LASTEST NEWS

24 พ.ค. 2560สพป.อุบลราชธานี เขต 4 เปิดลูกจ้างชั่วคราว และครูอัตราจ้าง รวม 15 อัตรา 24 พ.ค. 2560สพป.กาญจนบุรี เขต 3 เปิดสอบพนักงานราชการครู 7 อัตรา สมัคร29พ.ค.-2มิ.ย.2560 24 พ.ค. 2560สพป.ศรีสะเกษ เขต 2 รับสมัครครูอัตราจ้าง วิทย์-คณิต 2 อัตรา สมัคร 30พ.ค.-5มิ.ย.2560 24 พ.ค. 2560เตือนแม่พิมพ์อย่าลืมต่อ “ตั๋วครู” 24 พ.ค. 2560คุรุสภารับรองหลักสูตรครูม.กรุงเทพธนบุรีแล้ว 24 พ.ค. 2560สิ้นสุดการรอคอย! ก กลางท้องถิ่น เห็นชอบแล้ว เปิดสอบบรรจุ ขรก.-พนง.ส่วนท้องถิ่น ปี2560 24 พ.ค. 2560สพม.38 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 2 อัตรา สมัคร27-31พ.ค.60 24 พ.ค. 2560เงินเดือนสูง 20,000 - 500,000บาท สำนักงานประกันสังคม รับสมัครบุคคลเข้าเป็นพนักงาน 22 อัตรา 24 พ.ค. 2560แต่งตั้งศึกษาธิการจังหวัด 76 ราย 23 พ.ค. 2560โรงเรียนตามฝันแม่ใจ รับสมัครครูผู้สอนวิชาเอกคณิตศาสตร์ (ไม่มีวุฒิครูก็สมัครได้)

แบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตราตั

usericon

แบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตราตั
ชื่อรายงาน        แบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา
            ตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ผู้รายงาน        นางภาวิณี สุริจันทร์
สถานศึกษาที่สังกัด    โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
ปีการศึกษา        ๒๕๕๖

บทคัดย่อ
    ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุสงค์ เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียน คำที่มีตัวสะกด ไม่ตรงมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และเพื่อศึกษาความก้าวหน้าของผลสัมฤทธิ์เรื่องการอ่าน การเขียน คำที่มีตัวสะกด ไม่ตรงมาตราตัวสะกด หลังจากการใช้แบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียน คำที่มีตัวสะกด ไม่ตรงมาตราตัวสะกดโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ประชากรได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๖ โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๔ จำนวน ๑๙ คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตราตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน ๙ เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตอนที่ ๑ เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิด ๓ ตัวเลือก จำนวน ๑๐ ข้อให้นักเรียนเลือกคำตอบ ข้อที่อ่านและเขียนคำที่ถูกต้องตอบถูกได้ข้อละ ๑ คะแนน ตอบผิดหรือไม่ตอบได้ ๐ คะแนน ตอนที่ ๒เป็นแบบปรนัยนัย จำนวน ๑๐ ข้อ ให้นักเรียนวงกลมข้อความที่กำหนดให้ในวงเล็บทำให้ประโยคที่ถูกต้อง เลือกถูกได้ข้อละ ๑ คะแนน เลือกผิด หรือไม่เลือกได้ ๐ คะแนน ตอนที่ ๓ เป็นแบบอัตนัย จำนวน ๑๐ ข้อ ให้นักเรียนเติมพยัญชนะตัวสะกดลงในช่องว่างและแผนการจัดการเรียนรู้จำนวน ๑๑ แผน เวลา ๒๐ ชั่วโมงวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตราตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ จากสูตร E๑/E๒ ตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐ และวิเคราะห์ความก้าวหน้า หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน โดยใช้สูตรร้อยละของความก้าวหน้า นำเสนอข้อมูลโดยการบรรยายประกอบตาราง
ผลการศึกษาพบว่า
    ๑. พบว่า คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียน คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ มีค่า E๑/E๒ มีค่าเท่ากับ ๘๙.๑๒/๘๘.๗๗
    ๒. พบว่า แบบฝึกเสริมทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียน คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงมาตราตัวสะกดที่ใช้ในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ก่อนได้รับการสอนโดยใช้ แบบฝึก มีคะแนนก่อนเรียน ๓๖๐ คะแนน คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๑๘.๙๔ ส่วนหลังการฝึกมีคะแนน ๕๐๖ คะแนน คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๒๖.๖๓ คะแนนความก้าวหน้าเท่ากับ ๑๔๖ คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๗.๖๘
    แสดงว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนแบบฝึกเสริมทักษะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เมื่อเปรียบเทียบความก้าวหน้าก่อนเรียนและหลังเรียนมีความแตกต่างกันหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน คิดเป็นร้อยละ ๒๕.๖๒

pawinee1 13 ม.ค. 2557 เวลา 21:10 น. 0 268
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^