได้ ต่อมาการเรียนจบภาคบังคับ ต่อมาก็หวังว่าทุกคนควรจะมีโอกาสได้เรียนในระดับสูงขึ้นไปตามสติปัญญาของตัว หลายคนจบปริญญาตรี ปริญญาโท ต่อไปเห็นหลายคนมีแผนจะศีกษาต่อในระดับปริญญาเอก แล้วออกมาประกอบอาชีพต่าง ๆ ในเวลานี้นอกจากได้เรียนทุกคนแล้วเราต้องเน้นเรื่องคุณภาพการศึกษาอย่างที่เห็นว่าพยายามเน้นทั้งด้านภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ วิชาทางด้านคณิตศาสตร วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา หรืออื่น ๆ นอกจากนักเรียนแล้วผู้ที่ให้การศึกษาคือครูนั้นก็ต้องปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่าถือว่าเราเป็นครูแล้วมีความรู้ ความสามารถดีกว่า คนอื่น บางเรื่องก็ควรจะศึกษาไปด้วยกัน อย่างปัจจุบันนี้หลาย ๆ แห่งมีสื่อการสอน เช่น มีหนังสือก็ ควรที่จะอ่านศึกษาหาความรู้ หรือมีคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ การเรียนทางไกลอย่างนี้ เป็นต้น ถ้าเรารู้จักค้นหาความรู้ในนั้นไม่ว่าสาขาวิชาใด ก็สามารถศึกษาเล่าเรียนได้ แล้วก็ต้องฝึกฝนตนเองให้ได้ให้ดีไปพร้อม ๆ กัน ทุกวันนี้หลาย ๆ เรื่องหลาย ๆ วิชานั้นต้องเชื่อมโยงกันให้ได้ อย่างที่ไปเห็นวันหนึ่งคุณครูสาธิตการสอนเรื่องไฟฟ้า ดูแล้วเห็นว่าสอนได้ดีน่าจะเชื่อมโยงได้กับการฝึกอบรมเรื่องปัญหาจากไฟฟ้าที่เราได้รับการอบรมในการอบรมครู อาจจะเชื่อมโยงต่อการฝึกวิชาชีพ เช่น วิชาชีพทางไฟฟ้า ด้านการเรียน ในห้องเรียนหรือการปฏิบัติที่เราปฏิบัติ เช่น เรียนวิชาทางชีววิทยาหริอแม้แต่คณิตศาสตร์ก็อาจจะเชื่อมโยงกับแปลงเกษตรนอกจากที่แปลงเฉย ๆ เราได้ทำเรื่องสหกรณ์ คิดเลขอะไรต่าง ๆ เป็นวิชาความรู้ ทุกอย่างที่จะเชื่อมโยงกันได้...”(สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, 2560 : 37-38)
    โครงการจัดทําสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดทําสื่อที่จะช่วยอํานวยความสะดวกแก่ครูในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กที่ประสบปัญหาครูไม่ครบชั้น ครูไม่เพียงพอ หรือครูใหม่ที่มีประสบการณ์ในการสอนน้อย ทั้งนี้เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ การเรียนรู้ของนักเรียน โดยชุดการจัดการเรียนรู้ได้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดสําคัญ คือ การน้อมนําแนวพระราชดําริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการให้ความช่วยเหลือครูในโรงเรียนที่กําลังประสบปัญหาขาดแคลนครู เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยมีวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ผสมผสานการใช้สื่อ และการจัดการเรียนการสอนลักษณะต่างๆ ได้แก่ การใช้สื่อ RIT (Reduced Instruction Time) วิธีการสอนพื้นฐานการอ่าน การเขียน และคัดลายมือ วิธีการสอนโดยการคิดเลขเร็ว และการท่องจํา การพัฒนาชุดการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 โดยเน้นการจัดการเรียนการสอนแบบคละชั้น ซึ่งออกแบบกิจกรรมในลักษณะที่ยึดผู้เรียนเป็นสําคัญ และพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพสมวัย การพัฒนาชุดการจัดการเรียนรู้ในลักษณะที่เป็นสื่อพื้นฐาน มีความสะดวกสําหรับให้ครูผู้สอนนําไปใช้ในบริบทโรงเรียนของตนเอง โดยชุดการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วยโครงสร้างหลักสูตรโครงสร้างของชุดการเรียนรู้ แนวทางการจัดหน่วยการเรียนรู้ ใบกิจกรรม แบบบันทึกกิจกรรม แบบฝึกหัด หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และสื่อการเรียนการสอน สําหรับหน่วยการเรียนรู้นั้นมีการสรุปรายละเอียดตัวชี้วัด การนําเสนอโครงสร้างแผนการจัดหน่วยการเรียนรู้จะอธิบายขอบเขตเนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ แนวทางการจัดกิจกรรม แบบบันทึกกิจกรรมและแบบฝึกหัดที่ใช้ โดยจัดเป็นแผนการจัดการเรียนรู้รายคาบ/เรื่อง ลักษณะเป็นแผนย่อๆ มีหน้าเดียวหรือมากกว่าหนึ่งหน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาระการเรียนรู้ที่สอน เพื่ออํานวยความสะดวกให้ครูหรือบุคลากรได้ศึกษาองค์ประกอบของแผนการสอน และสามารถปรับใช้แผนได้ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ในชุดการจัดการเรียนรู้ ยังรวบรวมสื่อการเรียนการสอนของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ที่มีรายละเอียดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้เพื่อให้ครูผู้สอนสามารถเลือกใช้กิจกรรมการเรียนรู้ ให้สอดคล้องตามบริบทของตนเองได้อย่างเหมาะสม มีการจัดทําคู่มือการใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ที่นําเสนอข้อมูลภาพรวม แนวคิดหลักการและแนวทางการดําเนินการที่สําคัญมุ่งเน้นการนํากิจกรรมการเรียนรู้ไปปฏิบัติ ให้เกิดผลกับนักเรียนในชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนที่ประสบปัญหาขาดแคลนครู ได้รับโอกาสในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ ดังนั้นในการใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ที่เน้นความคล่องตัวในการใช้งานในระดับชั้นเรียน ครูสามารถศึกษาคู่มือครูและเอกสารประกอบต่างๆ ที่อยู่ในชุดการจัดการเรียนรู้โดยไม่จําเป็นต้องที่จะเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามแนวทางการใช้ชุดการจัดการเรียนรู้จะไม่เน้นการอบรมครู แต่กระบวนการนําชุดการจัดการเรียนรู้ ไปใช้จะได้ผลดี และเกิดประโยชน์กับเด็กนักเรียนมากที่สุดได้นั้นจําเป็นต้องอาศัยระบบการสนับสนุนและการนิเทศติดตามผลจากผู้บริหารสถานศึกษาอย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา (สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, 2558 : 4)
    การนำสื่อและชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ "โครงการจัดทำสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี" เพื่อมาใช้ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้วางแนวทางในการขยายผลโครงการจัดทำสื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ไปยังโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศ โดยองค์การค้าของ สกสค. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานในการผลิตหนังสือแบบเรียนและสื่อการเรียนการสอนให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการตามโครงการจัดทำสื่อ 60 พรรษา คู่มือการสอนสำหรับครู และจัดทำแบบฝึกหัดสำหรับเด็ก ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุม 8 กลุ่มสาระ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 เนื้อหาสาระในแต่ละรายวิชาจะมุ่งเน้นในการส่งเสริมการคิดและวิเคราะห์ให้แก่เด็ก สามารถนำสื่อเหล่านี้ไปใช้ และผลิตสื่อเสริมเพื่อการเรียนการสอนได้ในอนาคตเพื่อให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สอดคล้องกับความต้องการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน ครูผู้สอน และโรงเรียนขนาดเล็กให้สามารถเข้าถึงสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย และยังส่งผลถึงคุณภาพทางการศึกษาของเด็กไทย โดยโครงการจัดทำสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสถาบันส่งเสริมการสอนวืทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดทำชุดการจัด การเรียนรู้ จำนวน 5 ชุด คือ ชุดการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชุดการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชุดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชุดการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และชุดการจัดการเรียนรู้บูรณาการ โดยชุดการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นใช้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยแต่ละชุดการจัดการเรียนรู้กำหนดเนื้อหาเป็นหัวข้อ หรือแก่นเรื่องครบถ้วนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสถานศึกษาขนาดเล็กที่มีปัญหาครูไม่ครบชั้นหรือครูขาดประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ การเรียนรู้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และมีปัญกาด้านคิดคํานวณ เพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2558 : คำนำ)
    โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด เป็นโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวนนักเรียนใน ปีการศึกษา 2562 จำนวน 121 คนที่ตั้งของโรงเรียนเป็นที่ลาดชันและอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ลักษณะทางกายภาพเป็นภูเขาสูง มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี การคมนาคมขนส่งส่วนใหญ่เป็นเส้นทางค่อนข้างยากลำบากโดยเฉพาะฤดูฝน มีเขตบริการครอบคลุม 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 9 บ้านขุนแม่หยอด บ้านป่ากล้วย บ้านแม่ราจี และหมู่ที่ 17 บ้านน้ำตก บ้านยอดไผ่ บ้านห้วยขี้เปอะ สภาพหมู่บ้านและหย่อมบ้านในเขตบริการเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ใช้ภาษาถิ่นในการสื่อความหมาย ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ และมีฐานะยากจน ประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกข้าว และพืชไร่เป็นหลัก คือ ปลูกข้าวไร่และพืชผักสวนครัวเพื่อบริโภคในครัวเรือน มีการปลูกพืชไร่อื่น เช่น กะหล่ำปลีและหอมแดง เพื่อขายเป็นรายได้เสริม ทำให้มีฐานะยากจน ไม่สามารถดูแลบุตรหลานให้ได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่ได้ นักเรียนบางส่วนต้องไปช่วยผู้ปกครองในการประกอบอาชีพ ทำให้มีเวลาในการเรียนไม่เต็มตามเวลา (โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด, 2562 : 8)
    จากการศึกษาผลการประเมินคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด ในปีการศึกษา2561 พบว่า ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) พบว่า มีค่าเฉลี่ยร้อยละ44.46 มีผลการประเมินในระดับปรับปรุงร้อยละ 12.50 ส่วนผลการประเมินการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 33.32 ซึ่งมีผลการประเมินอยู่ในระดับปรับปรุงร้อยละ 38.88 และผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (O-Net) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 37.69 โดยวิชาภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 50.46 วิชาวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 37.58 วิชาคณิตศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 33.75 วิชาภาษาอังกฤษมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 28.96 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2561 พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 29.93 โดยในวิชาภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 40.70 วิชาวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 28.20 วิชาภาษาอังกฤษ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 26.40 และวิชาคณิตศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 24.40 โดยมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศทุกวิชา สอดคล้องกับงานวิจัยของ วิทยากร เชียงxxxล, 2549 : 89-91) ที่ศึกษาพบว่า ผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (O-Net) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนส่วนใหญ่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศทุกวิชา ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ระบุถึงหลักการจัดการศึกษาที่ยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ พัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด กระบวนการจัดในการศึกษาต้องส่งเสริมให้นักเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยจัดเนื้อหาสาระ กิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน โดยต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ ให้เป็นคนคิดเป็น ทำเป็นและแก้ปัญหาเป็น มีนิสัยรักการอ่าน เป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่อง (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2553 : 9)
    จากความสำคัญและปัญหาดังกล่าว ผู้ศึกษาในฐานะเป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่รับผิดชอบในการบริหารและจัดการศึกษา ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานของสถานศึกษาด้านผู้เรียน ที่มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถทางวิชาการ และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถทางวิชาการตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และฉบับปรับปรุง 2560 มีความสามารถทางวิชาการ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยเฉลี่ยให้สูงขึ้น ผู้ศึกษาจึงสนใจที่จะศึกษากระบวนการดำเนินงาน ศึกษาผลการดำเนินงาน และศึกษาความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผลการศึกษาทำให้ทราบผการดำเนินงานโครงการ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานโครงการกให้มีประสิทธิภาพ นักเรียนทุกคนให้ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ มีความสามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาด้านผู้เรียนต่อไป

วัตถุประสงค์ของการศึกษา
    1.    เพื่อศึกษากระบวนการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
    2.    เพื่อศึกษาผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
    3.    เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัด การเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ขอบเขตของการศึกษา
    1.    ขอบเขตด้านประชากร
        ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด ในปีการศึกษา 2562 รวมจำนวน 101 คน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
        1.1    ครูผู้สอน จำนวน 15 คน
        1.2    คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ไม่ใช่ผู้บริหารและครูผู้สอน จำนวน 7 คน
        1.3    ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 101 คน
        1.4    นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 101 คน
    2.    ขอบเขตด้านเนื้อหา
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษากระบวนการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มุ่งศึกษาผลใน การดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และศึกษาความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ 60 พรรษาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเ
kittiyaaim23 22 พ.ค. 2563 เวลา 23:05 น. 0 17
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^