LASTEST NEWS

21 พ.ย. 2560เช็คคุณสมบัติ ปี1-5 ปีการศึกษา 2560 ที่มีสิทธิ์สมัครทุนครูคืนถิ่น 26,967 อัตรา 21 พ.ย. 2560มาแล้ว! ทุนครูคืนถิ่น รับสมัคร2.7หมื่นอัตรา จบแล้วบรรจุครูผู้ช่วยภูมิลำเนาทันที - สมัครถึง8ธ.ค.60 21 พ.ย. 2560สถ.แจ้งให้ม.บูรพา ตรวจสอบข้อร้องเรียนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 21 พ.ย. 2560โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ เปิดสอบบรรจุเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ 393 นาย 21 พ.ย. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก. 31 อัตรา สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงาน 21 พ.ย. 2560ยันไม่มีระเบียบให้กล้อนผมเด็ก 20 พ.ย. 2560สพป.สุรินทร์ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการตำแหน่งครูผู้สอนและครูอัตราจ้าง รวม 19 อัตรา 20 พ.ย. 2560รับสมัครครูผู้ช่วย ห้ามจัดติวเด็ดขาด ตั้งกรรมการเกาะติด 20 พ.ย. 2560สพฐ.เปิดสอบครูผู้ช่วย 4,680 อัตรา - กำชับสอบครูผู้ช่วยครั้งที่2ต้องโปร่งใส 20 พ.ย. 2560เปิดแล้ว! สถ.รับสมัครสอบสายงานบริหาร 9,893พันอัตรา สมัคร20พ.ย.-15ธ.ค.60

การพัฒนาแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการ

usericon

การพัฒนาแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ
ผู้ศึกษา นางภัทรนิจ เสียงดัง
ปี 2557
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือ นักเรียนโรงเรียนบ้านกะลาพอ ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4/1 จำนวน 26 คน ปีการศึกษา 2556 เครื่องมือในการศึกษาประกอบด้วยแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ จำนวน 12 แบบฝึก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินพฤติกรรมการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบที (t-test)
    ผลการศึกษา พบว่า
        1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ มีค่าประสิทธิภาพ E1/ E2 เท่ากับ 84.19 / 85.98 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
        2. ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ มีคะแนนหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
        3. พฤติกรรมการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
        4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^