LASTEST NEWS

16 ก.ค. 2561กศน.ปัตตานี เปิดสอบพนักงานราชการ จำนวน 13 อัตรา สมัคร23-31 ก.ค. 2561 16 ก.ค. 2561ถก แก้กฎหมาย ก.ค.ศ.โละงานบริหารบุคคลให้ต้นสังกัด 16 ก.ค. 2561ไม่ต้องผ่านภาค ก 19 อัตรา วุฒิม.3, ปวช.ทุกสาขา, ปวส.ทุกสาขา, ป.ตรี, ป.ตรีทุกสาขา สมัครออนไลน์ 23-31ก.ค.61 15 ก.ค. 2561องค์กรผู้บริหารมัธยม หนุนยกเลิก ‘สอบ’ผอ.ร.ร. ใช้ ‘คัดเลือก’แทน 15 ก.ค. 2561กรมจเรทหารบก รับสมัครทหารกองหนุน/บุคคลพลเรือน(ชาย) เข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน 15 ก.ค. 2561องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เปิดสอบผู้ช่วยครู และพนักงานจ้าง 73 อัตรา 15 ก.ค. 2561แก้เกณฑ์เฟ้นผู้บริหารสถานศึกษา 15 ก.ค. 2561สพป.อุดรธานี เขต 3 รับสมัครสอบธุรการโรงเรียน 6 อัตรา วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 15,000.- บาท 14 ก.ค. 2561สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา 14 ก.ค. 2561วิทยาลัยการอาชีพหนองหาน เปิดสอบพนักงานราชการครู วิชาเอกภาษาอังกฤษ

รายงานการพัฒนาสื่อประสม เรื่อง ธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร

usericon

รายงานการพัฒนาสื่อประสม เรื่อง ธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร
ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาสื่อประสม เรื่อง ธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร์สารสนเทศ
        สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้รายงาน    ลักขณา ภูถาวรณ์
ปีที่รายงาน    2556

บทคัดย่อ

        การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาประสิทธิภาพของสื่อประสม เรื่องธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร์สารสนเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยสื่อประสม เรื่องธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร์สารสนเทศ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อสื่อประสมเรื่อง ธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร์สารสนเทศ
        กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านบริบูรณ์ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 8 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง
        เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ คือ 1) สื่อประสมเรื่อง ธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร์สารสนเทศ 2) แบบทดสอบจำนวน 30 ข้อ และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อประสม
        การหาประสิทธิภาพของสื่อประสมมี 3 ขั้นตอนคือ การทดลองแบบหนึ่งต่อหนึ่ง จำนวน 3 คน ทดลองแบบกลุ่มเล็ก จำนวน 7 คน และทดลองแบบภาคสนามกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 8 คน
        ผลการศึกษา พบว่า 1) การหาประสิทธิภาพของสื่อประสม ได้ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เท่ากับ 0.64 และค่าประสิทธิภาพ (E1/ E2) ของสื่อประสม เท่ากับ 82.22/82.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 2)     ผลการเปรียบเทียบคะแนนทดสอบหลังเรียนและคะแนนทดสอบก่อนเรียน พบว่า คะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อสื่อประสม ค่าเฉลี่ย 4.54 ซึ่งอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเฉลี่ย 0.52 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ผู้เรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คือ ความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับแบบทดสอบ ค่าเฉลี่ย 4.88 ความสอดคล้องของภาพและเนื้อหา ความน่าสนใจของบทเรียน ค่าเฉลี่ย 4.75 ความสอดคล้องของสัญลักษณ์ที่ใช้ในบทเรียน ความเหมาะสมของการจัดเนื้อหาบทเรียน ค่าเฉลี่ย 4.63 คำแนะนำการใช้บทเรียนเข้าใจง่ายและชัดเจน ความสอดคล้องการเชื่อมโยงในบทเรียน ค่าเฉลี่ย 4.50 ตามลำดับ
phuthaworn 26 ม.ค. 2557 เวลา 16:23 น. 0 380
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^