LASTEST NEWS

23 ก.ย. 2561เตรียมตัวลุย! (คาดการณ์) กำหนดการสอบครูผู้ช่วย ล็อตใหม่ สพฐ./ท้องถิ่น/อาชีวะ/กศน. 23 ก.ย. 2561กรมชลประทาน เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 26 อัตรา สมัคร 1 - 24 ตุลาคม 2561 23 ก.ย. 2561อายุ38ปี ทำงานเอกชนอยู่ สนใจสมัครเป็นข้าราชการครู/ยังมีโอกาสอยู่ไหม? 21 ก.ย. 2561กศจ.นครราชสีมา รวมลิงค์ สรุปข้อมูลการเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 21 ก.ย. 2561ตัดสินใจไม่ถูกกับการเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองในอนาคต "ครูผู้ช่วย 1/2561" 21 ก.ย. 2561นักวิชาการ แนะ ศธ. ทบทวนบรรจุครูจบไม่ตรงสายสอนประถม ส่อกระทบพัฒนาการเด็ก 21 ก.ย. 2561พิจิตรวิกฤตโรงเรียนขนาดเล็กไม่มีครูส่อเค้าบาน 21 ก.ย. 2561ไม่ต้องผ่านภาค ก 220 อัตรา ม.นวมินทราธิราช เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย (สมัครออนไลน์) 20 ก.ย. 2561ข่าวดีได้เฮ!! สพฐ.เปิดสอบครูธุรการ 16,000 อัตรา วุฒิ ปวช./ปวส.ไม่ต้องมีวุฒิครู 20 ก.ย. 2561กยศ. หักเงินเดือนลูกหนี้ 1 ล้านราย มีองค์กรนายจ้างถึง 1 แสนแห่ง

การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และความสามารถ

usericon

เรื่อง         : การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และความสามารถ
ในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (Backward Design) และการ
จัดการเรียนรู้แบบซิปปา (Cippa Model)
ผู้วิจัย        : นางอัญชิษฐา บุญสนอง

บทคัดย่อ
    การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
และความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับ
การจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (Backward Design) และการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา (Cippa Model)
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ เป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนเทศบาลวัดจอมคีรีนาคพรต จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 60 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 2 ห้องเรียน แล้วสุ่มอย่างง่ายอีกครั้งหนึ่ง โดยวิธีจับฉลากเป็นกลุ่มทดลองที่ 1 ดำเนินการจัดการเรียนรู้ แบบย้อนกลับ และกลุ่มทดลองที่ 2 ดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลองกลุ่มละ 12 คาบ ๆ ละ 60 นาที
โดยใช้แผนแบบการวิจัย Nonrandomized control group pretest-posttest design เครื่องมือ
ที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ
4 ตัวเลือก และแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ แบบปรนัยชนิด
เลือกตอบ 4 ตัวเลือก การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการทางสถิติแบบ t-test Dependent Samples และ t-test for Independent Sample ในรูป Difference Score
    สรุปผลการวิจัยได้ ดังนี้
1. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบย้อนกลับ กับนักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบซิปปา
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
2. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบย้อนกลับ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
ก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบซิปปา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
ก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01
4. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบย้อนกลับ กับนักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบซิปปา
มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
5. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบย้อนกลับ มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา
ทางวิทยาศาสตร์ก่อนเรียน และหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01
6. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบซิปปา มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา
ทางวิทยาศาสตร์ ก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01
ocz.el.ee 08 พ.ค. 2559 เวลา 01:08 น. 0 125
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^