LASTEST NEWS

20 มี.ค. 2562โรงเรียนเทพปัญญา รับสมัครครูอัตราจ้าง 22 อัตรา มีบ้านพักฟรี เงินเดือน 9,000-15,000 บาท  20 มี.ค. 2562เฮ! กศจ.ชัยภูมิ อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย อัตรารอบนี้ 70+ นะครับ บรรจุก่อนเปิดเทอมแน่นอน 20 มี.ค. 2562ประกาศสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เรื่อง การขอคืนเงินค่าธรรมเนียมการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา 19 มี.ค. 2562[ รวมลิงค์ ] ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2562 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ 19 มี.ค. 2562กศจ.อุทัยธานี ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2562 19 มี.ค. 2562กศจ.ราชบุรี ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2562 19 มี.ค. 2562กศจ.สระบุรี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 43 อัตรา รายงานตัว 29มี.ค.62 19 มี.ค. 2562กศจ.เชียงราย ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2562 19 มี.ค. 2562เงินดี โบนัสสูง!! “ซีพีออลล์” เปิดรับพนักงาน 35,000 อัตรา รับวุฒิม.6,ปวช,ปวส.,ป.ตรี,ป.โท,ป.เอก ทั่วประเทศ 19 มี.ค. 2562การเปลี่ยนแปลงสำนักงานศึกษาธิการภาคใหม่ มีผลต่อการเรียกบัญชีครูผู้ช่วยจาก กศจ.อื่น

รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้

usericon

รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
 ชื่อเรื่อง                 :  รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้

                               วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ผู้รายงาน              :  นางรัชณงค์   หนูเวียง

ตำแหน่ง               :  ครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการ  โรงเรียนติ้ววิทยาคม

   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 40

ปีที่ศึกษา               :  2553

บทคัดย่อ

                   รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้                    วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาดังนี้ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะ         หาความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 80/80

2)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ ชั้นมัธยมศึกษา

ปีที่ 1  3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้
ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่องแรงและการเคลื่อนที่  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
1/1 ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2553  โรงเรียนติ้ววิทยาคม จำนวน 35  คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  จำนวน 11 ชุด   2)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  จำนวน 30 ข้อ    3)  แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำผลที่ได้มาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน ด้วย t – test  dependent

ผลการศึกษา พบว่า

                   1.  ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้รายงานสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพโดยรวม E1/E2  เท่ากับ 85.93/81.73 โดยมีประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) เท่ากับ 83.13  และค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) เท่ากับ 81.73 ซึ่งชุดกิจกรรมการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80

2.  นักเรียนที่เรียนด้วยด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้      วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3.  นักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (= 4.13 , = 0.33)   เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีความพึงพอใจสูงสุด ได้แก่ นักเรียนมีความพอใจและมีความสุขกับการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ ว 31101 (= 4.13 , = 0.33)   รองลงมา ได้แก่  บัตรคำสั่ง บัตรเนื้อหา บัตรกิจกรรม บัตรบันทึกกิจกรรม            อ่านทำความเข้าใจได้ง่าย  (= 4.20 , = 0.41)  และรายข้อที่มีความพึงพอใจต่ำสุด ได้แก่     ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนาความรู้ทักษะกระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมได้  (= 4.06 , = 0.48)  


 

27 ก.ย. 2554 เวลา 05:38 น. 0 4,290
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^