LASTEST NEWS

18 ส.ค. 2562ครูภาคกลางและภาคตะวันออก ยื่นหนังสือ วอนเสมา1 ทบทวนคืนตำแหน่งให้โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน 18 ส.ค. 2562เครือข่ายฯ ค้านใช้ใบรับรองความเป็นครู “สมหวัง-ดิเรก” ร่วมติง 18 ส.ค. 2562สพป.พระนครศรีอยุธายา เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง 6 อัตรา 18 ส.ค. 2562สภาครูฯยื่น 5 ข้อให้เสมา1 เร่งปฏิรูการศึกษา และควรเร่งเคลียร์ทุกปัญหาที่คาใจครู 18 ส.ค. 2562กสถ. แจงข้อสงสัยกรณีข้อวิจารณ์ข้อสอบท้องถิ่นรั่ว มีการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ 17 ส.ค. 2562ลพบุรี เปิดระบบเว็บออนไลน์ ดูคะแนนสอบครูผู้ช่วย แค่กรอกรหัสประชาชน ไม่ต้องบันทึกให้ยุ่งยาก 17 ส.ค. 2562สพฐ.ได้ตัวเลข"อาหารกลางวัน" อัตราใหม่แล้ว คิดตามขนาดรร."เล็ก- กลาง - ใหญ่ "เตรียมชงรมว.ศธ.พิจารณาต่อไป 17 ส.ค. 2562สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัคร 8-29 สิงหาคม 2562 17 ส.ค. 2562รอบ 14 มาแล้ว สถ.เตรียมเรียกบรรจุเป็น ขรก.ส่วนท้องถิ่น 17 ส.ค. 2562โรงเรียนชุมชนวัดบางไผ่ เปิดสอบครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 21-27 สิงหาคม 2562

การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา

usericon

ชื่อเรื่อง    การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3
ชื่อผู้วิจัย    นิเวศน์ อุดมรัตน์
วิทยฐานะ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญ
ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3
หน่วยงาน    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3
     สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ปีที่วิจัย    2555 - 2557

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยและพัฒนา(Research and Development) มีจุดมุ่งหมายทั่วไปเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 มีจุดมุ่งหมายเฉพาะ คือ 1. เพื่อศึกษาสภาพการปฏิบัติและปัญหาในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา 3. เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและ 4. เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาการดำเนินการวิจัยแบ่งออกได้เป็น 4 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพการปฏิบัติ และปัญหาในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา จากผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 127 คน ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาด้วยวิธีการการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 15 คน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาโดยทดลองใช้ในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 จำนวน 72 โรงเรียน ในปีการศึกษา 2555 ถึงปีการศึกษา 2557 ดำเนินการทดลองโดยใช้รูปแบบการทดลองแบบแฟคทอเรียล และมี
การประเมินผลที่เกิดจากการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา จำนวน 3 วงรอบ เพื่อเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียนและขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาด้วยวิธีการจัดประชุมสนทนากลุ่ม(Focus Group Discussion) กับกลุ่มผู้บริหารโรงเรียนที่โรงเรียนเป็นกลุ่มทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา จำนวน 36 คน

    ผลการวิจัยพบว่า
    1. สภาพการปฏิบัติการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 โดยรวม อยู่ในระดับน้อยและมีปัญหาการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 ทั้งโดยรวมและแต่ละระบบ อยู่ในระดับมาก
    2. รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 ประกอบด้วย 3 ระบบหลัก 8 ระบบย่อย ดังนี้ 1. ระบบการบริหารจัดการ ประกอบด้วย 3 ระบบย่อย ได้แก่ ระบบการประสานงานระบบการนิเทศและระบบการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 2. ระบบงานวิชาการ ประกอบด้วย 4 ระบบย่อย ได้แก่ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ระบบการเรียนการ สอนระบบการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และระบบนิเทศการเรียนการสอน 3. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
    3.    ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 ในโรงเรียนจำนวน 36 แห่งที่เป็น
กลุ่มทดลอง จำนวน 3 วงรอบ พบว่า
        3.1     ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน ครูวิชาการ และประธานคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการ ตามรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก ในปีการศึกษา 2555-2556 และอยู่ในระดับมากที่สุดในปีการศึกษา 2557
        3.2     ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายที่ทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาปีการศึกษา 2555-2557 มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปี คิดเป็นร้อยละ 44.48, 46.75 และ 50.33 ตามลำดับ
        3.3    การประเมินสมรรถนะสำคัญทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายที่ทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
ปีการศึกษา 2555-2557 เพิ่มขึ้นทุกปี มีค่าเฉลี่ย 2.17, 2.43 และ 2.83 ตามลำดับ
    4.    ผลการประเมินรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 พบว่า ส่วนใหญ่มีความเห็นต่อรูปแบบ
การบริหารจัดการในด้านความเป็นประโยชน์ ด้านความเป็นไปได้ ด้านความเหมาะสม และด้านความถูกต้องครอบคลุมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน
sujimanut 18 มี.ค. 2559 เวลา 12:17 น. 0 210
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^