LASTEST NEWS

20 ม.ค. 2561อบจ.ภูเก็ต เปิดสอบพนักงานจ้างตำแหน่งผู้ช่วยครู และตำแหน่งต่างๆ 71 อัตรา 20 ม.ค. 2561สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว 33 อัตรา 19 ม.ค. 2561โรงเรียนวัดหาดสองแคว (สมบูรณ์วิทยาคาร) รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา 18 ม.ค. 2561ด่วน! สอศ.เรียกบรรจุครูล็อตใหญ่ 737 อัตรา (รายงานตัว 12-13-14กุมภาพันธ์61) 18 ม.ค. 2561แชร์ประสบการณ์ การสอบครูคืนถิ่น & TOEIC ตั้งแต่สมัครสอบ-เตรียมสอบ-จนได้บรรจุ 18 ม.ค. 2561โฆษก ศธ.ชี้แจงยุบโรงเรียนขนาดเล็กไม่ทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา 18 ม.ค. 2561สพป.นราธิวาส เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร15-19ม.ค.2561 18 ม.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร18-24ม.ค.2561 18 ม.ค. 2561เหตุผลที่ลาออกจากราชการ 18 ม.ค. 2561มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสวรรณภูมิ รับสมัครพนักงานมหาวิทยาลัย 109 อัตรา

การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน Adobe Dreamweaver CS4

usericon

ชื่อเรื่อง        การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การสร้างเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม
Adobe Dreamweaver CS4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้วิจัย        ชะนัตร์ตา ตุ้มบุตร        
ปีการศึกษา     2557

บทคัดย่อ

    การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างและหาประสิทธิภาพการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การสร้างเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Adobe Dreamweaver CS4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพิชัย อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 467 คน และกลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนพิชัย อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 44 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยสุ่มนักเรียนมา 1 ห้องเรียน ด้วยวิธีการจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test
ผลการวิจัยปรากฏว่า
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ คือ 84.09 / 82.95
2. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย ( xˉ ) 4.70 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) 0.47
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^