LASTEST NEWS

21 ก.ย. 2562สมาพันธ์สมาคมครูไทยบุกยื่น “ชวน” ร้องยุติการยุบโรงเรียนเล็กทั่วประเทศ 15,158 แห่ง 20 ก.ย. 2562โรงเรียนสุวรรณพลับพลาพิทยาคม รับสมัครครูผู้สอนวิชาคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่23-30 ก.ย.2562 20 ก.ย. 2562ข่าวดี ! กศจ.กรุงเทพมหานคร เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ 9 รายงานตัว 1 ต.ค.2562 20 ก.ย. 2562เช็คได้เลย ! ... กสถ. ประกาศแล้วผู้ที่ได้รับการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ปี 2562 19 ก.ย. 2562มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เปิดสอบครูผู้ช่วย 2 อัตรา - สมัคร23ก.ย.-4ต.ค.2562 19 ก.ย. 2562มารู้จัก "ครูรัก(ษ์)ถิ่น" ทุนเรียนครูโครงการใหม่ เริ่มรับปี 63 ใน 11 มหา'ลัย 19 ก.ย. 2562ลูกจ้าง สพฐ. เดือดร้อน สมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนฯ ขอความเป็นธรรม ขอโอกาสบรรจุเป็นพนักงานราชการ 19 ก.ย. 2562การท่าอากาศยานอู่ตะเภา รับสมัครสอบเป็นพนักงานฯ 53 อัตรา (ไม่ต้องผ่าน ภาค ก.) 19 ก.ย. 2562ประกาศผลสอบ ภาค ค. ท้องถิ่น ปีพ.ศ.2562 เช็กผลสอบท้องถิ่น 2562 รายชื่อผู้ขึ้นบัญชีสอบที่นี่ 19 ก.ย. 2562กสถ.ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการขอดูคะแนนการสอบท้องถิ่น พ.ศ. 2562

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิ

usericon

ชื่อเรื่อง                     การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน
                    โดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น
                    สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย                     นางสาวปทิตตา ศิลาวรรณ
ปีการศึกษา                ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556
สถานศึกษา         โรงเรียนบ้านสำโรงเกียรติ ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
                    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4
บทคัดย่อ

     การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD
เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น
4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนบ้านสำโรงเกียรติ ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 จำนวน 34 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และแผนการจัดการเรียนรู้เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยได้ออกแบบและพัฒนาขึ้น 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.26 - 0.80 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20 - 0.88 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเท่ากับ 0.81 และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.34 – 0.66 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.87 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐาน โดยใช้สถิติ t-test (Dependent Samples)

    ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
        1. เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ 85.50/84.85 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
        2. เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.62 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 62
        3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น
หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
        4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.54, S.D. = 0.57) ข้อที่มีความพึงพอใจมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ข้อที่ 2 การเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนทำให้นักเรียนเข้าใจง่ายขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.65, S.D. = 0.60) รองลงมาคือ ข้อที่ 15 นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติเองทุกคน อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.65, S.D. = 0.54) และ ข้อที่ 1 นักเรียนรู้สึกสนุกสนาน มีความสุขกับการเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.59, S.D. = 0.61) ส่วนข้อที่มีระดับความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ข้อที่ 8 กิจกรรมในเอกสารประกอบการเรียน เหมาะสมกับเวลา อยู่ในระดับมาก
( = 4.41, S.D. = 0.66)
        สรุปผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นสื่อการจัดการเรียนรู้ที่โดยเน้นนักเรียนเป็นสำคัญ ช่วยพัฒนาทักษะกระบวนการกลุ่ม มีความร่วมมือพึ่งพากันผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนได้ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน ดังนั้นควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูสาระการเรียนรู้อื่น ๆ หรือระดับชั้นอื่น ๆ นำเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD ไปเป็นนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ เจตคติของผู้เรียนต่อไป
12 มี.ค. 2558 เวลา 14:27 น. 0 354
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^