LASTEST NEWS

22 ส.ค. 2560โรงเรียนในเครืออักษรกรุ๊ป (สายสามัญ) จังหวัดชลบุรี รับสมัครครูผู้สอน จำนวนมาก 22 ส.ค. 2560โรงเรียนสตรีภูเก็ต รับสมัครครูอัตราจ้าง 9 อัตรา วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 30,000 บาท 22 ส.ค. 2560ปฏิรูป..หรือปฏิสังขรณ์ 22 ส.ค. 2560จัดเคาน์เตอร์เซอร์วิสต่อตั๋วครู 22 ส.ค. 2560"หมอธี"ให้ สพฐ.ช่วยจ่ายค่าน้ำ-ไฟสถานศึกษา 22 ส.ค. 2560สมศ.ย้ำชัดไม่ประเมินโรงเรียนจัดฉาก 21 ส.ค. 2560ศธ.ปลดล็อกโยกย้าย ขรก.ไม่ต้องถึงมือกศจ. 21 ส.ค. 2560เตรียมให้อำนาจเบ็ดเสร็จอกศจ.โยกย้ายในจังหวัด 21 ส.ค. 2560ด่วนเลย! สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เปิดสอบรับราชการ 715อัตรา สมัคร28ส.ค.-15ก.ย.60 21 ส.ค. 2560‘กยศ.-กรอ.’ ฟ้องลูกหนี้เพิ่ม 1.4 แสน ค้างจ่าย 1.5 หมื่นล.เผยผู้กู้ผิดนัดพุ่ง 2.1 ล้านราย

รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเ

usericon

บทคัดย่อ

    คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์คิดอย่างมีเหตุผลเป็นระบบระเบียบมีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบทำให้สามารถคาดการณ์ วางแผนตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมเป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตลอดจนศาสตร์อื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง สิ่งหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาทักษะดังกล่าวประสบผลสำเร็จได้ คือ แบบฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการศึกษาในครั้งนี้ จึงต้องการพัฒนา
แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการใช้แบบฝึกทักษะชุดดังกล่าวที่ผู้รายงานพัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ได้แก่นักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 12 คน ที่กำลังเรียนอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้ามี 3 ชนิด คือ (1) รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ค่าความเชื่อมั่น 0.72 (3) แบบสอบถามความคิดเห็น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบสมมติฐานโดยใช้ ค่าที (t-test)

ผลการศึกษาพบว่า
    1. แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่พัฒนาขึ้น
มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.33/82.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดยผู้เรียนมีผลการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. ความคิดเห็นหลังการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านเหล่าใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ อยู่ในระดับ มากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55
ginness 27 พ.ย. 2556 เวลา 09:06 น. 0 285
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^