LASTEST NEWS

08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 08 ธ.ค. 2559ด่วน!! บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดรับสมัครวุฒิปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขา จำนวนมาก

การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรี

usericon

ชื่อเรื่อง     การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแก้
โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม)
ผู้รายงาน        นางสาวจิตติมา ปัญญโชติกุล
หน่วยงาน        โรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม) เทศบาลนครตรัง จังหวัดตรัง
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
ปีการศึกษา    2557

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อวิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 ที่กำลังเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม) เทศบาลนครตรัง จังหวัดตรัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จำนวน 30 คน ที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ผู้รายงานใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 12 แผน แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ ซึ่งมีค่าความยากง่าย (P) ตั้งแต่ .48 ถึง .73 และ ค่าอำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่ .43 ถึง .91 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.86 และแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนคณิตศาสตร์ หลังจากเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แบ่งระดับความพึงพอใจเป็น 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วยข้อคำถาม 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และทดสอบสมมติฐานโดยใช้การทดสอบที (t-test) กำหนดค่าสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .01

    ผลการวิจัยพบว่า
        1. ผลจากการทำคะแนนจากการทำแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 ชุด มีค่าเฉลี่ย 170.07 คะแนน จากคะแนนเต็ม 195 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 87.21 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากการทดสอบหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ มีค่าเฉลี่ย 17.07 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 87.67 ดังนั้น แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ 87.21/87.67
        2. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เท่ากับ 0.7879 แสดงว่า หลังการทดลองด้วยแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา ที่ผู้รายงานสร้างและพัฒนาขึ้นนักเรียนมีความรู้และทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา เพิ่มมากขึ้นร้อยละ 78.79
        3. การเปรียบเทียบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 30 คน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 8.37 คิดเป็นร้อยละ 41.83 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.16 และจากการทดสอบหลังจบการเรียนจากแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทั้ง 5 ชุด มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17.53 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.33 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.53 ซึ่งแสดงว่า
มีค่าเฉลี่ยของคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
        4. ผลการวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 ที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีระดับค่าเฉลี่ย 4.69 อยู่ในระดับมีความพึงพอใจมากที่สุด
py_sa 28 ก.พ. 2559 เวลา 18:41 น. 0 81
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^