LASTEST NEWS

22 พ.ย. 2560สั่งสอบวินัยอดีตผอ.สพม.38แล้ว ‘ครูแอน-ครูวัลย์’ส่อวืดบรรจุ ‘มรกต’ยันไม่เคยเรียกรับประโยชน์ 22 พ.ย. 2560บอร์ดก.ค.ศ.บรรจุแต่งตั้งผอ.สพท.110 ราย 22 พ.ย. 2560กพฐ.กำชับสกัดทุจริต เปิดรับสมัครครูผู้ช่วย 4,680 อัตรา 22 พ.ย. 2560สพฐ.ย้ำเลิก"ไอซียู"เหตุ รร.พ้นวิกฤต 22 พ.ย. 2560สพม.36 เปิดรับสมัครครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 14 อัตรา สมัคร24-30พ.ย.60 22 พ.ย. 2560สอบสวน2ครูสาวพุ่งเป้าสพม.38 เรียกผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ 21 พ.ย. 2560เช็คคุณสมบัติ ปี1-5 ปีการศึกษา 2560 ที่มีสิทธิ์สมัครทุนครูคืนถิ่น 26,967 อัตรา 21 พ.ย. 2560มาแล้ว! ทุนครูคืนถิ่น รับสมัคร2.7หมื่นอัตรา จบแล้วบรรจุครูผู้ช่วยภูมิลำเนาทันที - สมัครถึง8ธ.ค.60 21 พ.ย. 2560สถ.แจ้งให้ม.บูรพา ตรวจสอบข้อร้องเรียนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 21 พ.ย. 2560โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ เปิดสอบบรรจุเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ 393 นาย

การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน Adobe Dreamweaver CS4

usericon

ชื่อเรื่อง        การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การสร้างเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม
Adobe Dreamweaver CS4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้วิจัย        ชะนัตร์ตา ตุ้มบุตร        
ปีการศึกษา     2557

บทคัดย่อ

    การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างและหาประสิทธิภาพการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การสร้างเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Adobe Dreamweaver CS4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพิชัย อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 467 คน และกลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนพิชัย อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 44 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยสุ่มนักเรียนมา 1 ห้องเรียน ด้วยวิธีการจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test
ผลการวิจัยปรากฏว่า
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ คือ 84.09 / 82.95
2. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย ( xˉ ) 4.70 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) 0.47
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^