LASTEST NEWS

01 มิ.ย. 2563กศจ.นครศรีธรรมราช เรียกบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบที่ 10) จำนวน 62 อัตรา 01 มิ.ย. 2563ด่วนที่สุด ชี้แจงการปรับผังรายการออกอากาศระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น 31 พ.ค. 2563เรียนออนไลน์ “ทางออก” หรือ “ทางตัน” 31 พ.ค. 2563พิษโควิด..ส่อวืดบรรจุครูคืนถิ่นเกือบ3พันอัตรา"รัฐกรณ์"วอนรมต.สุวิทย์ช่วยด่วน 31 พ.ค. 2563กศจ.นครศรีธรรมราช เตรียมเปิดสอบครูผู้ช่วย ว.16 (กรณีพิเศษ) ปี 2563 จำนวน 119 อัตรา 31 พ.ค. 2563เชียงใหม่!! เคาะแล้ว.. วิชาเอกอัตราว่างสอบครูผู้ช่วย ว.16 (กรณีพิเศษ) ปี 2563 จำนวน 141 อัตรา 31 พ.ค. 2563กศจ.เพชรบูรณ์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 7 อัตรา - รายงานตัว 5 มิ.ย.2563 31 พ.ค. 2563จังหวัดเพชรบูรณ์ เผยตำแหน่งว่างสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปีพ.ศ.2563 จำนวน 11 วิชาเอก 29 อัตรา 31 พ.ค. 2563จ่ออนุโลมเปิดโรงเรียนบางแห่ง - จัดระเบียบถนนข้าวสารใหม่ - โคราชปลดล็อคโรงแรม 31 พ.ค. 2563"นายกฯ"แจงสภาฯ เตรียมให้นร.ไปโรงเรียนวันเว้นวันสลับศึกษาทางออนไลน์เลี่ยงโควิด

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับ

usericon

ชื่อเรื่อง    : การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม
         เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย        : นายแสงชัย เตารัตน์
หน่วยงาน    : โรงเรียนโพธิ์ธาตุประชาสรรค์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ
ปีที่วิจัย    : ปี 2559 – 2560


บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 4) เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แหล่งข้อมูลคือ 1) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนในเขตอำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 14 คน 2) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโรงเรียนโพธิ์ธาตุประชาสรรค์ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 40 คน จาก 2 ห้องเรียน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 42 คน ขั้นตอนที่ 3 และขั้นตอนที่ 4 การศึกษาผลการใช้และความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรมเพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แหล่งข้อมูลที่ใช้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5/1 โรงเรียนโพธิ์ธาตุประชาสรรค์ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 20 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนของครูคณิตศาสตร์ 2) แบบสอบถามความต้องการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 4) แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 5) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 6) แบบวัดสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ หลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 7) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าที (t-test dependent samples)

ผลการวิจัยพบว่า
    1. การศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานพบว่า
            1.1 สภาพการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนคณิตศาสตร์ โดยรวมสภาพการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.92 พบว่าครูส่วนใหญ่สอนนักเรียนให้ทักษะในการคิดคำนวณ แต่ยังเน้นสอนให้นักเรียนจำสูตร หลักการและวิธีการมากกว่าการเปิดโอกาสให้นักเรียนแสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างหลากหลาย
            1.2 ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ที่เป็นปัญหาของครู โดยภาพรวมมีปัญหา 3 อันดับมากสุด คือ 1) ขาดนวัตกรรมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน และ3) ครูขาดการพัฒนาเทคนิคการสอนแบบใหม่ ๆ ส่วนปัญหาที่เกิดจากนักเรียน โดยภาพรวมมี 3 อันดับมากสุด คือ 1) นักเรียนมีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ต่ำ 2) นักเรียนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดแก้ปัญหา และ3) นักเรียนขาดความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตรวิชาคณิตศาสตร์
            1.3 ความต้องการของครูผู้สอนคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนคณิตตศาสตร์ มากที่สุดคือ ต้องการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่ทันสมัย และลำดับถัดมาคือ ต้องพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ในหัวข้อใหม่ ๆ อย่างหลากหลาย โดยเน้นให้สามารถนำไปใช้ได้จริง
            1.4 ความต้องการในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 3 อันดับแรก คือ 1) ครูกำหนดกิจกรรมการเรียนให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของนักเรียน 2) เพื่อนร่วมชั้นเรียนมีความพร้อม มุ่งมั่นในการเรียน และ3) เพื่อนร่วมชั้นเรียนมีความกล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าตอบ
    2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพ 75.70/77.38 เป็นไปตามเกณฑ์ ที่กำหนด
    3. ผลการเปรียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    4. สมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนหลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อยู่ในระดับมาก ซึ่งพบว่า ด้านความรู้ความเข้าใจ มีค่าเฉลี่ยสูงสูด 7.95 คิดเป็นร้อยละ 79.50 รองลงมา คือ ด้านความ สามารถในการคิดคำนวณ มีค่าเฉลี่ย 7.80 คิดเป็นร้อยละ 78.00 ส่วนค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านความสามารถในการแก้ปัญหา มีค่าเฉลี่ย 7.75 คิดเป็นร้อยละ 74.50
    5. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ลำดับและอนุกรม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.64
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^