LASTEST NEWS

01 มิ.ย. 2563ด่วนที่สุด ชี้แจงการปรับผังรายการออกอากาศระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น 31 พ.ค. 2563เรียนออนไลน์ “ทางออก” หรือ “ทางตัน” 31 พ.ค. 2563พิษโควิด..ส่อวืดบรรจุครูคืนถิ่นเกือบ3พันอัตรา"รัฐกรณ์"วอนรมต.สุวิทย์ช่วยด่วน 31 พ.ค. 2563กศจ.นครศรีธรรมราช เตรียมเปิดสอบครูผู้ช่วย ว.16 (กรณีพิเศษ) ปี 2563 จำนวน 119 อัตรา 31 พ.ค. 2563เชียงใหม่!! เคาะแล้ว.. วิชาเอกอัตราว่างสอบครูผู้ช่วย ว.16 (กรณีพิเศษ) ปี 2563 จำนวน 141 อัตรา 31 พ.ค. 2563กศจ.เพชรบูรณ์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 7 อัตรา - รายงานตัว 5 มิ.ย.2563 31 พ.ค. 2563จังหวัดเพชรบูรณ์ เผยตำแหน่งว่างสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปีพ.ศ.2563 จำนวน 11 วิชาเอก 29 อัตรา 31 พ.ค. 2563จ่ออนุโลมเปิดโรงเรียนบางแห่ง - จัดระเบียบถนนข้าวสารใหม่ - โคราชปลดล็อคโรงแรม 31 พ.ค. 2563"นายกฯ"แจงสภาฯ เตรียมให้นร.ไปโรงเรียนวันเว้นวันสลับศึกษาทางออนไลน์เลี่ยงโควิด 30 พ.ค. 2563ทดลองเปิดเรียน เว้นระยะ 1 ม.เหลือเด็ก 20 คน/ห้อง ต้องเพิ่มเรียนคู่ขนาน-ออนไลน์-ผลัดกันเรียน

ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส

usericon

ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ผู้ศึกษา     นางนานทรี หุ้นxxx
ปีการศึกษา    2561
บทคัดย่อ
    การศึกษาครั้งนี้ มีจดประสงค์เพื่อ 1) สร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) พัฒนาผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนรัษฎา อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว33205 รายวิชา ฟิสิกส์ 5 จำนวน 2 ห้องเรียน รวม 71 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 จำนวนนักเรียน 37 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยมีห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม แบบแผนการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงการทดลองแบบกลุ่มเดียว มีการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 7 ชุด 2) แผนจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 5 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส จำนวน 8 แผน ระยะเวลา 20 ชั่วโมง 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จัดทำเป็นแบบทดสอบคู่ขนานสำหรับใช้ก่อนเรียนและหลังเรียน ฉบับละ 30 ข้อ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ประสิทธิภาพของกระบวนการ/ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E_1⁄E_2 ) ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ค่าความยาก-ง่าย ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ ค่าดัชนีประสิทธิผล และการทดสอบค่าที (t-test Dependent Samples)
ผลการศึกษา พบว่า
    1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ E_1⁄E_2 =81.15⁄81.11 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของโพลยา เรื่อง ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.31 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
krunantaree 18 มิ.ย. 2562 เวลา 00:17 น. 0 290
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^