LASTEST NEWS

26 พ.ค. 2562รัฐบาลประกาศแสดงความอาลัยพลเอกเปรมฯ สั่งหน่วยราชการไว้ทุกข์และลดธงครึ่งเสา 26 พ.ค. 2562โรงเรียนบ้านร่องย้าง รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีไม่จำกัดสาขา สมัครบัดนี้-31พ.ค.62 26 พ.ค. 2562สำนักงาน ก.พ. ชวนทำแบบสำรวจความคิดเห็น เกี่ยวกับการปรับปรุงการเกษียณอายุราชการ 26 พ.ค. 2562โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 29 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร 29พ.ค.-4มิ.ย.62 26 พ.ค. 2562โรงเรียนครบุรี รับสมัครครูอัตราจ้าง 8 อัตรา ระหว่างวันที่ 22-28 พฤษภาคม พ.ศ.2562  26 พ.ค. 2562เทศบาลตำบลอุบล เปิดสอบผู้ช่วยครูผู้ดูแลเด็ก ป.ตรีทางการศึกษาทุกสาขา สมัคร 4-13 มิ.ย.62 25 พ.ค. 2562ด่วน! สพป.พะเยา เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครูผู้สอน วิชาเอกคณิตศาสตร์ 25 พ.ค. 2562โรงเรียนบ้านปางไฮ รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกทั่วไป สมัครบัดนี้-29พ.ค.2562 24 พ.ค. 2562ด่วนที่สุด! สพฐ.ให้ศธจ.ทุกจังหวัดและสศศ.รายงานข้อมูลการบรรจุผอ.สถานศึกษา และตำแหน่งที่ว่าง 24 พ.ค. 2562ส่อโละสรรหา 3 บิ๊กสกสค.- คุรุสภา-องค์การค้าฯ

การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานที่มีผลต่อความสามารถในการคิดอ

usericon

การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานที่มีผลต่อความสามารถในการคิดอ
อ้อแก้ว เดือนอุประ 2556: การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานที่มีผลต่อความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบต่างๆในร่างกายของมนุษย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน โดยเทียบกับเกณฑ์คะแนนที่กำหนดไว้คือ นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 และ 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องระบบต่างๆในร่างกายของมนุษย์ ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน โดยเทียบกับเกณฑ์คะแนนที่กำหนดไว้คือ นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 การวิจัยครั้งนี้มีรูปแบบการวิจัยรูปแบบกลุ่มทดลองกลุ่มเดียว โดยมีกลุ่มที่ศึกษาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนมัธยมขนาดเล็กแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 24 คน จัดการเรียนรู้เรื่องระบบต่างๆในร่างกาย ของมนุษย์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นการวางแผน ขั้นการสำรวจตรวจสอบ ขั้นการนำเสนอและลงข้อสรุป และขั้นการสรุปและประเมินการเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ แบบบันทึกการจัดการเรียนรู้ ใบงาน อนุทินสะท้อนการเรียนรู้ของนักเรียน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบต่างๆในร่างกายของมนุษย์ นำผลมาวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย และร้อยละมาเทียบตามเกณฑ์ที่กำหนด
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. ผลการวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ พบว่าจำนวนนักเรียนทั้งหมด 24 คนมีนักเรียนผ่านเกณฑ์ 19 คน คิดเป็นร้อยละ 79.67 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือนักเรียนร้อยละ 70 มีคะแนนความสามารถในคิดอย่างมีวิจารณญาณคิดเป็นร้อยละ 70 ขึ้นไป และมีคะแนนความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 45 คะแนน จากคะแนนเต็ม 60 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 75.00
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่องระบบต่างๆในร่างกายของมนุษย์ พบว่าจำนวนนักเรียนทั้งหมด 24 คนมีนักเรียนผ่านเกณฑ์ 22 คน คิดเป็นร้อยละ 91.67 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือนักเรียนร้อยละ 70 มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบต่างๆในร่างกายของมนุษย์ คิดเป็นร้อยละ 70 ขึ้นไป และมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบต่างๆในร่างกายของมนุษย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 48.17 คะแนน จากคะแนนเต็ม 60 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 80.28
Phayomrat 24 ก.ย. 2556 เวลา 15:10 น. 0 674
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^