LASTEST NEWS

23 พ.ค. 2560โรงเรียนตามฝันแม่ใจ รับสมัครครูผู้สอนวิชาเอกคณิตศาสตร์ (ไม่มีวุฒิครูก็สมัครได้) 23 พ.ค. 2560โรงเรียนจิตพิมล รับสมัครครูผู้สอน 6 อัตรา สมัครด้วยตนเอง/ทางอีเมล์ 23 พ.ค. 2560โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 27 เปิดสอบพนักงานราชการครู 3 อัตรา สมัคร22-28พ.ค.60 23 พ.ค. 2560ด่วน!เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูพี่เลี้ยง วุฒิม.6-ปริญญาตรี ไม่ต้องมีวุฒิครู เงินเดือน 10,430 บาท 23 พ.ค. 2560ด่วนที่สุด! ปรับลดอัตราพี่เลี้ยงเด็กพิการตามบัญชีจัดสรรงบประมาณ ปี2560 23 พ.ค. 2560ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ. 22 พ.ค. 2560ชมรม 7 วิชาชีพการแพทย์จ่อบุก สธ.ทวงบรรจุตำแหน่ง 26 พ.ค.นี้ หลังพยาบาลได้ 8,792 อัตรา 22 พ.ค. 2560"จันทรเกษม"เปิด7สาขาวิชาครูที่ขาดแคลน 22 พ.ค. 2560โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ รับสมัครครูชาวต่างประเทศสอนภาษา จำนวน 4 อัตรา 22 พ.ค. 2560โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 19-25พ.ค.60

การพัฒนาแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการ

usericon

การพัฒนาแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ
ผู้ศึกษา นางภัทรนิจ เสียงดัง
ปี 2556
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือ นักเรียนโรงเรียนบ้านกะลาพอ ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4/1 จำนวน 26 คน ปีการศึกษา 2556 เครื่องมือในการศึกษาประกอบด้วยแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ จำนวน 12 แบบฝึก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินพฤติกรรมการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบที (t-test)
    ผลการศึกษา พบว่า
        1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ มีค่าประสิทธิภาพ E1/ E2 เท่ากับ 84.19 / 85.98 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
        2. ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ มีคะแนนหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
        3. พฤติกรรมการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
        4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านกะลาพอ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^