LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2562สพป.สระบุรี เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน และลูกจ้างชั่วคราว รวม 15 อัตรา 04 ธ.ค. 2562คุรุสภาประกาศผลการคัดเลือก รางวัล “คุรุสดุดี” ประจำปี 2562 จำนวน 1,047 คน 04 ธ.ค. 2562โรงเรียนสายปัญญารังสิต รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 15,000.- บาท 04 ธ.ค. 2562ชงปรับโครงสร้าง สพฐ.มี อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 04 ธ.ค. 2562ประกาศผล ครูผู้สอนดีเด่น ประจำปี 2562 04 ธ.ค. 2562กศจ.ตราด‼️ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 23 อัตรา - รายงานตัว 12 ธ.ค.2562  04 ธ.ค. 2562ป.ตรีอื่น อยากมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ต้องทำอย่างไร? 04 ธ.ค. 2562กรมป่าไม้ เปิดสอบพนักงานราชการ 22 ตำแหน่ง 49 อัตรา สมัครออนไลน์ 13 – 20 ธันวาคม 2562 04 ธ.ค. 2562ยินดีด้วยครับ! กศจ.ราชบุรี ขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ของกศจ.อื่น 10 อัตรา 04 ธ.ค. 2562ศธจ.อุดรธานี แจงเรียกบรรจุครูผู้ช่วย

รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการสืบ

usericon

รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้
(7E) เรื่องแสงและการมองเห็น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา คือ1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนได้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ มหามงคล จำนวน 6 ห้องเรียน ซึ่งจัดห้องเรียนแบบคละเด็กเก่ง ปานกลาง อ่อน ปนกันอย่างละเท่า ๆ กันทุกห้อง จำนวนนักเรียนรวมทั้งสิ้น 238 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 38 คน ซึ่งมีนักเรียน เก่ง ปานกลาง และอ่อน คละปนกัน และได้มาจากการสุ่มอย่างง่ายด้วยการจับสลาก (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ในการศึกษา ประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (7E) เรื่องแสงและการมองเห็น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 7 ชุด 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ ลักษณะแบบทดสอบเป็นแบบคู่ขนาน 3) แบบประเมินความพึงพอใจ ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scales) จำนวน 10 ข้อ 5 ระดับ จำนวน10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (x ̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และหาค่า t-test (t-test dependent) ผลการศึกษา พบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีประสิทธิภาพ 84.34/83.16 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยรวมนักเรียนมความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
suvatida27 23 เม.ย. 2562 เวลา 12:04 น. 0 146
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^