LASTEST NEWS

18 ธ.ค. 2561ข่าวดี! กศจ.สุรินทร์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย เพิ่มเติม (แทนผู้สละสิทธิ์รอบที่ 2) 18 ธ.ค. 2561โรงเรียนวัดโยธีราษฎร์ศรัทธาราม รับสมัครสอบคัดเลือกเป็นครูอัตราจ้าง วิชาเอกทั่วไป 18 ธ.ค. 2561เช็คด่วน! สพฐ.เผยข้อมูลล่าสุด บัญชีผู้สอบแข่งขันครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 17 ธ.ค. 2561กศจ.กระบี่ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ3/2561 จำนวน 36 อัตรา - รายงานตัว 26 ธ.ค.2561 17 ธ.ค. 2561ป.โท วิชาชีพครู สำหรับคนที่จบ ป.ตรี สาขาอื่น ต้องการเป็นครู 17 ธ.ค. 2561ถามทำไม? หนังสือเรียนสพฐ.ลิขสิทธิ์จึงตกเป็นของนักเขียนที่รับจ้าง 17 ธ.ค. 2561"หมอธี" ฉุนล่าคนวางยาทำระบบยูนิเน็ตล่มทั้งประเทศ  17 ธ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการ วุฒิไม่ต่ำกว่า ปวช.ทุกสาขา (สมัคร17-25ธ.ค.2561) 17 ธ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครครูอัตราจ้างชาวต่างชาติ วิชาเอกภาษาอังกฤษ (สมัคร17-25ธ.ค.2561) 17 ธ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาคอมพิวเตอร์ จำนวน 3 อัตรา (สมัคร17-25ธ.ค.2561)

รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์

usericon

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง    :     รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้การบวก การลบ
         การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
         ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ชื่อผู้ศึกษา : เมทินี เชียงแรง

ปีที่ศึกษา    : 2557

    การดำเนินการศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วย แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนอนุบาลแม่สรวย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 20 คน
    เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม จำนวน 1 เล่ม รวม 21 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.877 และแบบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วย แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.893 ทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าเฉลี่ยร้อยละ และการทดสอบค่าที ( t- test )

    ผลการศึกษา
    1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 E1/E2 เท่ากับ 86.60/87.08 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 26.50 คิดเป็นร้อยละ 88.33 และก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 11.65 คิดเป็นร้อยละ 38.83 ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนมีร้อยละ 49.50 เมื่อทดสอบค่าที ( t- test ) เท่ากับ 30.421 สรุปได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วย แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้การบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยรวม ( = 4.74) ซึ่งเป็นความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
mamori 21 พ.ค. 2559 เวลา 07:06 น. 0 459
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^