LASTEST NEWS

18 ก.พ. 2561สพป.อุดรธานี เขต 2 รับสมัครครูอัตราจ้าง 7 อัตรา (สมัคร 5-11 มีนาคม 2561) 17 ก.พ. 2561โรงเรียนบ้านอ้อมโรงหีบ (เล็ก-นิ่ม อนุสรณ์) รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิป.ตรีไม่จำกัดสาขา 17 ก.พ. 2561มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รับสมัครอาจารย์ 15 อัตรา (26ก.พ.-9มี.ค.61) 17 ก.พ. 2561สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2 รับสมัครครูอัตราจ้าง(ขาดแคลนครูขั้นวิกฤต) 17 ก.พ. 2561โรงเรียนบ้านหนองบัว รับสมัครครูอัตราจ้าง 1 อัตรา (สมัคร12-19ก.พ.61) 17 ก.พ. 2561โรงเรียนบ้านชะอวด รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 10 อัตรา (สมัคร19-23ก.พ.61) 17 ก.พ. 2561​โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านเขาแก้ว) รับสมัครครูอัตราจ้าง 1 อัตรา (สมัครบัดนี้-28ก.พ.61) 17 ก.พ. 2561สพป.เลย เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้างและครูธุรการ 6 อัตรา (สมัคร21-27ก.พ.61) 17 ก.พ. 2561กศจ.เพชรบูรณ์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 28 อัตรา (รายงานตัว 28ก.พ.61) 17 ก.พ. 2561มติก.ค.ศ.เร่งกศจ.บรรจุบัญชีครูผู้ช่วยก่อนหมดอายุ

ธีรวัฒน์ เลื่อนฤทธิ์: การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาวิทยา

usericon

ธีรวัฒน์ เลื่อนฤทธิ์: การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาวิทยา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1)เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รายวิชาวิทยาศาสตร์ 5 (ว 23101) เรื่องพลังงานไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2)เพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รายวิชาวิทยาศาสตร์ 5 (ว 23101) เรื่องพลังงานไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3)เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รายวิชาวิทยาศาสตร์ 5 (ว 23101) เรื่องพลังงานไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ4)เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รายวิชาวิทยาศาสตร์ 5 (ว 23101) เรื่องพลังงานไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/8 โรงเรียนราชดำริ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 39 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยวิธีจับฉลากเพื่อเลือกห้องเรียนที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในครั้งนี้ประกอบด้วย 1)บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รายวิชาวิทยาศาสตร์ 5 (ว 23101) เรื่องพลังงานไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น 2)แบบสอบถามเรื่องความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รายวิชาวิทยาศาสตร์ 5 (ว 23101) เรื่องพลังงานไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ3)แบบสัมภาษณ์ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รายวิชาวิทยาศาสตร์ 5 (ว 23101) เรื่องพลังงานไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เครื่องมือเหล่านี้ได้ผ่านการหาคุณภาพและประสิทธิภาพโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 10 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยายและสถิติทดสอบ t-test (dependent samples t-test) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS และคำนวณหาค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ผลการวิจัยพบว่า
1)บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างและพัฒนาขึ้นประกอบไปด้วย 4 บทเรียน ได้แก่ บทที่ 1 เรื่องวงจรไฟฟ้าเบื้องต้น บทที่ 2 เรื่องวงจรไฟฟ้าในบ้าน บทที่ 3 เรื่องพลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า และบทที่ 4 เรื่องวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น แต่ละบทเรียนประกอบด้วย สรุปเนื้อหาสาระสำคัญ กิจกรรมต่างๆ ประกอบบทเรียน และแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบระหว่างเรียน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน
2)ผลการหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามเกณฑ์มาตรฐานเป็น 81.37 / 80.77 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพที่ผู้วิจัยกำหนดเอาไว้ และมีค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เป็น 0.79 หรือร้อยละ 79
3)คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนแตกต่างกันกับคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน ( = 32.54) สูงกว่าก่อนเรียน ( = 4.15)
4)ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (94.23 %) โดยองค์ประกอบด้านการจัดการเรียนการสอนมีค่าสูงที่สุด (98.46 %)
luanrit 17 ม.ค. 2557 เวลา 13:39 น. 0 254
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^