LASTEST NEWS

15 มิ.ย. 2562(( รวมลิงก์ประกาศรับสมัคร )) สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2562 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ  14 มิ.ย. 2562ก.ค.ศ.ตอบข้อหารือ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ใครมีสิทธิ์สมัครบ้างเช็กรายละเอียด 14 มิ.ย. 2562ด่วนที่สุด! คู่มือการดำเนินการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปี พ.ศ.2562 14 มิ.ย. 2562ข่าวดี !!! สำหรับผู้ประสงค์จะเข้าเป็นพนักงาน ธ.ก.ส.ตำแหน่งพนักงานพัฒนาธุรกิจ ระดับ 4 13 มิ.ย. 2562ถ้าลาออกจากข้าราชการครู แล้วกลับไปสอบใหม่ได้มั้ย? 13 มิ.ย. 2562กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศรายชื่อข้าราชการและลูกจ้างประจำพ้นจากราชการเนื่องจากมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ 13 มิ.ย. 2562สพฐ.สรุปบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี 2561 ทั่วประเทศ !! บรรจุไปแล้วกว่า 14,581อัตรา 13 มิ.ย. 2562ประกาศแล้ว!พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร 13 มิ.ย. 2562รับทั่วประเทศ! กรมการพัฒนาชุมชน เปิดสอบบรรจุรับราชการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา 78 อัตรา สมัคร20มิ.ย.-10ก.ค.62 12 มิ.ย. 2562กศจ.พิจิตร เรียกบรรจุครูผู้ช่วย ครั้งที่ 8 - รายงานตัว 1 ก.ค.2562

รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐาน

usericon

ชื่อเรื่อง    การศึกษาผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐาน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนบ้านโป่งไฮ
ชื่อผู้ศึกษา    นางณรีกานต์ กิติตุ้ย
ปีที่ศึกษา    ปีการศึกษา ๒๕๕๙


บทคัดย่อ

    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและ การเขียนคำพื้นฐานของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐ (๒) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการใช้ แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (๓) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียน คำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนบ้านโป่งไฮ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน ๓๐ คน ใช้เวลาใน การทดลอง ๒๐ ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๒๐ ชั่วโมงแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน ๒๐ ข้อ จำนวน ๑ ฉบับ และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะ จำนวน ๑๐ ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐานร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาค้นคว้า ปรากฏดังนี้
    ๑. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เมื่อนำไปใช้มีค่าเท่ากับ ๘๑.๔๓/๘๔.๘๓ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ ๘๐/๘๐
    ๒. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน โดยได้คะแนนการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียน คำพื้นฐาน คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๐๐ และคะแนนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานเท่ากับ ร้อยละ ๘๔.๘๓ ซึ่งมีร้อยละความก้าวหน้าเท่ากับ ๔๓.๘๓
    ๓. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๐ แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจและมีความสุขในขณะปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะ
myarrows1 17 ต.ค. 2560 เวลา 20:58 น. 0 274
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^