LASTEST NEWS

18 ก.ค. 2561[ รวมลิงค์ ] สรุปยอดผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปี พ.ศ.2561 18 ก.ค. 2561สมัครครูผู้ช่วย กศจ.นครราชสีมา วันแรก ทะลุ 1,834 อัตรา 18 ก.ค. 2561การแต่งกายที่สุภาพ สำหรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 18 ก.ค. 2561หนังสือขออนุญาตสมัครสอบครูผู้ช่วย สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. 18 ก.ค. 2561ศธ.เชื่อครูเบี้ยวหนี้ แค่ส่วนน้อย ครูส่วนใหญ่ต้าน แนะออมสิน ก่อนให้ครูกู้ ควรเช็ก ‘เครดิตบูโร’ 18 ก.ค. 2561คุณวุฒิที่เรียนจบจะสมัครสอบครูผู้ช่วย ได้ไหม? 18 ก.ค. 2561‘คุรุสภา’ ชี้ ครูประกาศเบี้ยวหนี้ ยังไม่เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณ 18 ก.ค. 2561สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา รับสมัครลูกจ้างเหมาบริการเพื่อปฏิบัติงาน 21 อัตรา (สมัคร23-31ก.ค.61) 18 ก.ค. 2561ครูพัฒนาท้องถิ่นยังว่าง สกอ.ส่งต่อรับทีแคสรอบ 5 18 ก.ค. 2561ฟื้นระบบครูประถมศึกษาสอนทุกวิชา

รายงานการนิเทศการทำวิจัยในชั้นเรียนครูการศึกษาพิเศษในโรงเรียนแกน

usericon

ชื่อเรื่อง     รายงานการนิเทศ การทำวิจัยในชั้นเรียนของครูการศึกษาพิเศษ ในโรงเรียนแกน
นำจัดการเรียนร่วม โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบ 5 ขั้นตอนสังกัดสำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6
ชื่อผู้รายงาน    นางสาวมณฑาทิพย์ ขันแก้ว ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ชำนาญการ
        กลุ่มงานพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและกระบวนการเรียนรู้
กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6

บทคัดย่อ
    
     การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ รายงานการนิเทศ การทำวิจัยในชั้นเรียนของครูการ
ศึกษาพิเศษ ในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบ 5 ขั้นตอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เฉพาะ 1) เพื่อศึกษาผลการนิเทศแบบ 5 ขั้นตอน ในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูการศึกษาพิเศษในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 2) เพื่อศึกษาผลการทดสอบความรู้ความเข้าใจก่อนและหลังการอบรมการทำวิจัยในชั้นเรียน ครูการศึกษาพิเศษในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 3) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสอนของครูการศึกษาพิเศษ ในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมหลังการอบรมการทำวิจัยในชั้นเรียน ครูการศึกษาพิเศษในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 4) เพื่อประเมินความพึงพอใจครูการศึกษาพิเศษในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมที่ได้รับการนิเทศแบบ 5 ขั้นตอน ครูการศึกษาพิเศษในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 5) เพื่อได้ผลงานการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้การศึกษาพิเศษหลังการอบรมการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้การนิเทศแบบ 5 ขั้นตอนครูการศึกษาพิเศษในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6
    กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา การศึกษาครั้งนี้ เป็นครูการศึกษาพิเศษ ในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 ปี การศึกษา 2554 จำนวน 9 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง
     เครื่องมือที่ใช้ในการ เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบ ก่อน – หลัง การอบรมการทำวิจัยในชั้นเรียน แบบสังเกตพฤติกรรมการสอนครูการศึกษาพิเศษ แบบประเมินความพึงพอใจของครูการศึกษาพิเศษที่มีต่อกระบวนการนิเทศแบบ 5 ขั้นตอน และ แบบประเมินผลงานวิจัยในชั้นเรียนครูการศึกษาพิเศษ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้
1. ผลการทดสอบความรู้ความเข้าใจก่อนและหลังการอบรมการทำวิจัยในชั้นเรียนครู
การศึกษาพิเศษ พบว่า คะแนนการทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอบรมการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูการศึกษาพิเศษก่อนการอบรม มีค่าเฉลี่ย 18.33 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.59 และหลังการอบรมการทำวิจัยในชั้นเรียนมีค่าเฉลี่ย 26.66 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.23 สูงกว่าก่อนการอบรมการทำวิจัยในชั้นเรียน และมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.33
2. ผลการสังเกตพฤติกรรมการสอนครูการศึกษาพิเศษ ครั้งที่ 1 มีค่าเฉลี่ย 3.10 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.169 อยู่ในระดับปานกลาง ครูมีการปฏิบัติมากที่สุด คือด้านการใช้สื่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.36 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.25
     ผลการสังเกตพฤติกรรมการสอนของครูการศึกษาพิเศษ ในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม ครั้งที่ 2 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.40 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.09 อยู่ในระดับมาก ครูปฏิบัติมากที่สุดคือ ด้านการเตรียมการ 4.50 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.17
ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การประเมินพฤติกรรมการสอนของ
ครูการศึกษาพิเศษ ครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 พบว่า พฤติกรรมการสอนของครู ครั้งที่ 2 มีค่าเฉลี่ย 4.40 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.09 มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.30
     3. ผลการประเมินความพึงพอใจของครูการศึกษาพิเศษ พบว่า ครูมีความพึงพอใจ โดยรวมทุกรายการอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.45 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.07 ครูมีความพึงพอใจมากที่สุด คือ การเสริมแรงให้ผู้รับการนิเทศมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานให้สำเร็จ มีค่าเฉลี่ย 5.00 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.00 และรายการที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ การจัดทำรายงานการนิเทศเพื่อสรุปผลการนิเทศ มีค่าเฉลี่ย 3.66 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.50
4. ผลการประเมินผลงานวิจัยในชั้นเรียนของครูการศึกษาพิเศษ พบว่า ระดับคุณภาพงานวิจัยในชั้นเรียน โดยรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ย 4.46 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.25 รายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับดีที่สุด คือ ชื่อเรื่องและประเด็นปัญหาการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย/ประชากรและกลุ่มวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล มีค่าเฉลี่ย 4.66 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.50 รายการที่ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล ข้อเสนอแนะ มีค่าเฉลี่ย 4.22 ค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.44
nuycma6 25 พ.ย. 2556 เวลา 11:57 น. 0 288
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^