LASTEST NEWS

31 พ.ค. 2563กศจ.นครศรีธรรมราช เตรียมเปิดสอบครูผู้ช่วย ว.16 (กรณีพิเศษ) ปี 2563 จำนวน 119 อัตรา 31 พ.ค. 2563เชียงใหม่!! เคาะแล้ว.. วิชาเอกอัตราว่างสอบครูผู้ช่วย ว.16 (กรณีพิเศษ) ปี 2563 จำนวน 141 อัตรา 31 พ.ค. 2563กศจ.เพชรบูรณ์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 7 อัตรา - รายงานตัว 5 มิ.ย.2563 31 พ.ค. 2563จังหวัดเพชรบูรณ์ เผยตำแหน่งว่างสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปีพ.ศ.2563 จำนวน 11 วิชาเอก 29 อัตรา 31 พ.ค. 2563จ่ออนุโลมเปิดโรงเรียนบางแห่ง - จัดระเบียบถนนข้าวสารใหม่ - โคราชปลดล็อคโรงแรม 31 พ.ค. 2563"นายกฯ"แจงสภาฯ เตรียมให้นร.ไปโรงเรียนวันเว้นวันสลับศึกษาทางออนไลน์เลี่ยงโควิด 30 พ.ค. 2563ทดลองเปิดเรียน เว้นระยะ 1 ม.เหลือเด็ก 20 คน/ห้อง ต้องเพิ่มเรียนคู่ขนาน-ออนไลน์-ผลัดกันเรียน 29 พ.ค. 25631 มิ.ย. บุคลากรในสังกัดของ ศธ. ทำงาน 100% 29 พ.ค. 2563เครือข่ายค.ร.อ.ท.ยื่น"บิ๊กตู่" ทบทวนสอบครูผู้ช่วยอาชีวะ 29 พ.ค. 2563"ครูตั้น"ย้ำรอศบค.เคาะเปิดภาคเรียน

รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ

usericon

รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ
ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้ศึกษา    ธัญญาภรณ์ นาจำปา
ปีที่พิมพ์     2555

บทคัดย่อ

การศึกษาเรื่องการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและ ร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนบ้านบุรีรัมย์ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 23 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 3 ชนิด ได้แก่ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ จำนวน 6 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ จำนวน 30 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ จำนวน 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์และทดสอบค่าที (dependent t-test) ที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติ .05
ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้
1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 82.88 / 82.42
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ สูงกว่าก่อนเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.19 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดได้แก่ ด้านเนื้อหา รองลงมา ได้แก่ ด้านกิจกรรม และด้านการวัดผลและประเมินผล ตามลำดับ
tanyaporn 18 ต.ค. 2556 เวลา 01:18 น. 0 1,220
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^