LASTEST NEWS

24 พ.ค. 2561รู้แล้วจะอึ้ง! เด็ก ป.3 เสนอวิธีแก้ปัญหาน้ำมันแพงหูฉี่ 24 พ.ค. 2561โรงเรียนบ้านโคคลาน รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 6-10 มิ.ย.2561 24 พ.ค. 2561ป่วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า "ไม่มีเหตุผลอันสมควร" ต้องละทิ้งหน้าที่ 24 พ.ค. 2561สพป.บุรีรัมย์ เขต 4 รับครูอัตราจ้างแก้ปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤติ 8 อัตรา สมัคร22-28พ.ค.2561 24 พ.ค. 2561กรมชลประทาน รับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ 48 อัตรา (สมัครทางอินเทอร์เน็ต 1-21มิ.ย.2561) 23 พ.ค. 2561ธนาคารออมสิน เปิดรับพนักงาน 100 อัตรา (วุฒิป.ตรีขึ้นไป) สมัครทางอินเทอร์เน็ตบัดนี้-31พ.ค.2561 23 พ.ค. 2561ชาวมหาวิทยาลัยรุมค้านรวมวท.-สกอ. 23 พ.ค. 2561วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร28พ.ค.-22มิ.ย.61 23 พ.ค. 2561บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รับสมัครพนักงาน วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา สมัครออนไลน์บัดนี้-31พ.ค.61 23 พ.ค. 2561โรงเรียนวัดสุนทริกาวาส รับสมัครครูอัตราจ้าง ไม่จำกัดสาขาวิชาเอก สมัครบัดนี้เป็นต้นไป

รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด วัฒนธรรมน่ารู้ คู่ชาติไทย

usericon

ชื่อเรื่อง    : รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด วัฒนธรรมน่ารู้ คู่ชาติไทย กลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ประวัติศาสตร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียน :บ้านสันทราย (ราษฎร์สามัคคี) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3
ผู้รายงาน :นายกฤษณะ กันแก้ว
ปีที่ศึกษา : 2558

บทคัดย่อ
    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ ชุด วัฒนธรรมน่ารู้ คู่ชาติไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม(รายวิชาประวัติศาสตร์) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านสันทราย (ราษฎร์สามัคคี) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยการใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด วัฒนธรรมน่ารู้ คู่ชาติไทย ตลอดจนเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนชุด วัฒนธรรมน่ารู้ คู่ชาติไทย
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนบ้านสันทราย(ราษฎร์สามัคคี) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3ภาคเรียนที่ 2ปีการศึกษา2558จำนวนห้องเรียน 1ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 30คน
    เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วยเอกสารประกอบการเรียน ชุด วัฒนธรรมน่ารู้ คู่ชาติไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (รายประวัติศาสตร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบด้วย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง วัฒนธรรมน่ารู้คู่ชาติไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (รายประวัติศาสตร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบชนิด 3 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด วัฒนธรรมน่ารู้ คู่ชาติไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม(รายวิชาประวัติศาสตร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 14 แผน และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนชุด วัฒนธรรมน่ารู้ คู่ชาติไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม(รายประวัติศาสตร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 10 ข้อรายการ
    สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (s) และการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระ (Dependent Samples) ผลการศึกษาพบว่า
    ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน ชุดวัฒนธรรมน่ารู้คู่ชาติไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (รายประวัติศาสตร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนบ้านสันทราย (ราษฎร์สามัคคี) พบว่าค่าประสิทธิภาพระหว่างกระบวนการและผลลัพธ์ (E1/E2) เฉลี่ยทุกเล่มมีค่าเท่ากับ 85.78/87.11 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 80/80เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 1
    ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด วัฒนธรรมน่ารู้ คู่ชาติไทย ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.27 คิดเป็นร้อยละ 47.56 หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 26.13 คิดเป็นร้อยละ 87.11ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 2
    ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนชุด วัฒนธรรมน่ารู้ คู่ชาติไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (รายวิชาประวัติศาสตร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านสันทราย (ราษฎร์สามัคคี) โดยภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.74และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.12โดยรายการที่มีระดับความพึงพอใจสูงสุด ได้แก่ รายการที่ 1 ศึกษาค้นคว้าได้ด้วยตนเอง ( = 2.93, = 0.24)และรายการที่ 2เนื้อหาเป็นเรื่องที่นักเรียนสนใจ ( = 2.87, = 0.34) ส่วนรายการที่มีระดับความพึงพอใจต่ำสุด ได้แก่ รายการที่ 3 เนื้อหาไม่ยากเกินไปอ่านเข้าใจได้ง่าย ( = 2.57, = 0.5) และรายการที่ 4 เนื้อหาและกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา ( = 2.63, = 0.48) ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 3


gowlud 30 มี.ค. 2560 เวลา 00:21 น. 0 105
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^