LASTEST NEWS

12 ธ.ค. 2560แชร์ด่วน! กทม.เปิดสอบครูผู้ช่วย 229 อัตรา 12 ธ.ค. 2560ด่วนที่สุด (แจ้ง ศธจ.ทุกจังหวัด และ สศศ.) รายชื่อผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2/2560 มากกว่าหนึ่งแห่ง 12 ธ.ค. 2560กศจ.กรุงเทพมหานคร เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 130 อัตรา - รายงานตัว 21ธ.ค.60 12 ธ.ค. 2560ด่วนที่สุด! แต่งตั้งคณะกรรมการประชุมฯ ขับเคลื่อนด้านการบริหารงานบุคคลระหว่าง สพท.กับศธจ. 12 ธ.ค. 2560ชมรมครูร้อยเอ็ด ชงนายกฯ โละคำสั่งคสช.19/60 13 ธ.ค.นี้ ยันถ้าไม่แก้ ทำระบบการศึกษาพื้นฐานเสียหายแน่ 12 ธ.ค. 2560"บิ๊กตู่"สั่งลดการบ้านลงได้แล้ว 12 ธ.ค. 2560สมัครครูคืนถิ่นแล้วกว่า 4 หมื่นคน 12 ธ.ค. 25605 สายอาชีพควรเรียน เป็นที่ต้องการในอีก 5 ปี 11 ธ.ค. 2560โอกาสดีๆ มาแล้ว อบจ.นนทบุรี เปิดสอบผู้ช่วยครู 83 อัตรา เงินเดือนเริ่มต้น 15,000.-บาท โบนัส 1 เท่าของเงินเดือน 11 ธ.ค. 2560ยังมีเวลา เช็ค24 วิชาเอก เปิดสอบครูคืนถิ่น'ปี61 #จบบรรจุเป็นครูทันที

รายงานการศึกษาผลการใช้เอกสารประกอบการสอนเรื่อง การผลิตซอสพริกศร

usericon

บทคัดย่อ

การสร้างเอกสารประกอบการสอนเรื่อง การผลิตซอสพริกศรีราชา รหัสวิชา ง22101ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ (1)เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการสอน เรื่องการผลิตซอสพริกศรีราชา รหัสวิชา ง22101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา ปีการศึกษา 2553 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 / 80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนก่อนเรียน และหลังเรียนด้วยการใช้เอกสารประกอบการสอนเรื่อง การผลิตซอสพริกศรีราชา รหัสวิชา ง22101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา (3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน การผลิตซอสพริกศรีราชา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/ 2 โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 48 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา (1) เอกสารประกอบการสอนเรื่อง การผลิตซอสพริกศรีราชา จำนวน 1 เล่ม (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การผลิตซอสพริกศรีราชา (3) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการผลิตซอสพริกศรีราชา สถิติที่ใช้คือร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที

การศึกษาสรุปผลได้ดังนี้

1)ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการสอนเรื่อง การผลิตซอสพริกศรีราชา มีประสิทธิภาพดังนี้ (ฉบับที่ 1 ) ประวัติความเป็นมา ความสำคัญของซอสพริกศรีราชา และอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.29 / 84.79 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80 / 80 (ฉบับที่ 2 ) การเลือกใช้ การเก็บรักษาวัสดุอุปกรณ์ ภาชนะเครื่องใช้การผลิตซอสพริกศรีราชา และการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.08 / 84.58 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80 /80 (ฉบับที่ 3 ) หลักการวิธีการและขั้นตอนการผลิตซอสพริกศรีราชา มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.00 /86.35 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80/80 ( ฉบับที่ 4 ) การบรรจุผลิตภัณฑ์ และการเก็บรักษา มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.65 /87.40 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80 / 80 (ฉบับที่ 5 ) การคำนวณค่าใช้จ่าย การกำหนดราคา ประโยชน์และคุณค่าการผลิต มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.83 / 86.98 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80/80 2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ผลสัมฤทธิ์หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน พบว่าค่าคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนมีค่า 23.31 และหลังเรียนมีค่า 32.33 นั่นคือเอกสารประกอบการสอนเรื่องการผลิตซอสพริกศรีราชา หลังเรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อเอกสารประกอบการสอนเรื่อง การผลิตซอสพริกศรีราชา อยู่ในระดับพึงพอใจอย่างยิ่ง ค่าเฉลี่ย (X) = 4.42 และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D) =0.31 ข้อเสนอแนะและความเห็นอื่นๆของนักเรียนส่วนใหญ่เห็นว่า เอกสารปะกอบการสอนเรื่องการผลิตซอสพริกศรีราชา ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้การดำรงชีวิตอย่างพอเพียง สร้างแรงจูงใจในการเรียน นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการผลิตซอสพริกศรีราชา เนื้อหารูปแบบชัดเจนเข้าใจง่าย สนุกสนาน เปิดโอกาสให้นักเรียนมีอิสระในการเรียนรู้ เอกสารประกอบการสอนเรื่องการผลิตซอสพริกศรีราชา เป็นวิธีการเรียนที่น่าสนใจ และแบบฝึกหัดแต่ละตอนเหมาะสม

ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งต่อไป (1) ควรปรับเนื้อหา ปรับกิจกรรมการเรียนรู้ได้ด้วยตนองให้เหมาะสมกับวัย และระดับชั้นของผู้เรียน (2) ควรมีการเปรียบเทียบการสอนด้วยเอกสารประกอบการเรียน จัดการเรียนรู้รูปแบบอื่นๆเพื่อหาข้อมูลมาพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น (3) ควรศึกษาค้นคว้าในลักษณะเช่นนี้กับนักเรียนในระดับชั้นและเนื้อหาอื่น เพื่อจะได้ทราบว่ากิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสมกับช่วงชั้นใดและเนื้อหาใด










saisunee1 18 พ.ย. 2556 เวลา 11:11 น. 0 306
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^