LASTEST NEWS

23 พ.ค. 2560ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ. 22 พ.ค. 2560ชมรม 7 วิชาชีพการแพทย์จ่อบุก สธ.ทวงบรรจุตำแหน่ง 26 พ.ค.นี้ หลังพยาบาลได้ 8,792 อัตรา 22 พ.ค. 2560"จันทรเกษม"เปิด7สาขาวิชาครูที่ขาดแคลน 22 พ.ค. 2560โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ รับสมัครครูชาวต่างประเทศสอนภาษา จำนวน 4 อัตรา 22 พ.ค. 2560โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 19-25พ.ค.60 22 พ.ค. 2560​รวมข่าวรับสมัครครูอัตราจ้าง-ครูธุรการ รวม 10 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา ไม่ต้องใช้วุฒิครู 22 พ.ค. 2560โรงเรียนปัญจรักษ์ รับสมัครครูภาษาอังกฤษ สอนระดับประถมศึกษา (มีที่พักให้) 22 พ.ค. 2560โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี รับสมัครครูธุรการ 3 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา(ไม่ต้องมีวุฒิครู) เงินเดือน 15,000บ. 22 พ.ค. 2560โรงเรียนสิริรัตนาธร รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกคณิตศาสตร์ เงินเดือน 15,000.-บาท 22 พ.ค. 2560ด่วน! โรงเรียนบ้านน้ำยาว รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขาวิชาเอก

การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ ก

usericon

การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบซิปปา  เรื่องใส่ใจสุขภาพ ก
บทคัดย่อ

    การจัดกิจกรรมการเรียนสุขศึกษา มุ่งเน้นพัฒนาความรู้ความเข้าใจและความตระหนักในการรักษาสุขภาพร่างกาย การจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปาสามารถนำไปพัฒนาผู้เรียนเต็มตามศักยภาพ มีทักษะในการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ผู้เรียนสามารถนำวิธีการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้ การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และเพื่อศึกษา ความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนชุมชนหนองกุงวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่อง ใส่ใจสุขภาพ จำนวน 12 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องใส่ใจสุขภาพ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยาก (p) 0.53–0.80 อำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่ 0.20–0.55 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.82 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ จำนวน 15 ข้อ ที่มีค่าอำนาจจำแนก (rxy) ตั้งแต่ 0.35–0.65 มีค่าความเชื่อมั่น (α ) เท่ากับ 0.89 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test Dependent Samples


    ผลการศึกษาพบว่า
    1. แผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 80.04/81.89
    2. ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เท่ากับ 0.7025 แสดงว่ามีความก้าวหน้าใน การเรียนคิดเป็นร้อยละ 70.25
    3. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
    4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในระดับมาก
    โดยสรุป การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบซิปปา เรื่องใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพเหมาะสมทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น จึงควรสนับสนุนส่งเสริม ให้ครูนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาสุขศึกษาในเนื้อหาสาระอื่น ๆ ต่อไป
29 ธ.ค. 2556 เวลา 15:07 น. 0 470
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^