LASTEST NEWS

17 พ.ย. 2561สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 เตรียมรับสมัครธุรการโรงเรียน 156 อัตรา 17 พ.ย. 2561สพม.22 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานวิทยาศาสตร์ สมัคร19-23 พฤศจิกายน 2561 16 พ.ย. 2561จะเป็นอย่างไร? เมื่อเด็กยุคใหม่ เลือกเรียนแพทย์น้อย เด็กรุ่นใหม่เลือกทำงานและเรียนไปด้วยมากกว่า 16 พ.ย. 2561โรงเรียนวัดบ้านไร่(ประชานุกูล) รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกปฐมวัย เงินเดือน 15,000.- บาท 16 พ.ย. 2561โรงเรียนวัดมหาโพธิใต้ รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร19-23พ.ย.2561 16 พ.ย. 2561กระทู้พันทิป : ทำไมนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ถึงไม่ได้เงินเดือนคะ ? 16 พ.ย. 2561สพฐ.เข้มหนุนเด็กเรียนรู้ไอทีจริงจัง 16 พ.ย. 2561“สสวท.”ชวนเด็กป.4-ม.ปลายประกวดงานวิจัยวิทย์สิ่งแวดล้อม 16 พ.ย. 2561เปิดร่าง มคอ.1 หลักสูตรครู 4 ปี 129 หน่วยกิต ฝึกสอน 25% ของเวลาเรียนแต่ละปี 16 พ.ย. 2561ยันหลักสูตรครู4ปี ไม่ได้ลดหน่วยกิต คุณภาพคับแก้ว

การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน Adobe Dreamweaver CS4

usericon

ชื่อเรื่อง        การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การสร้างเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม
Adobe Dreamweaver CS4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้วิจัย        ชะนัตร์ตา ตุ้มบุตร        
ปีการศึกษา     2557

บทคัดย่อ

    การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างและหาประสิทธิภาพการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การสร้างเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Adobe Dreamweaver CS4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพิชัย อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 467 คน และกลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนพิชัย อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 44 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยสุ่มนักเรียนมา 1 ห้องเรียน ด้วยวิธีการจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test
ผลการวิจัยปรากฏว่า
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ คือ 84.09 / 82.95
2. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย ( xˉ ) 4.70 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) 0.47
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^