LASTEST NEWS

23 ก.พ. 2560สพฐ.ปรับปฏิทินสอบครูผู้ช่วยเสร็จแล้ว 23 ก.พ. 2560"หมอธี"ลั่นไม่ยุบเขตพื้นที่ฯ-ไม่ย้าย "การุณ" 23 ก.พ. 2560กศจ.สระบุรี เปิดสอบบรรจุครูผู้ช่วย 22 วิชาเอก 64 อัตรา 23 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.อนุมัติตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 3,492 อัตรา 23 ก.พ. 2560การประชุมขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพโรงเรียน ICU 22 ก.พ. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) เงินเดือน 19,500 บาท มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 22 ก.พ. 2560เช็คยอดสมัครที่นี่! กางสรุปยอดสมัคร สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 22 ก.พ. 2560ไม่มีวุฒิครูเชิญเลย! ม.ธุรกิจบัณฑิต เปิดรับ ป.โท ชนิดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 22 ก.พ. 2560สำรวจ 2 ช่องทาง ป.ตรีอื่น อยากเป็นครู 22 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสัดส่วนรับ ม.1 โรงเรียนต่างจังหวัด ทั่วประเทศ 224 โรง

การพัฒนาแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการ

usericon

การพัฒนาแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ
ผู้ศึกษา นางภัทรนิจ เสียงดัง
ปี 2557
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือ นักเรียนโรงเรียนบ้านกะลาพอ ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4/1 จำนวน 26 คน ปีการศึกษา 2556 เครื่องมือในการศึกษาประกอบด้วยแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ จำนวน 12 แบบฝึก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินพฤติกรรมการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบที (t-test)
    ผลการศึกษา พบว่า
        1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ มีค่าประสิทธิภาพ E1/ E2 เท่ากับ 84.19 / 85.98 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
        2. ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ มีคะแนนหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
        3. พฤติกรรมการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
        4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^