รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุ
LASTEST NEWS

14 ส.ค. 2561ที่พักฟรี! โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดพังงา รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว และครูอัตราจ้าง รวม 16 อัตรา 14 ส.ค. 2561"คุรุสภา" เดินเครื่องทำคลังข้อสอบตั๋วครู 14 ส.ค. 2561นายกฯ ปลื้มโครงการคูปองพัฒนาครู 14 ส.ค. 2561สถานี ก.ค.ศ.ความก้าวหน้าเกี่ยวกับการกำหนดกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจลงโทษฯ และกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนฯ 14 ส.ค. 2561สพฐ.รับนโยบาย'หมอธี'ลดภาระงานครูเพิ่มเวลาสอนเด็กเต็มที่ขึ้น 14 ส.ค. 2561โรงเรียนวัดลากค้อน รับสมัครครูอัตราจ้าง สาขาวิชาเอก ดนตรี-นาฏศิลป์ เงินเดือน 15,000.-บาท 14 ส.ค. 2561เช็คอีกที ข้อสอบออกตามนี้! หลักสูตรสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 14 ส.ค. 2561ส.ค.ศ.ท.จี้เลิกหลักสูตรป.บัณฑิตวิชาชีพครู 14 ส.ค. 2561วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู สมัคร 21-27 สิงหาคม 2561 14 ส.ค. 2561สมาคมจิตแพทย์ฯ แนะทบทวนกิจกรรมเชิญแม่มาโรงเรียน

รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุ

usericon

รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุ
ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร)
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประพันธ์ – อารีย์ หงษ์สกุล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3
ผู้ศึกษา นายนพดล แสงดี
ปีการศึกษา    2555

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี(งานเกษตร)สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2)เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
(งานเกษตร) และ 3)เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประพันธ์ – อารีย์ หงษ์สกุล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 6 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ประกอบเอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่ใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ
ผลการศึกษาพบว่า
1. ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทั้ง 6 เล่ม พบว่า มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 82.02/81.90 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้คือ 80/80
2. นักเรียนที่ได้เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน 11.60 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน 24.63 คะแนน ร้อยละความก้าวหน้าของผลสัมฤทธิ์เท่ากับ 43.43 จึงกล่าวได้ว่า คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนมีความแตกต่างกัน นั่นคือ คะแนนหลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียน แสดงให้เห็นว่าเอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี(งานเกษตร) สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้นจริง
3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง พืชผักสวนครัวสมุนไพรให้คุณค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โดยภาพรวมมีความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.33
chamaiporn 13 ธ.ค. 2556 เวลา 10:10 น. 0 496
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^